กลิ่นคาวสนิมเหล็กเจือจางในอากาศ—มันมิใช่กลิ่นของสนามรบภายนอกกำแพงเมือง หากแต่เป็นกลิ่นเลือดที่เพิ่งหลั่งรินลงบนหินอ่อนขัดมันวาว ณ ท้องพระโรงใหญ่แห่งวังหลวง
เสียงรองเท้าบูทหนังขององครักษ์เสื้อแพรย่ำกระแทกพื้นพร้อมเพรียง ดังก้องกังวานจนสะเทือนถึงโสตประสาทของทุกคนที่ยืนอยู่ ณ ที่นั้น บรรยากาศกดดันจนแทบหายใจไม่ออก ท่ามกลางความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัว สวี่จินหรานยืนอยู่เบื้องพระพักตร์ของโอรสสวรรค์ แผ่นหลังของนางเหยียดตรง อาภรณ์ปักลายหงส์เพลิงสะท้อนแสงไฟจากคบเพลิงวับวาม ดวงตาคู่งามหงส์หรี่ลงเล็กน้อยยามกวาดมองร่างไร้วิญญาณของขุนนางเฒ่าผู้เคยทรงอิทธิพล ซึ่งบัดนี้คอพับเอียงไปด้าน and นอนจมกองเลือดสดๆ
"ใต้เท้าหลี่... ดูเหมือนจะหมดลมหายใจก่อนจะได้ทูลถวายฎีกาฉบับสุดท้ายเสียแล้วกระมังเพคะ ฝ่าบาท" สวี่จินหรานเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงกระแสความเยียบเย็น ทอดมองซากอำนาจที่กำลังสูญสลายไปต่อหน้า
หลงเทียนเฉิงประทับนิ่งอยู่บนบัลลังก์มังกร พระเนตรคมกริบทอดมองลงมาเบื้องล่างอย่างไม่สะทกสะท้าน รอยแยสร่มสรำบนพระพักตร์บ่งบอกถึงความเด็ดขาดที่ถูกเก็บงกดมานานนับแรมปี พระหัตถ์หนากำพนักพิงมังกรทองแน่นจนข้อพระกรขึ้นสีขาว
"คนตายย่อมไม่พูดจา" หลงเทียนเฉิงตรัสด้วยพระสุรเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังอำนาจจนขุนนางฝ่ายอัครเสนาบดีซ่งถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้น "แต่พรรคพวกของเขา... ดูเหมือนจะมีปากเสียงกันเก่งเสียเหลือเกินในวันนี้"
สิ้นพระกระแสรับสั่ง ประตูบานใหญ่แกะสลักลายวิจิตรก็ถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรง!
กลุ่มทหารองครักษ์หลวงนับร้อยนายพรูเข้าปิดล้อมท้องพระโรงไว้ทุกด้าน นำโดยแม่ทัพผู้ภักดีที่กุมกำลังทหารรักษาพระองค์ไว้ในกำมือ สมุหราชองครักษ์ผู้กุมอำนาจฝ่ายซ้ายชักกระบี่ออกจากฝัก เสียงเหล็กกระทบกันดังแสบแก้วหู เป็นสัญญาณเตือนว่า ความขัดแย้งที่ซุกซ่อนไว้ใต้พรมมาเนิ่นนาน ได้ปะทุขึ้นเป็นสงครามขนาดย่อมกลางวังหลวงแล้วอย่างInevitable
อัครเสนาบดีซ่งที่หน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด ค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นด้วยความยากลำบาก ริมฝีปากสั่นระริกชี้มาที่สวี่จินหราน
"มเหสี... เจ้า! เจ้ากล้าดียังไงถึงบังอาจใส่ร้ายป้ายสีขุนนางเก่าแก่! ฝ่าบาท ทรงโปรดไตร่ตรองให้ดี พระชายา... องค์หญิงสวี่นางนี้กำลังใช้อำนาจมืดครอบงำราชสำนัก!" ซ่งเหวินเฉิงแผדเสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาแดงก่ำด้วยความคับแค้นใจเมื่อเห็นหมากตัวสำคัญถูกกำจัดในชั่วพริบตา
สวี่จินหรานแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวนั้นเยียบเย็นราวน้ำค้างแข็งกลางเหมันต์ นางก้าวเท้าช้าๆ เข้าหาอัครเสนาบดีซ่งทีละก้าว อาภรณ์หรูหราสะบัดพลิ้วตามจังหวะการเคลื่อนไหว
"ใส่ร้ายป้ายสีหรือเพคะ ใต้เท้าซ่ง?" สวี่จินหรานหยุดยืนห่างจากเขาเพียงก้าวเดียว นัยน์ตาคู่นั้นคมปลาบราวใบมีดซ่อนในแพรไหม "สมุดบัญชีลับที่ท่านแอบติดต่อกับแคว้นทางเหนือ เอกสารการยักยอกเสบียงคลังหลวง และตราประทับปลอมที่ซุกซ่อนไว้ในจวนของใต้เท้าหลี่... สิ่งเหล่านี้ ข้าเป็นคนยัดเยียดให้พวกเขาเขียนขึ้นมาเองอย่างนั้นหรือ?"
ร่างของซ่งเหวินเฉิงสะท้านเฮือก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจขีดสุด ความลับที่คิดว่าเก็บงำไว้มิดชิด เหตุใดจึงไปอยู่ในกำมือของสตรีผู้นี้ได้!
"เจ้า... เจ้ามันปีศาจจิ้งจอก!" ซ่งเหวินเฉิงคำรามด้วยความจนตรอก คว้ากระบี่จากองครักษ์ข้างกายแล้วพุ่งเข้าใส่สวี่จินหรานทันทีโดยไม่เกรงกลัวอาญาแผ่นดิน!
เหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมากจนแทบตั้งตัวไม่ทัน เหล่าขุนนางต่างกรีดร้องวิ่งหนีอลหม่าน ทว่าสวี่จินหรานหาได้ถอยหลังไม่ นางยืนนิ่งสงบราวยอดเขาไท่ซาน สายตาจับจ้องคมดาบที่พุ่งเข้ามาใกล้ทุกขณะด้วยความเยือกเย็นถึงขีดสุด
*เคร้ง!*
ประกายไฟส่อแสงวาบยามคมกระบี่เล่มหนึ่งปัดป้องคมดาบของซ่งเหวินเฉิงออกไปอย่างเฉียดฉิว หลงเทียนเฉิงมิได้ประทับอยู่บนบัลลังก์อีกต่อไป พระองค์ทรงทะยานร่างลงมาขวางเบื้องหน้าสวี่จินหราน พร้อมกระบี่มังกรทองในพระหัตถ์ที่หยดหยาดโลหิต
"บังอาจ!" หหลงเทียนเฉิงตรัสคำเดียว สิ้นเสียงนั้น คมกระบี่วาบผ่านลำคอของอัครเสนาบดีซ่งในเสี้ยววินาที
ร่างของซ่งเหวินเฉิงแข็งค้าง ดวงตาเบิกโพลงค้างคาความทะเยอทะยานและแค้นเคือง เลือดสีแดงฉานพุ่งกระฉูดอาบพื้นหินอ่อน ก่อนที่ร่างไร้ลมหายใจจะทรุดฮวบลงตามแรงโน้มถ่วง ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนในท้องพระโรง
ความเงียบงันกลับมาปกคลุมอีกครั้ง ทว่าไม่มีใครกล้าหายใจแรง หลงเทียนเฉิงลดกระบี่ลงช้าๆ พลางหันพระพักตร์มาสบตากับสวี่จินหราน แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความล้ำลึกและความเข้าใจอันไร้คำพูด
สวี่จินหรานระบายยิ้มบางเบาที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มของผู้ชนะที่ต้องแลกมาด้วยหยาดเลือดและคราบน้ำตาของศัตรู แต่นางยังไม่ทันได้เอื้อเฟื้อวาจาใด ทันใดนั้น... เสียงทหารรายงานหน้าประตูวังก็ดังแทรกขึ้นด้วยความตื่นตระหนก
"กราบทูลฝ่าบาท! กองกำลังทหารส่วนตัวของตระกูลซ่งสามหมื่นนาย นอกประตูกำแพงเมือง... กำลังเคลื่อนพลเข้าประชิดพระราชวังแล้วพ่ะยะค่ะ!"
หลงเทียนเฉิงหรี่พระเนตรลงทันที ขณะที่สวี่จินหรานหันขวับไปมองนอกหน้าต่างบานสูง—ที่ซึ่งท้องฟ้าเบื้องนอกกำลังถูกย้อมด้วยสีแดงฉานของแสงเพลิงและกลิ่นอายสงครามที่คืบคลานเข้ามาประชิด...
ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "หลิวเยี่ยนซี" เสมอมานะคะ
มเหสีเคียงบัลลังก์อัคคี•ตอนที่ 21
เลือดนองท้องพระโรง
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มเหสีเคียงบัลลังก์อัคคี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!