เสียงล็อกกลอนประตูดัง *คลิก* หนักหน่วงในความเงียบงันของห้องชุดเพนต์เฮوسต์หรูหรา รินดาสะดุ้งสุดตัว ร่างเพรียวในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทหันขวับกลับมามองต้นตอของเสียง ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความระaอและระอาในเวลาเดียวกัน เมื่อเห็นเจ้าของร่างสูงโปร่งในชุดเดรสผ้าไหมสั่งตัดพิเศษกำลังก้าวเข้ามาอย่างเยือกเย็น ปาลินไม่ได้ล็อกประตูเพื่อกันขโมย... แต่เธอล็อกเพื่อขังรินดาไว้กับบัญชีที่ต้องสะสาง
"คุณทำบ้าอะไรของคุณคะปาลิน!" รินดาโพล่งขึ้นทันที ความอดทนที่สะสมมาตลอดทั้งวันพังทลายลงในพริบตา "นี่มันห้องฉัน คอนโดฉัน คุณมีสิทธิ์อะไรมาถือวิสาสะหยิบกุญแจสำรองแล้วถือวิสาสะล็อกมันแบบนี้!"
ปาลินหยุดยืนนิ่งอยู่หน้าบานประตู ร่างเพรียวระหงภายใต้ความมืดสลัวของห้องโถงให้ความรู้สึกกดดันราวกับนางพญาที่กำลังกอดอกมองมดปลวก ดวงตาคู่คมกริบภายใต้กรอบหน้าคมคายฉายแววเยาะหยันเล็กน้อย เธอไม่ได้ตอบคำถามทันที แต่เลือกที่จะก้าวช้าๆ เข้ามาหาคนตัวเล็กกว่า ระยะห่างที่ลดลงทีละน้อยสร้างแรงกดอากาศรอบตัวจนรินดาต้องเผลอก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว
"สิทธิ์เหรอคะ..." ปาลินทวนคำด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเย็นเยียบจนน่าขนลุก "สิทธิ์ในฐานะคนที่กำลังตามเช็ดตามล้างความอวดดีของคุณอยู่ยังไงล่ะคะ รินดา"
"ฉันไม่ได้อวดดี!" รินดาเถียงกลับเสียงแข็ง เชิดคางขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ แม้หัวใจจะเต้นรัวด้วยความโกรธปนความประหม่าจากระยะประชิดที่ใกล้เกินไป "คนที่คุณพูดถึง... คนที่กล้ามาเล่นกับไฟน่ะ ฉันจัดการเองได้ คุณไม่ต้องมายุ่งเรื่องส่วนตัวของฉัน!"
"เรื่องส่วนตัว?" ปาลินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความหยามเหยียดที่ถูกปรุงแต่งด้วยความหึงหวงอย่างแนบเนียน "การที่คุณเอาตัวเข้าไปเสี่ยงกับพวกมาเฟียตลาดล่างเพื่อสืบเรื่องไร้สาระ นั่นเขาเรียก 'โง่' ค่ะ ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว และในเมื่อความโง่ของคุณมันกำลังจะทำให้แผนของฉันพัง... ฉันมีสิทธิ์เต็มที่ที่จะสั่งห้ามไม่ให้คุณขยับไปไหนทั้งนั้น!"
"คุณไม่มีสิทธิ์มาบงการชีวิตฉัน!" รินดาตวาดลั่น ดวงตาสองคู่จ้องประสานกันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ บรรยากาศรอบตัวร้อนระอุขึ้นมาทันทีด้วยแรงปะทะของอีโก้ที่ไม่มีใครยอมใคร รินดากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความอัดอั้นตันใจระเบิดออกมาเป็นน้ำคำที่พรั่งพรู "คุณทำตัวเป็นเจ้าชีวิตฉันตั้งแต่เมื่อไหร่คะปาลิน? คิดว่าตัวเองรวย มีอำนาจ แล้วจะทำอะไรกับใครก็ได้งั้นเหรอ! ฉันไม่ใช่ลูกน้องคุณนะ!"
"ใช่ค่ะ... คุณไม่ใช่ลูกน้องฉัน" ปาลินก้าวเข้ามาประชิดตัวในระยะประชิดจนรินดาต้องแนบแผ่นหลังติดกับผนังห้องเย็นเฉียบ มือเรียวยาวข้างหนึ่งยกขึ้นทาบกับผนังด้านหลังศีรษะของรินดา เป็นการกักขังร่างบางไว้ในอาณาเขตของเธออย่างสมบูรณ์แบบ ใบหน้าสวยเฉี่ยวโน้มลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มเนียน "แต่คุณเป็น... คนที่ฉัน 'สนใจ' เพราะฉะนั้น ทุกอย่างที่เป็นคุณ มันคือเรื่องของฉันค่ะ"
คำพูดนั้นหยุดชะงักลมหายใจของรินดาไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมของปาลินที่มองลงมาไม่ได้เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันกลับลุกโชนด้วยประกายไฟอีกรูปแบบหนึ่ง... ไฟปรารถนาที่อันตรายและร้อนแรงเสียยิ่งกว่าเรื่องงาน
"ถอยไปนะ..." รินดาพยายามกดเสียงให้มั่นคง ทั้งที่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก กลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูประจำตัวของปาลินผสมผสานกับกลิ่นกายเย็นๆ กำลังทำให้เธอมึนงง "อย่ามาใช้ไม้นี้กับฉัน ปาลิน มันไม่ได้ผลหรอก"
"ไม้นี้อะไรกันคะ ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลย" ปาลินกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงนุ่มนวลขึ้นแต่กลับทรงพลังยิ่งกว่าเดิม นิ้วเรียวอีกข้างไล้ผ่านกรอบหน้าสวยของรินดาแผ่วเบา ราวกับกำลังลูบคมมีดที่พร้อมจะบาดมือตัวเองได้ทุกเมื่อ "แต่ถ้าคุณยังดื้อดึงจะออกไปข้างนอกคืนนี้ล่ะก็... ฉันคงต้องใช้มาตรการที่เด็ดขาดกว่าการพูดคุยแล้วล่ะค่ะ"
"คุณจะทำไม... อุ๊บ!"
ประโยคท้าทายถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อปาลินใช้ริมฝีปากของตัวเองปิดกั้นคำพูดอวดดีทั้งหมดของรินดาลงอย่างอารามเร่งรีบและไร้การปรานี สัมผัสแรกหนักหน่วงและเต็มไปด้วยความเอาแต่ใจ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งที่ฉีกกระชากความตั้งใจจะต่อต้านของรินดาให้แหลกละเอียด รินดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ สมองขาวโพลนไปหมด เธอพยายามจะทุบไหล่กว้างเพื่อผลักไส แต่มือคู่นั้นกลับถูกปาลินรวบขึ้นไปกดไว้เหนือหัวด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย
ความโกรธเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยรสจูบที่ดุดัน ร้อนแรง และเว้าวอนในคราเดียวกัน รินดาพยายามเม้มปากแน่นเพื่อขัดขืน แต่มีหรือที่คนเอาแต่ใจอย่างปาลินจะยอมแพ้ ปลายลิ้วร้อนล้ำแทรกซึมเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างชำนาญ ดึงเอาสติสัมปชัญญะทั้งหมดของหญิงสาวให้ดำดิ่งลงไปในวังวนแห่งความวาบหวามที่เธอเป็นคนจุดชนวนขึ้นมาเอง
เนิ่นนานกว่าปาลินจะยอมผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ทิ้งให้รินดาหอบหายใจโยนตัวด้วยความเหนื่อยอ่อน ดวงตาคู่สวยฉ่ำน้ำและเต็มไปด้วยความโกรธปนความสับสน รินดาเม้มริมฝีปากที่บวมเจ่อของตัวเองด้วยความคับ
"คุณมัน... เผด็จการที่สุด!" รินดาเค้นเสียงลอดไรฟัน ทว่าน้ำเสียงกลับสั่นพร่าและขาดความน่าเกรงขามไปเสียสนิท
"ขอบคุณสำหรับคำชมค่ะ" ปาลินยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ ใบหน้าสวยเฉี่ยวห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตร "จำใส่ใจไว้นะคะรินดา... ว่าคุณไม่มีวันหนีพ้นเงื้อมมือฉันไปได้หรอก"
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวขัดจังหวะบรรยากาศตึงเครียดแต่เร่าร้อนภายในห้องทันที ปาลินชะงักเล็กน้อย ดวงตาคมกริบหันไปมองบานประตูด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ รินดาอาศัยจังหวะเสี้ยววินาทีนั้นบิดข้อมือหลุดจากการพันธนาการ แล้วรีบก้าวถอยหลังออกมาตั้งหลัก หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติกลับคืนมาก่อนจะหันไปมองหน้าประตู
ปาลินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะก้าวไปกระชากเปิดประตูห้องด้วยอารมณ์คุกรุ่น หวังจะไล่ตะردแขกยามวิกาลที่ไม่รู้เวล่ำเวลาออกไปให้พ้นหน้า แต่ทว่า... ทันทีที่บานประตูเปิดกว้างออก ร่างของหญิงสาวแปลกหน้าในชุดเสื้อโค้ทเปียกปอนไปด้วยหยาดฝนก็ก้าวพรวดพราดเข้ามาด้านในอย่างถือวิสาสะ
"คุณปาลินคะ! แย่แล้วค่ะ..." เสียงหอบสะท้านของเลขาส่วนตัวดังลั่นห้อง สีหน้าของเธอซีดเผือดราวกับคนใกล้ตาย "คนที่พวกเราตามหา... ศพของเขาเพิ่งถูกส่งมาที่หน้าบริษัทเมื่อห้านาทีก่อนนี้เองค่ะ!"
หัวใจของรินดาร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ร่างเพรียวชาหนึบไปทั้งตัวเมื่อได้ยินประโยคดังกล่าว ส่วนปาลินนั้น... รอยยิ้มเย่อหยิ่งเมื่อครู่อันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย ดวงตาคู่คมเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและดุดันขึ้นมาทันที บรรยากาศภายในเพนต์เฮาส์หรูหราเปลี่ยนจากสนามอารมณ์ส่วนตัว กลายเป็นสนามรบจริงที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายความตายที่คืบคลานเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็ว
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะคะ แล้วมาลุ้นระทึกกับเกมรักที่เดิมพันด้วยชีวิตในตอนต่อไปกันค่ะ!
เกมรักเดิมพันหัวใจยัยตัวร้าย•ตอนที่ 11
เมื่อคุณหญิงสั่งไม่ให้ไปไหน
ผลงานโดย ควีนบีทูโก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกมรักเดิมพันหัวใจยัยตัวร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!