เสียงถอนหายใจยาวเหยียดดังเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีไวน์แดงของรินดา เป็นรอบที่สามในรอบสิบนาทีแล้วกระมัง ตั้งแต่รถยุโรปคันหรูคันนี้เคลื่อนตัวออกจากใจกลางกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่รีสอร์ตส่วนตัวริมผาที่โอบล้อมด้วยขุนเขาตาม ‘คำสั่ง’ (ที่ไร้ซึ่งความสมัครใจโดยสิ้นเชิง) ของบอร์ดบริหารและคุณย่าผู้ทรงอิทธิพล
ทริปกระชับมิตรบ้าบออะไรกัน... ในเมื่อคนจัดแจงตารางทั้งหมดคือปาลิน—ผู้หญิงที่เธออยากจะหลบหน้าให้ไกลที่สุดในรัศมีสามร้อยกิโลเมตร
รินดาหันไปมองคนขับจำเป็นที่นั่งนิ่งสงบอยู่หลังพวงมาลัย ปาลินในวันนี้สวมเสื้อเชิ้ตผ้าลินินสีขาวพับแขนขึ้นเผยให้เห็นข้อมือระหงและนาฬิกาเรือนหรูแบรนด์ดัง ท่าทางสุขุมเยือกเย็นดั่งนางพญาผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จ ช่างขัดแย้งกับบรรยากาศอึดอัดในห้องโดยสารแคบๆ นี้เสียเหลือเกิน
"ถ้าจะถอนหายใจอีกสักสบรอบ รินดาคงต้องลงไปเดินแทนเครื่องยนต์แล้วนะคะ"
เสียงทุ้มต่ำติดจะเยືือกเย็นเอ่ยขึ้นโดยที่ดวงตาสีเข้มยังคงมองตรงไปบนถนนเบื้องหน้า ปาลินไม่ได้หันมามองด้วยซ้ำ แต่รอยยิ้มมุมปากที่ยกขึ้นเล็กน้อยนั่นแหละที่ทำให้รินดาอยากจะคว้ากระเป๋าแบรนด์เนมใบโปรดฟาดลงบนไหล่ลาดนั้นเสียจริง
"ถ้าคุณปาลินรำคาญนัก ก็จอดให้รินดาลงข้างทางสคะ! ไม่มีใครขอร้องให้คุณมาขับรถรับ-ส่งดั่งคนขับรถส่วนตัวแบบนี้หรอกนะ" รินดาตอกกลับเสียงเชือดเฉือน ปรายตามองด้วยความหมั่นไส้ระคนขัดเคือง
"พูดจาให้มันน่าฟังหน่อยค่ะ คุณเป็นคนเซ็นชื่ออนุมัติทริปนี้เองไม่ใช่หรือไง หรือความจำเสื่อมเพราะตื่นเช้าเกินไป?" ปาลินหักพวงมาลัยเลี้ยวโค้งเข้าสู่ทางขึ้นเขา ชำเลืองสายตาคมกริบมามองเพียงเสี้ยววินาที แต่สายตานั้นกลับทรงพลังพอจะทำให้หัวใจของรินดากระตุกวูบได้อย่างไม่น่าเชื่อ
"อนุมัติเพราะโดนกดดันต่างหากล่ะคะ ใครจะไปรู้ว่าคุณย่าจะเล่นไม้ตายส่งเราสองคนมาติดเกาะ เอ้ย! ติดภูเขาด้วยกันสองต่อสองแบบนี้"
"สองต่อสองที่ไหนคะ ด้านหลังมีผู้จัดการส่วนตัวของคุณกับเลขาฉันนั่งหลับใหลไม่ได้สติอยู่ไม่ใช่หรือไง" ปาลินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความขบขันเล็กน้อยที่รินดาเกลียดนักเกลียดหนਾ—ความขบขันที่แสดงออกว่าอีกฝ่ายเหนือกว่าและอ่านเกมเธอขาดทุกก้าว
รถยนต์คันหรูเคลื่อนตัวเข้ามาจอดสนิทหน้าล็อบบี้รีสอร์ตหรูระดับห้าดาว ทันทีที่ประตูรถเปิดออก ความเย็นสบายของอากาศบนยอดเขาก็ปะทะเข้ากับผิวหน้า แต่สิ่งที่ร้อนรุ่มกว่ากลับเป็นสถานการณ์เฉพาะหน้าที่พนักงานต้อนรับแจ้งข่าวร้าย
"ต้องขออภัยคุณปาลินและคุณรินดาด้วยจริงๆ ค่ะ เกิดความผิดพลาดทางระบบการจอง ห้องพักแบบ Deluxe Suite ที่รีเควสต์ไว้ตอนนี้เต็มหมดแล้วค่ะ เหลือเพียง... ห้องพักแบบสวีทวิวพาโนรามาเตียงเดี่ยวขนาดใหญ่ห้องสุดท้ายเท่านั้นค่ะ"
รินดาเบิกตากว้าง หันขวับไปมองหน้าปาลินทันที "ไม่ได้นะคะ! รินดาไม่นอนห้องเดียวกับผู้หญิงคนนี้เด็ดขาด"
ปาลินเลิกคิ้วขึ้นอย่างไม่สะทกสะท้าน เธอรับกุญแจห้องจากพนักงานต้อนรับด้วยท่าทางเรียบเฉย ก่อนจะหันมามองนางแบบสาวที่กำลังยืนกอดอกหน้าบึ้งตึงราวกับเด็กถูกขัดใจ
"ทำไมล่ะคะ หรือกลัวว่าตัวเองจะห้ามใจไม่ไหว?" ปาลินโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบใกล้ๆ น้ำเสียงพร่าต่ำและเจือความเย้ายวนจนรินดาต้องผถอยหลัง1ก้าวโดยอัตโนมัติ
"หลงตัวเองที่สุดค่ะ!" รินดาหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ (และส่วนหนึ่งคือความเขินที่เธอเกลียดตัวเองเหลือเกินที่ยอมรับว่าหัวใจมันเต้นแรงเกินควบคุม)
บรรยากาศภายในห้องพักกว้างขวางตกแต่งด้วยโทนสีอบอุ่นและกระจกใสบานใหญ่ที่มองเห็นวิวทิวเขาแบบ 180 องศา รินดารีบเดินดุ่มๆ ตรงไปยังโซฟาตัวยาวทันทีโดยไม่ชายตามองเตียงนอนขนาดคิงไซส์ที่ตั้งอยู่กลางห้อง
"รินดานอนโซฟานะคะ คุณปาลินเชิญเตียงใหญ่ตามสบายเลยค่ะ" เธอเอ่ยขึ้นโดยไม่หันกลับไปมอง
"ตามใจค่ะ ถ้าคืนนี้คุณนอนตกโซฟาแล้วกระดูกหักขึ้นมา ฉันไม่แบกคุณไปโรงพยาบาลกลางดึกหรอกนะคะ" เสียงฝีเท้าก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ก่อนที่ร่างระหงของคุณหญิงนักธุรกิจจะทิ้งตัวลงนั่งบนขอบเตียง สายตาคมกริบคู่นั้นจ้องมองรินดาที่พยายามทำเป็นสนใจวิวทิวทัศน์นอกหน้าต่าง
ความเงียบโรยตัวลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจและเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามอยู่ในอกของรินดา บรรยากาศรอบตัวมันช่างอบอวลไปด้วยความใกล้ชิดที่อันตรายเหลือเกิน ปาลินค่อยๆ ถอดนาฬิกาข้อมือออกวางไว้บนโต๊ะข้างเตียง ก่อนจะลุกขึ้นเดินตรงมาหารินดาที่ยังคงนั่งกอดอกเกร็งร่างอยู่บนโซฟา
รินดารู้สึกได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายของอีกฝ่ายที่ขยับเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเงาสودของปาลินทาบทับลงมาบังแสงไฟจากโคมไฟเพดาน
"รินดา..." น้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทรงอำนาจเอ่ยเรียก ชื่อของเธอถูกเปล่งออกมาด้วยสำเนียงที่ทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งตัว
รินดาเงยหน้าขึ้นสบตาโดยอัตโนมัติ ดวงตากลมโตฉายแววระแวดระวังแต่ก็มีความไหววั่นซ่อนอยู่ลึกๆ ปาลินโน้มตัวลงใช้มือเรียวข้างหนึ่งยันท้าวพนักพิงโซฟาไว้ ขังร่างของนางแบบสาวให้อยู่ในอ้อมกอดกลายๆ ของเธอ
"คุณ... จะทำอะไรคะ" รินดาถามเสียงสั่นเล็กน้อย พยายามดึงความแข็งกร้าวทั้งหมดที่มีมาประ</i>เชิญหน้า
"ไม่ได้จะทำอะไรค่ะ... แค่อยากจะพิสูจน์ให้เห็นว่า ที่คุณปากแข็งใส่ฉันตลอดทางเนี่ย เป็นเพราะเกลียดฉันจริงๆ หรือเพราะ..." ปาลินเว้นจังหวะ ปลายจมูกโด่งรั้นห่างจากแก้มเนียนของรินดาเพียงไม่กี่เซนติเมตร "...กำลังกลัวใจตัวเองกันแน่คะ?"
ลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดรดรินอยู่ใกล้แค่เอื้อม ทำให้สมองของรินดาขาวโพลน คำพูดจาเชือดเฉือนที่เคยเตรียมไว้หายวับไปกับตา หัวใจเจ้ากรรมเต้นแรงเสียจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินมัน
ปาลินยกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะเมื่อเห็นอาการนิ่งงดและใบหน้าที่ขึ้นสีแดงระเรื่อของคนตรงหน้า นิ้วเรียวเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาทักใบหน้าของรินดาออกอย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นสร้างกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งพล่านไปทั่วผิวหนัง
"ถ้ายังดื้อแล้วปากแข็งแบบนี้อีก... ฉันอาจจะไม่ได้แค่พูดเตือนเฉยๆ แล้วนะคะ รินดา" ปาลินกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยแรงดึงดูดมหาศาลที่ทำเอารินดาลืมวิธีหายใจไปชั่วขณะ
แต่ทว่า—
ก่อนที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะได้ขยับเข้าใกล้กันมากกว่านั้น เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวก็ทำลายบรรยากาศสีชมพูละมุนลิ้นลงอย่างไม่ไว้หน้าอินทร์หน้าพรหม!
"คุณปาลินคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ!" เสียงร้อนรนของเลขาหน้าห้องตะโกนทะลุประตูเข้ามา พร้อมกับเสียงบิดกลอนลูกบิดที่กำลังจะถูกเปิดออกอย่างถือวิสาสะ
ปาลินชะงัก เปลือกตาสีเข้มหรี่ลงด้วยความไม่สบอารมณ์สุดขีดที่ถูกขัดจังหวะในวินาทีสำคัญ ส่วนรินดารีบใช้จังหวะนั้นผลكอกอีกฝ่ายออกสุดแรงด้วยใบหน้าที่แดงก่ำร้อนผ่าวไปถึงใบหู
ทว่า... ก่อนที่ประตูห้องจะเปิดผางเข้ามา ปาลินกลับคว้าข้อมือของรินดากลับเข้าไปชิดร่างอย่างรวดเร็ว พร้อมกับกระซิบประโยคสุดท้ายที่ทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้กลางใจรินดา
"เกมนี้... เรายังอีกยาวไกลค่ะ ตัวแสบ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับความสัมพันธ์ที่เริ่มเปลี่ยนไปของทั้งคู่ในตอนนี้นะคะ
เกมรักเดิมพันหัวใจยัยตัวร้าย•ตอนที่ 16
การเดินทางที่เปลี่ยนไป
ผลงานโดย ควีนบีทูโก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกมรักเดิมพันหัวใจยัยตัวร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!