เกมรักเดิมพันหัวใจยัยตัวร้าย•ตอนที่ 12

ความเงียบคือคำตอบ

ผลงานโดย ควีนบีทูโก
เสียงถอนหายใจยาวเหยียดที่ดังขึ้นพร้อมกับแรงกระแทกของแก้วคริスタルราคาแพงบนโต๊ะหินอ่อน คือคำตอบเดียวที่รินดาได้รับ หลังจากเธอตั้งคำถามที่จี้ใจดำที่สุดในรอบสัปดาห์ บรรยากาศภายในเพนต์เฮาส์หรูหราใจกลางกรุงเทพฯ ยามวิกาล บัดนี้ถูกปกคลุมด้วยความเงียบงันที่น่าอึดอัดยิ่งกว่าพายุฝนฟ้าคะนอง ไม่มีเสียงเพลงแจ๊สคลอเบาๆ ไม่มีบทสนทนาเชือดเฉือนคมคายอย่างที่เคยเป็น มีเพียงสงครามประสาทที่ไร้เสียงปืน แต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ รินดายืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ครัว ดวงตากลมโตคู่สวยมองตรงไปยังร่างระหงของปาลินที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาตัวยาว ชุดคลุมผ้าไหมสีดำสนิทขับเน้นผิวขาวผ่องให้ดูโดดเด่นตัดกับใบหน้าคมคายที่บึ้งตึงจนแทบจะเป็นน้ำแข็ง ทว่าดวงตาคู่คมกริบคู่นั้นกลับไม่ได้มองมาที่เธอ... ปาลินจงใจเบือนหน้าหนี มองออกไปนอกกระจกใสบานยักษ์ที่สะท้อนภาพเมืองหลวงยามค่ำคืนราวกับเธอกลายเป็นอากาศธาตุ *สงครามเย็น* ที่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เมื่อคืนวาน ดำเนินมาถึงจุดที่อุณหภูมิลดต่ำลงจนติดลบ "ถ้าจะเงียบใส่กันขนาดนี้ ส่งข้อความมาบอกตั้งแต่แรกก็สิ้นเรื่องนะคะ จะได้ไม่ต้องเปลืองค่าไฟเปิดแอร์เย็นๆ ให้เสียเวลา" รินดาเป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน น้ำเสียงของนางแบบสาวติดจะประชดประชันเล็กน้อยตามประสาคนไม่ยอมคน ทว่าหัวใจข้างในกลับเต้นผิดจังหวะด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่เธอเกลียดนัก ปาลินยังคงนิ่งสนิท ราวกับไม่ได้ยินเสียงของอีกฝ่าย ร่างสูงสง่าขยับตัวเพียงเล็กน้อยเพื่อหยิบแก้วไวน์ขึ้นมาจิบช้าๆ ท่าทางเย่อหยิ่งและถือดีนั้นทำเอารินดาเลือดขึ้นหน้า "นี่!" รินดาก้าวเท้าฉับๆ เข้าไปยืนตรงหน้าโซฟา ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความหงุดหงิด "คุณปาลิน! เป็นใบ้ไปแล้วหรือไงคะ หรือว่าคำพูดของฉันมันไปจี้ปมอะไรเข้าจนหาทางตอบไม่ได้" คราวนี้ปาลินยอมวางแก้วไวน์ลง เสียงกระทบเบาๆ แต่กลับดังสะท้อนก้องในความเงียบ นักธุรกิจสาวผู้ทรงอิทธิพลค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาช้าๆ แววตาคู่คมที่ตวัดมองมานั้นเย็นชาและว่างเปล่า จนรินดาเผลอถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว "คนที่ควรทบทวนตัวเองว่าสมควรพูดอะไรออกมา น่าจะเป็นคุณรินดานะคะ" ปาลินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เย็นเยือก และทรงพลังพอจะทำให้ห้องทั้งห้องหนาวเหน็บลงทันที "ความเงียบของฉัน... มันไม่ได้แปลว่าฉันแพ้ หรือหาคำตอบไม่ได้... แต่มันแปลว่าคุณ 'ไม่ล้ำค่าพอ' ที่ฉันจะต้องเปลืองน้ำลายด้วยต่างหากค่ะ" เพล้ง! ประโยคเชือดเฉือนนั้นเหมือนมีดที่กรีดลงกลางใจ รินดาชาหนึบไปทั้งร่าง ความโกรธพุ่งพล่านจนปลายนิ้วเย็นเฉียบ เธอยืนกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ปากเก่งๆ ที่มักจะสวนกลับได้ทันควันในทุกสถานการณ์ กลับถูกความเจ็บแปลบที่แล่นริ้วขึ้นมาจุกอกล็อกไว้จนพูดไม่ออก สมเป็นปาลิน... เจ้าแม่แห่งความเย่อหยิ่ง ผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร แม้กระทั่งในยามที่หัวใจของพวกเธอกำลังพังทลายลงมาต่อหน้าต่อตาจากอีโก้ที่ค้ำคออยู่ รินดาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่ตีรวนขึ้นมาในอก เธอเชิดหน้าขึ้นสูง พยายามดึงเอาศักดิ์ศรีทั้งหมดที่มีมาประטרันหน้ากับนางพญาผู้เย็นชาตรงหน้า "งั้นเหรอคะ... งั้นก็เชิญเงียบต่อไปตามสบายเถอะค่ะ ฉันเองก็เบื่อที่จะต้องมาทนดูละครฉากใหญ่ของคุณเต็มทีแล้วเหมือนกัน" รินดาแค่นหัวเราะในลำคอด้วยความสมเพชปนร้าวราน "คนเห็นแก่ตัว... ก็จะคิดถึงแต่ความรู้สึกของตัวเองวันยังค่ำ" พูดจบ รินดาก็หมุนตัวเตรียมจะเดินหนีเข้าห้องนอนเพื่อตัดปัญหา แต่ก้าวได้เพียงสองก้าว เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจก็ดังขึ้นจากด้านหลังด้วยน้ำเสียงที่ทำให้เธอต้องหยุดชะงัก "ถ้าก้าวออกไปจากห้องนี้... คุณจะไม่มีวันได้ยินคำตอบที่แท้จริงจากปากฉันอีกเลยนะคะ รินดา" ร่างเพรียวหยุดนิ่งทันที หัวใจเจ้ากรรมกระหน่ำเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก รินดายืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ มือเรียวที่กำลูกบิดประตูห้องนอนสั่นเทาเล็กน้อย เธออยากจะหันกลับไปเถียงให้ชนะ อยากจะกระชากหน้ากากความเย่อหยิ่งนั้นออกให้สิ้นซาก แต่ขาสองข้างกลับหนักอึ้งราวกับถูกตรึงไว้ด้วยมนต์สะกด ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างพวกเธออีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันกลับเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตรายที่ชวนให้หายใจไม่ออก ปาลินไม่ได้ขยับตัวเข้ามาใกล้ แต่รัศมีอันร้อนแรงที่แผ่ออกมาจากร่างสูงนั้นกลับแผดเผารินดาจนแทบไหม้เกรียม ทั้งคู่ยืนเผชิญหน้ากันท่ามกลางความเงียบงัน มีเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันอย่างน่ากลัว เป็นอีกครั้งที่เกมแห่งศักดิ์ศรีทำให้พวกเธอยืนอยู่บนเส้นด้าย บางเบาและเปราะบางเสียจนเพียงแค่สะกิดเบาๆ ก็พร้อมจะขาดผึ่ง รินดาเม้มริมฝีปากแน่น ชั่งใจระหว่างการเดินหนีเพื่อรักษาศักดิ์ศรี กับการหันกลับไปเผชิญหน้ากับความจริงที่อาจจะทำลายพวกเธอทั้งคู่ให้แหลقคามือ ติณ... ติณ... ติณ... เสียงนาฬิกาดิจิทัลบนผนังห้องเดินไปข้างหน้าอย่างไร้ความปรานี ทุกวินาทีที่ผ่านไปคือการบีบเค้นหัวใจของคนทั้งคู่ให้ตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ จนแทบหายใจไม่ออก ปาลินยังคงนั่งไขว่ห้างมองแผ่นหลังบางของรินดาด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก มีทั้งความดุดัน ความตัดพ้อ และประกายแสงบางอย่างที่ร้อนแรงยิ่งกว่าไฟบรรลัยกัลป์ซ่อนอยู่เบื้องลึก รินดาหลับตาลงช้าๆ กำมือแน่นขึ้นอีกนิดก่อนจะตัดสินใจหมุนตัวกลับเผชิญหน้า... แต่ทว่า ในวินาทีที่เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำพูดออกไป เสียงกริ่งหน้าประตูกลับดังขึ้นท่ามกลางความตึงเครียด กริ่ง... กริ่ง...! เสียงนั้นดังติดต่อกันสามครั้งรวด บ่งบอกถึงความเร่งร้อนของผู้มาเยือน รินดาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ ส่วนปาลินนั้น... ใบหน้าคมคายที่เคยเยือกเย็นกลับเปลี่ยนสีไปทันที ดวงตาคู่คมตวัดมองไปที่ประตูห้องด้วยความระแวงระวังอย่างเห็นได้ชัด ใครกันที่กล้ามาเคาะประตูเพนต์เฮาส์ส่วนตัวของปาลินในยามวิกาลเช่นนี้? และที่สำคัญที่สุด... ประตูห้องที่ไม่ได้ล็อกสนิทค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกช้าๆ จากด้านนอก เผยให้เห็นเงาร่างของบุคคลปริศนาที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเยียบเย็นที่ทำให้เลือดในกายของรินดาและปาลินเย็นเฉียบลงพร้อมกันในพริบตา! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับสงครามประสาทบทนี้นะคะ พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกมรักเดิมพันหัวใจยัยตัวร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%