"ถ้าป้าสะใภ้ใหญ่จางยังกล้าส่งเสียงโวยวายหน้าประตูไร่ของเราอีกคำเดียว พรุ่งนี้เช้าผมจะเอาเกลือเม็ดหยาบไปโปรยถมหน้าบ้านของนางให้ดินเค็มจนปลูกอะไรไม่ขึ้นไปตลอดชาติเลยครับ"
เสียงทุ้มต่ำแต่ราบเรียบของผู้กองหันเฟิงดังขึ้นในความเงียบสงบของห้องครัว ขณะที่มือหนากำลังใช้ผ้าสะอาดเช็ดคราบน้ำมันบนใบมีดเหล็กกล้าอย่างเบามือ สายตาคมกริบเหลือบมองออกไปนอกหน้าต่างที่มืดสนิท ท่าทางของเขาไม่ได้แสดงความโกรธเกรี้ยวออกมาแม้แต่น้อย แต่มันกลับแฝงไว้ด้วยความเด็ดขาดที่ทำเอาคนฟังรู้สึกหนสันหลังวาบ
หลี่จินเหยายกถ้วยชาสมุนไพรจีนอุ่นๆ ขึ้นจิบเพื่อดับความระอุในลำคอ ดวงตากลมโตเป็นประกายระยับด้วยความขบขันและพึงพอใจ เธอวางถ้วยแผ่วเบากระทบโต๊ะไม้เนื้อแข็ง ก่อนจะแย้มยิ้มบางๆ ที่มุมปาก
"ใจเย็นก่อนเถอะครับสามี ถึงดินตรงนั้นจะปลูกผักไม่ได้ แต่ถ้าเราเอาเกลือไปโปรยจริงๆ เกรงว่านางจะไม่มีที่ให้ยืนเต้นแร้งเต้นกาโวยวายเรียกร้องความสนใจจากชาวบ้านสิครับ ปล่อยให้นางเหนื่อยฟรีไปเถอะ ยิ่งช่วงนี้เรากำลังเร่งแปรรูปโสมตังกุยส่งขายผ่านอาเฉินด้วยแล้ว ผมไม่อยากให้เสียงเห่าหอนไร้สาระพวกนั้นมาทำลายสมาธิในการเคี่ยวตัวยาของเราหรอกนะครับ"
คำพูดของภรรยาเรียกเสียงหัวเราะทุ้มในลำคอจากนายทหารหนุ่มได้เป็นอย่างดี หันเฟิงวางมีดลงบนเขียงไม้ ก่อนจะสาวเท้าเข้ามาใกล้ร่างบางที่กำลังง่วนอยู่กับการเตรียมวัตถุดิบสำหรับมื้อค่ำ ไอร้อนจากเตาถ่านด้านหลังทำให้พวงแก้มเนียนใสของจินเหยามีสีเรื่อจางๆ ชวนมองอย่างยิ่ง
กลิ่นหอมกรุ่นของรากโสมป่าและเครื่องเทศจีนสูตรเฉพาะที่ผ่านการหมักบ่มในมิติพิเศษลอยฟุ้งอบอวลไปทั่วห้องครัว มันไม่ใช่แค่กลิ่นหอมธรรมดา แต่เป็นกลิ่นอายแห่งความมั่งคั่งและความอบอุ่นที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นทีละน้อย ท่ามกลางบรรยากาศที่เคยแห้งแล้งและเย็นชาในอดีต
ตั้งแต่เหตุการณ์ที่จินเหยาใช้ไหวพริบและความรู้ด้านพฤกษศาสตร์จัดการตบหน้าญาติจอมละโมบอย่างเจ็บแสบในตลาดเมืองรอบก่อน รายได้จากไร่สมุนไพรซ่อนเร้นก็พุ่งทะยานขึ้นอย่างฉุดไม่อยู่ อาเฉินเด็กหนุ่มผู้ซื่อสัตย์และหัวไว สามารถกระจายสินค้าแปรรูปทั้งชาสมุนไพรและหัวไชโป๊วสูตรพิเศษหมดเกลี้ยงภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง ทำให้ตอนนี้พวกเขามีเงินทุนหนาพอที่จะปรับปรุงบ้านพักและซื้อหาวัตถุดิบชั้นดีมาบำรุงร่างกาย
"วันนี้เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ทำไมคุณไม่ไปนั่งพักที่เก้าอี้โยกตรงนั้นล่ะครับ เดี๋ยวอาหารมื้อนี้ผมจัดการเอง" หันเฟิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าปกติหลายส่วน สายตาที่ทอดมองภรรยาเต็มไปด้วยความห่วงใยและประกายความอบอุ่นที่ยากจะหาจากชายอื่น
จินเหยาเงยหน้าขึ้นสบตาคมคู่นั้น เธอนิ่งงันไปชั่วขณะเมื่อพบว่าระยะห่างระหว่างเขากับเธอนั้นใกล้เสียจนได้ยินเสียงลมหายใจเข้าออก ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ไหล่กว้างในชุดเครื่องแบบทหารที่ปลดกระดุมคอเสื้อออกสองเม็ดเผยให้เห็นแผงอกแข็งแกร่งและรอยแผลเป็นจากสนามรบ ร่องรอยเหล่านั้นไม่ได้ทำให้เขาน่ากลัวเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน มันกลับขับเน้นความรู้สึกปลอดภัยและมั่นคงให้เกิดขึ้นในหัวใจของเธออย่างประหลาด
ความเย็นชาและกำแพงน้ำแข็งที่ผู้กองหันเฟิงเคยสร้างไว้เพื่อปกป้องตัวเองจากอาการบาดเจ็บเรื้อรัง บัดนี้ได้ละลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความลึกซึ้งและมั่นคงที่แสดงออกผ่านการกระทำเล็กๆ น้อยๆ ในทุกๆ วัน
"ผมไม่เหนื่อยเลยครับ ได้เห็นบัญชีรายรับที่เพิ่มขึ้นทุกวันแบบนี้ ต่อให้ต้องยืนเคี่ยวซอยาอีกสามรอบผมก็ไหว" จินเหยาตอบพร้อมรอยยิ้มพราย ดวงตากลมโตฉายแววซุกซน "แต่อาหารมื้อนี้ ถ้าคุณอยากแสดงฝีมือ... ผมก็ไม่ขัดนะครับ ผู้กองหัน"
หันเฟิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากหยักลึกยกยิ้มอย่างมีความหมาย เขายื่นมือหนาออกไปปัดปอยผมที่ตกลงมาเคล้าแก้มเนียนของภรรยาอย่างเบามือ สัมผัสอุ่นจัดจากปลายนิ้วที่ผ่านการฝึกฝนอาวุธทำให้จินเหยาถึงกับสะท้านเฮือกโดยไม่รู้ตัว หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองศึก
"งั้นคืนนี้... ผมจะทำเมนูพิเศษให้คุณลองชิมดูสักตั้งครับ"
บรรยากาศในห้องครัวแคบๆ กลับอบอุ่นและเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิตอย่างน่าอัศจรรย์ กลิ่นหอมของน้ำซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีนที่เริ่มเดือดปุดๆ ส่งกลิ่นเย้ายวนชวนน้ำลายสอ หันเฟิงลงมือปรุงอาหารด้วยความคล่องแคล่ว แม้เขาจะเป็นนายทหารมือปราบสนามรบ แต่ฝีมือการทำอาหารที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากแม่ครัวเฒ่าในค่ายทหารก็ไม่เป็นรองใคร ยิ่งมีวัตถุดิบชั้นเลิศจากมิติพิเศษของภรรยามาเสริมทัพด้วยแล้ว อาหารแต่ละจานจึงออกมาสมบูรณ์แบบราวกับภัตตาคารหรู
ไม่นานนัก อาหารร้อนๆ สามจานก็ถูกลำเลียงมาวางบนโต๊ะไม้ อาหารค่ำคืนนี้ประกอบด้วย "ไก่ต้มสมุนไพรโสมป่าเนื้อนุ่มละมุนลิ้น", "ผัดผักกาดเขียวปลีราดน้ำมันงาหอมกรุ่น" และ "ซุปกระดูกหมูตุ๋นรากบัวและพุทราจีน" ที่ส่งควันกรุ่นพวยพุ่งท่ามกลางอากาศเย็นยามค่ำคืนของชนบท
แสงจากตะเกียงน้ำมันส่องกระทบใบหน้าของคนทั้งสอง ทอดเงาแนบชิดติดกันบนผนังดินดิบ
จินเหยาตักน้ำซุปเข้าปาก คำแรกที่รสชาติกลมกล่อมและความหวานธรรมชาติของรากบัวกระจายไปทั่วโพรงปาก ทำให้เธอต้องหลับตาพริ้มด้วยความฟิน "อร่อยมากครับ... ฝีมือคุณไม่ตกเลยนะเนี่ย"
หันเฟิงมองท่าทางมีความสุขของภรรยา ดวงตาสีเข้มทอประกายกรุ้มกริ่มอย่างปิดไม่มิด เขารินน้ำซุปใส่ถ้วยให้เธอเพิ่มอีกก่อนจะเอ่ยเสียงนุ่ม
"ถ้าชอบ... คืนนี้ก็ทานให้เยอะๆ นะครับ คุณผอมเกินไปแล้ว"
คำว่า 'คืนนี้' ของเขา น้ำเสียงมันช่างมีเลศนัยชอบกล จนจินเหยาต้องรีบก้มหน้าหลบสายตาที่ร้อนแรงรากับเปลวไฟบนเตาถ่าน ใบเนียนขาวพลันขึ้นสีแดงระเรื่อลามไปถึงใบหูอย่างห้ามไม่อยู่
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังโรแมนติกและหัวใจของคนทั้งคู่กำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกันนั้นเอง...
*ปัง! ปัง! ปัง!*
เสียงทุบประตูรั้วไม้หน้าบ้านดังสนั่นหวั่นไหว ตามมาด้วยเสียงกรีดแผดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดและเกรี้ยวกราดของป้าสะใภ้ใหญ่จางที่แผדแว่วฝ่าความมืดเข้ามา
"ไอ้หลานอกตัญญู! นังสารเลว! เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้! พวกแกกินอยู่กันอย่างสุขสบายบนกองเงินกองทอง แต่ปล่อยให้ญาติผู้ใหญ่ต้องหนาวตายข้างนอกรึไง! เปิดโว้ย!"
หันเฟิงชะงักมือที่กำลังจะคีบชิ้นไก่ให้ภรรยา รอยยิ้มอบอุ่นเมื่อครู่หายวับไปกับตา แววตาของนายทหารหนุ่มกลับมาเย็นเยียบและคมกริบดั่งคมดาบอีกครั้งในเสี้ยววินาที
จินเหยาวางตะเกียบลงช้าๆ เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับสามี มุมปากยกยิ้มเยርขึ้นเล็กน้อยอย่างคนเหนือกว่า ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่น่าขนลุก
"ดูท่าทาง... แขกที่ไม่ได้รับเชิญคนนี้ คงอยากลิ้มลองรสชาติ 'เกลือเม็ดหยาบ' ที่คุณพูดถึงเมื่อหัวค่ำแล้วจริงๆ ซะมั้งครับ?"
และแล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ — **ลมทะเลพัดรัก**
คุณนายทหารกับไร่สมุนไพรซ่อนเร้น•ตอนที่ 12
สายตากรุ้มกริ่มของนายทหาร
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายทหารกับไร่สมุนไพรซ่อนเร้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!