กลิ่นอายจางๆ ของธูปกำยานราคาแพงลอยวนอยู่ในห้องหนังสือลับใต้ตำหนักบูรพา ประกายไฟจากตะเกียงสำริดวับแวมสะท้อนกับเหงื่อกาฬที่ผุดพรายขึ้นบนขมับของข้าพเจ้า สวี่จินหราน ปลายนิ้วเรียวยาวที่บรรจงคัดลอกฎหมายโบราณหยุดชะงักลงเมื่อเสียงฝีเท้าหนักแน่นทว่าเงียบเชียบดังขึ้นที่เบื้องหลัง
“เจ้ามั่นใจแค่ไหน... จินหราน”
น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นโดยไม่มีพิธีรีตอง หลงเทียนเฉิงก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหลัง เขาสวมชุดคลุมสีเข้มกลมกลืนกับความมืดมิดยามราตรี ดวงเนตรคมปลาบดุจพญาอินทรีคู่นั้นกวาดมองแผนผังตำหนักอักษรทองที่กางอยู่บนโต๊ะด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ทว่าเต็มไปด้วยความระอุของเปลวเพลิงแห่งความแค้นที่ถูกสะกดกลั้นไว้เนิ่นนาน
“หม่อมฉันไม่เคยเล่นการพนันที่รู้ว่ามีโอกาสแพ้เพคะ ฝ่าบาท” ข้าพเจ้าเอี้ยวตัวกลับไปเล็กน้อย สบสายตากับบุรุษผู้กุมชะตาแผ่นดินแต่เพียงนาม “คืนนี้คือคืนเดือนมืด ไร้แสงจันทร์คอยส่องทาง เป็นเวลาที่ผู้สำเร็จราชการ ‘ก๊กอี้’ มักจะดื่มสุราเคล้านารีและตรวจบัญชีลับในห้องโถงชั้นใน ตราลัญจกรหยกขาวที่สลักลายพยัคฆ์ห้าเล็บ... บัดนี้ไม่ได้อยู่บนแท่นบูชาของตระกูลก๊กอีกต่อไปแล้ว แต่มันนอนนิ่งอยู่ในหีบเหล็กใต้พื้นห้องอักษรของมันเองเพคะ”
ฮ่องเต้หนุ่มแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบจนน่าขนลุก “ดี... ดีมาก หกปีที่ข้าต้องทนก้มหัวให้สุนัขรับใช้อย่างมันเหยียบย่ำศักดิ์ศรี วันนี้ถึงเวลาที่กรงขังนี้ต้องพังทลายลงเสียที แต่เจ้าก็รู้ว่าหากพลาดแม้แต่ก้าวเดียว หัวของเจ้าและข้าคงประดับอยู่บนกำแพงเมืองหลวงก่อนฟ้าสาง”
“หม่อมฉันเอาชีวิตของสกุลสวี่ที่เหลืออยู่เป็นเดิมพันเพคะ” ข้าพเจ้าตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ามั่นคงดุจหินผา
แผนการยึดคืนตราประทับในค่ำคืนนี้มิใช่แค่การลักขโมยธรรมดา หากแต่เป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ที่สุดในกระดานการเมืองระหว่างราชสำนักเก่ากับขุนนางทรราช หากได้ตราลัญจกรคืนมา ราชโองการประกาศจับกุมก๊กอี้ในข้อหากบฏก็จะชอบธรรมทันที แต่หากล้มเหลว... พวกเราจะกลายเป็นกบฏเสียเองในชั่วพริบตา
เวลาล่วงเลยจนถึงยามสาม (00.00 - 01.00 น.)
เงาร่างสองร่างเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วราวกับภูตพรายข้ามกำแพงสูงลิบของจวนผู้สำเร็จราชการ กลิ่นอายความอัปยศอดสูที่ตระกูลสวี่เคยได้รับเมื่อหลายปีก่อนยังคงติดตรึงอยู่ในความทรงจำ ทุกย่างก้าวที่ข้าพเจ้าเหยียบย่างลงบนพื้นหินแกรนิตเย็นเฉียบ เต็มไปด้วยความระมัดระวัง ชุดผ้าแพรสีดำสนิทกลมกลืนไปกับความมืดมิด ปิ่นปักผมเหล็กกล้าซ่อนอาวุธลับถูกเตรียมพร้อมไว้ใต้ร่มผ้า
หลงเทียนเฉิงแยกตัวไปจัดการกับองครักษ์เงาที่ลาดตระเวนรอบนอก ส่วนข้าพเจ้าลอบเร้นเข้ามาในห้องอักษรส่วนตัวของก๊กอี้ กลิ่นชาชั้นดีผสมกับกลิ่นอายอำนาจลอยอบอวล บรรยากาศภายในเงียบสงัดจนได้ยินเสียงหัวใจของตนเองที่เต้นระรัวราวกับกลองศึก
สายตาคมกริบกวาดมองไปทั่วห้อง หนังสือตำรานับพันเล่มถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบ แต่ข้าพเจ้าไม่ได้สนใจสิ่งเหล่านี้ ปลายนิ้วสัมผัสไปตามผนังไม้แกะสลักอย่างแผ่วเบา จนกระทั่งสะดุดเข้ากับรอยต่อที่ผิดปกติหลังภาพวาดภูเขา
“เจอแล้ว...”
ข้าพเจ้าพึมพำกับตัวเองเบาๆ กลไกรูปดอกบัวถูกกดลงตามรหัสที่ได้มาจากสายลับในจวน เสียงเฟืองเหล็กขบกันดังคลิกเบาๆ พื้นไม้เบื้องล่างเผยให้เห็นช่องลับขนาดกว้างพอดีตัว กลิ่นอับชื้นผสมกับกลิ่นโลหะจางๆ ลอยขึ้นมาเตะจมูก
หัวใจกระตุกวูบเมื่อเห็นหีบเหล็กใบย่อมวางอยู่บนแท่นหินภายในนั้น ข้าพเจ้าไม่รอช้า รีบมุดตัวลงไป ใช้ลวดเหล็กเส้นเล็กบรรจงเขี่ยแม่กุญแจกลไกโบราณ เหงื่อเม็ดโตไหลย้อยลงตามกรอบหน้า ความกดดันบีบคั้นจนลมหายใจติดขัด เสียงกุกกักเบาๆ ภายในห้องลับช่างยาวนานราวกับชั่วกัปชั่วกัลป์
*แกร๊ก!*
เสียงกลไกดีดตัวเปิดออกดังขึ้นในความเงียบ ข้าพเจ้าไม่รอช้า รีบเปิดฝากหีบออก แสงสีขาวนวลสะท้อนเข้ากับดวงตา ตราลัญจกรหยกขาวสลักลวดลายพยัคฆ์อัคคีอันทรงอำนาจ นอนนิ่งสนิทอยู่ภายใน มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยเอื้อมไปหยิบมันขึ้นมา น้ำหนักของมันช่างมหาศาลเหลือเกิน... น้ำหนักที่แบก1ชะตาชีวิตของคนนับแสนในแผ่นดิน
ทันใดนั้นเอง... แสงไฟสว่างวาบขึ้นทั่วทั้งห้อง!
“บังอาจนัก! กล้าดียังไงถึงมาเหยียบห้องหนังสือของข้า!”
เสียงตวาดก้องกังวานด้วยความโกรธเกรี้ยวทำให้เลือดในกายของข้าพเจ้าเย็นเฉียบ ข้าพเจ้าสะดุ้งสุดตัว รีบเก็บตราลัญจกรเข้าอกเสื้อแล้วผุดลุกขึ้นจากช่องลับ
ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าคือ ก๊กอี้ ผู้สำเร็จราชการผู้เหิมเกริม ยืนขวางประตูทางออกไว้ ใบหน้าอูบอิมเต็มไปด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม รอบกายของเขาเต็มไปด้วยทหารองครักษ์นับสิบชีวิตที่ถือดาบเล่มโตเปล่งประกายวาววับในความมืด ดวงตาของก๊กอี้จ้องมองมาที่ข้าพเจ้าด้วยแววตารังเกียจและดูแคลน
“ที่แท้ก็คือเจ้า... นังตัวดี สวี่จินหราน ผู้หญิงที่ควรจะตายไปพร้อมกับตระกูลกบฏเมื่อหลายปีก่อน กล้าดียังไงถึงกล้าเข้ามาขโมยของรักของข้าถึงในนี้!” ก๊กอี้หัวเราะลั่นด้วยความสะใจ
ข้าพเจ้าถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ หลังชนเข้ากับชั้นหนังสือ ร่างกายตึงเครียดจนถึงขีดสุด แต่ใบหน้ายังคงพยายามรักษาความเยือกเย็นเอาไว้ให้ได้มากที่สุด สายตากวาดมองหาทางหนทีไล่ ทว่าทางออกเดียวถูกปิดตายโดยกองกำลังนับสิบ
“ของรักงั้นหรือ?” ข้าพเจ้าแค่นเสียงหัวเราะเยาะหยัน ดวงตาจ้องมองตรงไปยังขุนนางทรราชอย่างไร้ความเกรงกลัว “ตราแผ่นดินนี้เป็นของราชสำนักและฮ่องเต้ผู้เป็นเจ้าชีวิต หาใช่ของสุนัขรับใช้ที่คิดจะกบฏแย่งชิงบัลลังก์เช่นท่านไม่!”
“ปากกล้าดีนี่!” ก๊กอี้หน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธ สบถออกมาอย่างเหลืออด “ในเมื่อเจ้าอยากรนหาที่ตายนัก ข้าก็จะส่งเจ้าไปลงนรกซะ! จับนางนั่นไว้! ใครตัดหัวมันมาได้ ข้าจะตบรางวัลให้อย่างงาม!”
สิ้นคำสั่ง ทหารองครักษ์นับสิบต่างพุ่งเข้ามาหาข้าพเจ้าพร้อมกับคมดาบที่พร้อมปลิดชีพ
ในเสี้ยววินาทีความเป็นความตายนั้นเอง... ประตูห้องหนังสือไม้สักบานใหญ่ก็ถูกกระแทกจนพังกระเด็นเป็นเสี่ยงๆ ด้วยพลังภายในอันมหาศาล ฝุ่นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ พร้อมกับเงาร่างของบุรุษผู้หนึ่งที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับรัศมีสังหารที่แผ่ซ่านไปทั่วห้อง
ก๊กอี้เบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อเห็นใบหน้าของผู้ที่ยืนอยู่หน้าประตูชัดเจน
“ฝ่า... ฝ่าบาท! เป็นไปได้อย่างไร!”
หลงเทียนเฉิงไม่ได้เอ่ยคำพูดใด เขายกกระบี่มังกรทองขึ้นชี้หน้าผู้สำเร็จราชการ รอยยิ้มเย็นชาปรากฏขึ้นที่มุมปาก ขณะที่สายตาคมกริบกวาดมองทหารทั้งหมดด้วยความเหยียดหยัน
“ผู้สำเร็จราชการก๊ก... เจ้าเรียกใครว่า ‘ฝ่าบาท’ ผิดคนหรือเปล่า?”
ข้าพเจ้ามองภาพเบื้องหน้าด้วยหัวใจที่เต้นระทึก แผนการดำเนินมาถึงจุดแตกหักแล้ว ทว่า... สายตาของก๊กอี้ที่มองกลับมาไม่ได้มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เขากลับยกยิ้มมุมปากอย่างน่าขนลุก ก่อนจะตบมือลงเบื้องล่างสามครั้งติดๆ กัน
*แปะ แปะ แปะ*
“ฮ่องเต้ผู้ปรีชา... พระองค์ทรงคิดจริงๆ หรือว่าข้าจะเก็บของสำคัญไว้ในที่ที่คาดเดาง่ายเช่นนี้?” ก๊กอี้หัวเราะเสียงแหลมสูง “สิ่งที่นังสารเลวผู้นั้นถืออยู่... มันเป็นเพียงของปลอมที่ข้าจงใจวางล่อเสือออกจากถ้ำต่างหากเล่า!”
ข้าพเจ้าชะงักงัน รีบควักตราลัญจกรในอกเสื้อออกมาพลิกดู ทันใดนั้น สีหน้าก็ถอดสีลงทันทีเมื่อพบว่ารอยสลักด้านหลังหยกนั้นไม่มีสัญลักษณ์ลับที่แท้จริง!
ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "หลิวเยี่ยนซี" เสมอมานะคะ
มเหสีเคียงบัลลังก์อัคคี•ตอนที่ 20
แผนการยึดคืนตราประทับ
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มเหสีเคียงบัลลังก์อัคคี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!