เอกสารในมือของ ‘คคนางค์’ สั่นน้อยๆ ไม่ใช่เพราะความหนาวเหน็บจากเครื่องปรับอากาศที่เร่งความเย็นจนต่ำเกินควร แต่เป็นเพราะสายตาคู่คมกริบดั่งเหยี่ยวของปาลินที่กำลังตวัดมองแฟ้มสีน้ำเงินเข้มนั้นราวกับจะเผาให้เป็นจุล
"ฉันไม่ได้เชิญคุณเข้ามาในเวลานี้ค่ะ, คคนางค์" เสียงของปาลินเรียบนิ่ง ทว่าทรงพลังจนทำให้เลขาฯ สาวถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก บรรยากาศในห้องรับแขกเพนท์เฮาส์หรูหราอุณหภูมิดิ่งฮวบลงทันทีเมื่อเผชิญหน้ากับรังสีความกดอากาศต่ำที่แผ่ออกมาจากตัวคุณหญิงแห่งอาณาจักรธุรกิจ
รันดายืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์บาร์กระจกใส ดวงตาคู่สวยกวาดมองสถานการณ์ตรงหน้าด้วยความสนใจ เธอยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยในแบบที่เรียกว่ารอยยิ้มเยาะ "ดูท่าทางคุณคคนางค์จะมีเรื่องคอขาดบาดตายสินะคะ ถึงได้บุกเข้ามาหาคุณปาลินถึงห้องส่วนตัวในยามวิกาลแบบนี้... หรือว่าเอกสารในมือนั่น จะเป็นใบลาออกล่วงหน้า?"
"ไม่ใช่เรื่องของคุณค่ะ, คุณรินดา" คคนางค์หันมาสวนกลับทันควันด้วยน้ำเสียงที่ไม่เป็นมิตรนัก ก่อนจะเบนสายตากลับไปยังเจ้านายสาว "ดิฉันจำเป็นต้องเรียนคุณปาลินเรื่องนี้ด่วนที่สุดค่ะ โปรเจกต์ร่วมทุนที่ฮ่องกง... มีปัญหาใหญ่แล้วค่ะ"
ปาลินขมวดคิ้วมุ่น ความหงุดหงิดฉายชัดผ่านแววตาคู่สวยที่เพิ่งจะผ่อนคลายลงไปเมื่อครู่กลับมาลุกโชนขึ้นอีกครั้ง ร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงาน เลื่อนแฟ้มเอกสารเปิดออกด้วยปลายนิ้วเรียวยาว ดวงตาสีเข้มกราดมองตัวเลขและกราฟฟิกที่ปรากฏบนกระดาษอย่างรวดเร็ว ก่อนที่กรามคมจะขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน
"ใครเป็นคนอนุมัติงบก้อนนี้ผ่าน?" ปาลินเอ่ยถาม เสียงต่ำลอดไรฟันจนรันดาที่ยืนอยู่ไม่ไกลยังรู้สึกได้ถึงคลื่นความตึงเครียด
"คือ... ทางคณะกรรมการบริหารฝั่งโน้นอ้างมติเร่งด่วนค่ะคุณปาลิน และตอนนี้..."
เปรี๊ยะ!
เสียงฟ้าผ่าคำรามกึกก้องสนั่นหวั่นไหวตัดหน้าประโยคของคคนางค์ ตามมาด้วยแสงสีขาววาบที่สาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่ทอดเงายาวลงบนพื้นห้อง และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง แสงไฟระยิบระยับทั่วทั้งเพนท์เฮาส์หรูหราก็ดับสนิทลงพร้อมกัน ทิ้งให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความมืดมิด มีเพียงแสงสลัวจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือและแสงแฟลชจากฟ้าด้านนอกที่กะพริบเป็นระยะ
"กรี๊ด!" คคนางค์อุทานด้วยความตกใจ ปัดแฟ้มเอกสารในมือร่วงหล่นกระจายเต็มพื้น
รันดาย่นหัวิ้ว เธอยกมือขึ้นกอดอกเพื่อปรับสายตาให้คุ้นชินกับความมืด "ดูเหมือนพายุข้างนอกจะไม่ได้มาแค่ลมฝนนะคะ แต่มันเล่นงานระบบไฟของตึกนี้พังสนิทเลย"
"อยู่นิ่งๆ ค่ะ" เสียงทรงอำนาจของปาลินดังขึ้นท่ามกลางความมืด ก่อนที่เสียงฝีเท้าหนักแน่นจะก้าวเข้ามาใกล้รันดาเรื่อยๆ "คคนางค์... คุณออกไปรอที่ห้องควบคุมด้านนอกก่อนไป ดูซิว่าเจ้าหน้าที่ตึกกำลังจัดการอะไรอยู่"
"แต่ว่าเอกสาร..."
"ฉันบอกให้ออกไป!" ปาลินสั่งเสียงเฉียบขาด
เสียงเปิดประตูและเสียงฝีเท้าเร่งรีบของเลขาฯ สาวดังขึ้นก่อนที่ประตูจะปิดสนิทลง ทิ้งให้ห้องกว้างขวางเหลือเพียงความเงียบงันและเสียงสายฝนที่กระหน่ำซัดสาดกระจกราวกับโลกภายนอกกำลังจะแตกสลาย รันดารู้สึกได้ถึงแรงยวบของโซฟาตัวนุ่มด้านหลัง และเงาร่างสูงโปร่งที่กำลังก้าวเข้ามาใกล้เธอจนเกินระยะปลอดภัย
"คุณปาลินคะ..." รันดาเอ่ยขึ้นเมื่อแผ่นหลังชนเข้ากับผนังกระจกเย็นเฉียบโดยไม่รู้ตัว "คุณควรไปเช็กระบบไฟ ไม่ใช่มาเดินสุ่มสี่สุ่มห้าในความมืดแบบนี้"
"ฉันไม่ได้เดินสุ่มสี่สุ่มห้าค่ะ, รินดา" เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นใกล้ชิดจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับซอกคอระหง ปาลินขยับเข้ามาประชิดตัวจนรันดาแทบจะจมหายไปกับอ้อมแขนของอีกฝ่าย มือเรียวของคุณหญิงสาวข้างหนึ่งทาบลงกับกระจกใสเพื่อกักขังนางแบบสาวไว้ในอาณาเขตของตัวเอง
กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมผสานกับความเย็นชื้นของสายฝน ช่างเป็นส่วนผสมที่ชวนให้มึนงัวและหัวใจเต้นผิดจังหวะเสียเหลือเกิน รันดากลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง พยายามเบี่ยงหน้าหนีสายตาคู่คมที่มองมาในความมืด แม้จะมองไม่เห็นชัดเจน แต่เธอก็สัมผัสได้ถึงความร้อนรุ่มที่แผ่ออกมาจากตัวของปาลิน
"คุณกำลังกลัวเหรอคะ?" ปาลินเอ่ยถาม น้ำเสียงเจือความเย้าแหย่เล็กน้อย แต่แฝงไว้ด้วยความจริงจังที่ทำเอาคนฟังขนลุกซู่
"กลัวอะไรคะ? ฉันไม่เคยกลัวอะไรทั้งนั้น... โดยเฉพาะความมืด" รันดาสวนกลับทันควัน เชิดหน้าขึ้นสู้แม้หัวใจจะเต้นระรัวราวกับกลองเพล "ปล่อยฉันได้แล้วค่ะ เรื่องงานเมื่อกี้..."
"เรื่องงานพักไว้ก่อนค่ะ" ปาลินตัดบท น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนเป็นนุ่มทุบทว่าดุดันในเวลาเดียวกัน "ตอนนี้... สิ่งที่ฉันสนใจไม่ใช่ตัวเลขขาดทุนหลายร้อยล้านนั่นหรอกนะคะ"
"แล้วอะไรล่ะคะที่คุณสนใจ?" รันดาย้อนถาม ลมหายใจเริ่มติดขัดเมื่อปลายนิ้วเรียวของคุณหญิงสาวขยับเข้ามาแตะเบาๆ ที่คางอิมเมจของเธอ บังคับให้เงยหน้าขึ้นรับสัมผัสที่คาดไม่ถึง
"ฉันสนใจ... ปฏิกิริยาของคุณเวลาที่อยู่ใกล้ฉันแบบนี้ต่างหากค่ะ"
ปาลินโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนรันดารับรู้ได้ถึงสัมผัสแห่งลมหายใจที่รินรดอยู่บนริมฝีปาก ความถือดี ความพายามจะต่อปากต่อคำเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความตื่นเต้นเร้าใจที่ไต่ระดับขึ้นสูงจนแทบจะควบคุมไม่อยู่ ท่ามกลางเสียงพายุที่โหมกระหน่ำอยู่เบื้องนอก ระยะห่างระหว่างพวกเธอค่อยๆ ลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง
"คุณนี่มัน..." รันดาพยายามจะเอ่ยต่อ แต่เสียงของเธอกลับถูกกลืนหายไปเมื่อริมฝีปากอุ่นร้อนของคุณหญิงสาวทาบทับลงมาอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด
สัมผัสที่เริ่มต้นด้วยความดุดันและเอาแต่ใจ ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความนุ่มนวลล้ำลึกที่ดึงดูดสติสัมปชัญญะของรันดาให้หลุดลอยไป มือเรียวของนางแบบสาวเผลอยกขึ้นกำปกเสื้อสูทของปาลินไว้แน่นเพื่อยึดเหนี่ยว ขณะที่เรียวปากนุ่มตอบรับสัมผัสอย่างไม่ยอมแพ้ เคมีที่พุ่งพล่านระหว่างพวกเธอแผดเผาทุกความหนาเหน็บของค่ำคืนพายุเข้าให้มลายหายไปในพริบตา
ทว่า... ในวินาทีที่อารมณ์กำลังพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของปาลินที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานก็แผดเสียงกรีดร้องดังลั่นทำลายความเงียบขึ้นมาอย่างกะทันหัน!
ปาลินผละริมฝีปากออกช้าๆ อย่างเสียดาย ดวงตาสองคู่ประสานกันในความมืดที่ยังมีแสงแฟลชจากฟ้าแลบสาดส่องเข้ามาเป็นระยะ คุณหญิงสาวหายใจหอบเล็กน้อยก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ
เพียงแค่กวาดสายตาผ่านตัวหนังสือแจ้งเตือนสั้นๆ ที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ OLED สีดำสนิท ร่างกายของปาลินก็ชะงักกึก สีหน้าที่เคยเย้ายวนและคลั่งรักเมื่อครู่กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและตึงเครียดขึ้นมาทันทีจนรันดารู้สึกได้
"มีอะไรเหรอคะ?" รินดาถามเสียงพร่า พยายามปรับลมหายใจให้เป็นปกติ
ปาลินเงยหน้าขึ้นช้าๆ สายตาที่มองมาที่รันดาเต็มไปด้วยความซับซ้อนที่อ่านไม่ออก ก่อนจะเอ่ยชื่อบุคคลที่สามออกมาด้วยน้ำเสียงที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวเย็นเยียบลงยิ่งกว่าเดิม
"พี่ชายฉัน... เพิ่งบินกลับมาจากนิวยอร์กค่ะ และตอนนี้... เขากำลังยืนรออยู่หน้าลิฟต์ส่วนตัวชั้นนี้แล้วค่ะ"
โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ
เกมรักเดิมพันหัวใจยัยตัวร้าย•ตอนที่ 14
ค่ำคืนที่พายุเข้า
ผลงานโดย ควีนบีทูโก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกมรักเดิมพันหัวใจยัยตัวร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!