มเหสีเคียงบัลลังก์อัคคี•ตอนที่ 28

ล้างมลทินตระกูลสวี่

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
"ฝ่าบาท... ข้าพระองค์ไม่ได้ทูลขอเพื่อความเมตตา แต่ข้าพระองค์ทูลขอในนามของวิญญาณบรรพชนตระกูลสวี่ ที่ต้องกลายเป็นผีไร้ญาติภายใต้หยาดเลือดที่ถูกใส่ร้ายมานานนับสิบปี!" เสียงของสวี่จินหรานดังก้องไปทั่วท้องพระโรงที่เงียบสงัดจนได้ยินแม้แต่เสียงลมหายใจของเหล่าขุนนาง นางยืนตัวตรงตระหง่านอยู่กลางพื้นศิลาเย็นเยียบ สายตาที่มุ่งมั่นดุจคมกระบี่ไม่ได้หลบเลี่ยงสายตาของหลงเทียนเฉิงที่นั่งอยู่บนบัลลังก์มังกรแม้แต่น้อย หลงเทียนเฉิงกวาดสายตาคมกริบมองเหล่าขุนนางฝ่ายตรงข้ามที่ก้มหน้าหลบสายตา มือหนาบีบพนักเก้าอี้ทองคำจนเส้นเลือดที่หลังมือปูดโปน ก่อนจะหันไปสบตากับสตรีเพียงหนึ่งเดียวที่กล้าท้าทายอำนาจมืดในวังหลวงแห่งนี้ "หากข้าคืนความเป็นธรรมให้เจ้าในวันนี้... เจ้าคิดว่าพายุที่กำลังจะโหมกระหน่ำหลังจากนี้ เจ้าจะแบกรับมันไว้ได้เพียงลำพังหรือ จินหราน?" ฮ่องเต้ตรัสด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เปี่ยมด้วยอำนาจ บรรยากาศในโถงพระโรงกดดันเสียจนขุนนางอาวุโสบางคนถึงกับต้องยกแขนเสื้อขึ้นซับเหงื่อ สวี่จินหรานยืดอกขึ้นเล็กน้อย มุมปากของนางยกยิ้มจางๆ ที่มิใช่ความอ่อนหวาน ทว่าเป็นรอยยิ้มของผู้ที่กุมไพ่ตายในมือไว้แน่น "หม่อมฉันไม่ได้สู้เพียงลำพัง และหม่อมฉันเชื่อมั่นว่า ฝ่าบาทก็ไม่ทรงประสงค์จะเห็นอาณาจักรนี้พังทลายลงด้วยน้ำมือของขุนนางทรยศที่กัดกินแผ่นดินมานานเกินพอแล้วเพคะ" ฮ่องเต้พยักหน้าช้าๆ ก่อนจะโบกมือให้ขันทีข้างกายอัญเชิญราชโองการสีทองอร่ามออกมา กลิ่นอายของความศักดิ์สิทธิ์และอำนาจเบ็ดเสร็จแผ่ซ่านไปทั่ว ขันทีอาวุโสสูดลมหายใจลึกก่อนจะประกาศก้อง "ด้วยพระเมตตาแห่งโอรสสวรรค์... บัดนี้ได้มีการสอบสวนทวนพยานหลักฐานใหม่จนเป็นที่ประจักษ์ชัดแล้วว่า ตระกูลสวี่มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อกบฏเมื่อสิบปีก่อน หากแต่เป็นเหยื่อของการใส่ร้ายป้ายสีจากเหล่าขุนนางกังฉินที่มุ่งหวังอำนาจ... ให้คืนเกียรติยศ บรรดาศักดิ์ และทรัพย์สินที่ถูกยึดไปคืนแก่ทายาทสายตรงแต่เพียงผู้เดียว!" สิ้นเสียงประกาศ โถงพระโรงพลันเกิดความโกลาหลขึ้นชั่วขณะ กลุ่มขุนนางฝ่ายกังฉินเริ่มกระซิบกระซาบด้วยความตื่นตระหนก ทว่าสวี่จินหรานกลับนิ่งสงบ ดุจดั่งผิวน้ำที่ไร้คลื่นลม นางคุกเข่าลงโขกศีรษะรับราชโองการด้วยใจที่สั่นไหว น้ำตาแห่งความอัดอั้นที่พยายามสะกดกลั้นมานานหลายปีรินไหลออกมาเงียบๆ ทว่า ในขณะที่นางกำลังจะลุกขึ้น ความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัวก็เข้าปกคลุมอีกครั้ง เมื่อเสียงฝีเท้าหนักแน่นของใครบางคนดังก้องมาจากประตูทางเข้าท้องพระโรง แม่ทัพใหญ่ผู้หายสาบสูญไปในศึกชายแดนเมื่อห้าปีก่อน ก้าวเข้ามาพร้อมกับชุดเกราะที่เต็มไปด้วยรอยเลือดและฝุ่นดิน เขาก้าวเดินด้วยท่าทางที่เปี่ยมไปด้วยโทสะ ดวงตาที่ข้างหนึ่งถูกปิดไว้ด้วยแผลเป็นจ้องเขม็งมาที่สวี่จินหราน ก่อนจะชักกระบี่ออกมาชี้ไปที่เบื้องหน้าพระพักตร์ "ราชโองการนี้เป็นโมฆะ... เพราะในเมื่อเจ้าของตระกูลที่แท้จริงยังไม่ตาย! และข้าก็มิใช่ทายาทที่เจ้าแอบอ้างจะมาเชิดชูเพื่อทวงบัลลังก์คืนหรอก จินหราน!" เขากระชากหน้ากากที่ปกปิดใบหน้าครึ่งหนึ่งออก เผยให้เห็นรอยแผลที่ลึกจนน่ากลัว สวี่จินหรานเบิกตากว้างจนแทบลืมหายใจ มือที่ถือราชโองการสั่นระริกเมื่อเห็นใบหน้าของคนตรงหน้าชัดๆ เพราะนั่นคือพี่ชายของนางที่ทุกคนต่างลงความเห็นว่าตายไปแล้วในกองเพลิง ความแค้นที่เคยมีต่อศัตรูดูเหมือนจะจางหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยความสับสนที่น่าหวาดหวั่นกว่าเดิม เหตุใดพี่ชายของนางจึงกลับมาในวันที่นางเพิ่งกู้ชื่อเสียงตระกูลสำเร็จ และเหตุใดสายตาของเขาถึงดูเย็นชาดุจคนแปลกหน้าเช่นนี้... ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามเส้นทางอันแสนหนักหน่วงของสวี่จินหรานมาจนถึงบรรทัดสุดท้ายนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มเหสีเคียงบัลลังก์อัคคี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%