"พี่ใหญ่..."
สำเนียงที่เปล่งลอดริมฝีปากของสวี่จินหรานแผ่วเบาราวกับภาพฝัน แต่นัยน์ตาคู่คมกลับเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—เพียงชั่วพริบตาเดียวเท่านั้นที่ความตกตะลึงระลอกใหญ่ซัดสาดเข้ามาในอก ก่อนที่สติสัมปชัญญะอันเยือกเย็นจะถูกดึงกลับมาควบคุมทุกสัดส่วนของร่างกายอย่างรวดเร็ว
บุรุษบนหลังม้าศึกสีดำสนิทผู้นั้น สวมเกราะโลหะสีนิลประดับลวดลายพยัคฆ์เหินหาว ใบหน้าคมคายมีรอยแผลเป็นจางๆ พาดผ่านหางคิ้วข้างซ้าย เพิ่มความดุดันและกร้านโลกให้แก่ผู้เป็นเจ้าของ ทว่าดวงตาคู่นั้น... ดวงตาที่ถอดแบบมาจากบิดาผู้ล่วงลับ กลับกำลังจ้องมองนางด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะบรรยาย มีทั้งความโหยหา ความเจ็บปวด และ... ความระแวงแคลงใจที่ซ่อนอยู่ใต้ก้นบึ้ง
สามปีที่ผ่านมา ตระกูลสวี่ถูกตราหน้าว่าเป็นกบฏ พี่ชายแท้ๆ ของนาง—สวี่ฉางอวี๋—หายสาบสูญไปพร้อมกับกองทัพพิทักษ์ชายแดนเหนือ ท่ามกลางข่าวลือว่าถูกฝังกลบอยู่ใต้ทะเลทรายสีเลือด แต่วันนี้ เขากลับยืนอยู่เบื้องหน้านาง พร้อมกับธงศึกของกองกำลังที่ควรจะแปรพักตร์ไปซบตระกูลอัครมหาเสนาบดีฝั่งตรงข้ามแล้ว!
"จินหราน..." สวี่ฉางอวี๋ขยับริมฝีปากเอ่ยก้อง เสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงอัดอั้น "เจ้ายังกล้าเหยียบย่างกลับมาที่เมืองหลวงแห่งนี้อีกหรือ? รู้หรือไม่ว่าที่นี่มันคือหลุมศพที่ขุดรอฝังพวกเราทั้งตระกูล!"
ยังไม่ทันที่สวี่จินหรานจะได้เอื้อนเอ่ยคำใดแก้ต่าง หรือแม้แต่ส่งสัญญาณเตือนภัย ท้องฟ้าเหนือหุบเขาอัคคีก็แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานในชั่วพริบตา!
*ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!*
ห่าลูกศรนับพันดอกแหวกอากาศพุ่งลงมาจากหน้าผาสองฝั่งราวกับฝนห่าใหญ่ เป้าหมายไม่ใช่ใครอื่น แต่คือขบวนเดินทางของนางและกององครักษ์หลวงที่เหลือรอด!
"ระวัง! ตั้งกระบวนทัพคุ้มกันองค์รัชทายาท... อ๊ะ!" หัวหน้าองครักษ์ยังไม่ทันตะโกนสั่งการจนจบประโยค คอหอยของเขาก็ถูกปักทะลุด้วยลูกศรอาบยาพิษ ร่างไร้วิญญาณทรุดฮวบลงแทบเท้าของสวี่จินหราน เลือดสีดำคล้ำไหลนองพื้นดินทรายสีเทา
ความโกลาหลระเบิดขึ้นในเสี้ยววินาที เสียงกรีดร้องของคนรับใช้ เสียงม้าพยศตื่นตระหนก และเสียงเหล็กกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว สวี่จินหรานถูกแรงกระแทกจากม้าศึกตัวข้างๆ จนเซถลาเกือบล้มลงไปกองกับพื้น มือเรียวบางคว้ากริชสั้นที่ซ่อนไว้ในสาบเสื้อขึ้นมาตั้งรับตามสัญชาตญาณ สัญชาตญาณนักเอาตัวรอดบอกนางว่านี่ไม่ใช่การดักปล้นชิงทรัพย์ทั่วไป แต่นี่คือ "การฆ่าปิดปาก" ที่ถูกวางแผนไว้อย่างรัดกุมที่สุด!
เงาดำนับร้อยในชุดนักฆ่าปิดหน้าพุ่งทะยานลงมาจากยอดผาราวกับฝูงกาเหว่ากระหายเลือด เป้าหมายของพวกมันพุ่งตรงมาที่รถม้าหลวงและตัวนางโดยเฉพาะ
สวี่จินหรานกัดริมฝีปากจนห่อเลือด นางรู้ดีว่าตระกูลหลี่และขุนนางกังฉินไม่มีทางปล่อยให้นางเดินทางกลับเข้าเมืองหลวงอย่างราบรื่นแน่ แต่ไม่คิดเลยว่าพวกมันจะกล้าลงมืออุกฉกรรจ์กลางทางหลวงหลวงเช่นนี้!
ในจังหวะที่คมดาบอาบยาพิษของมือสังหารคนหนึ่งกำลังจะตวัดเข้าที่ลำคอระหงของนาง ดวงตากลมโตหลับลงเสี้ยววินาทีเพื่อรับมือกับความตายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้—
*ฉับ!*
เสียงเนื้อและกระดูกขาดออกจากกันดังขึ้น พร้อมกับละอองเลือดอุ่นร้อนที่สาดกระเซ็นโดนพวงแก้มเนียนนุ่ม แต่นางกลับไม่รู้สึกเจ็บปวดใดๆ
สวี่จินหรานลืมตาขึ้น ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้นัยน์ตาของนางสั่นระริก
สวี่ฉางอวี๋ผู้เป็นพี่ชาย ควบม้าฝ่าวงล้อมเข้ามาอย่างไร้ความกลัว ดาบยาวในมือชุ่มโชกไปด้วยเลือดของมือสังหาร ร่างของศัตรูร่วงหล่นลงแทบม้าทีละคนๆ อย่างไร้ความปรานี ทว่า ในขณะเดียวกัน นักฆ่าอีกกลุ่มหนึ่งก็ลอบเข้ามาทางด้านหลังของเขา ธนูอาบยาพิษดอกหนึ่งพุ่งตรงไปยังจุดบอดที่พี่ชายของนางมองไม่เห็น!
"พี่ใหญ่ ระวัง!" สวี่จินหรานตะโกนสุดเสียง ร่างเพรียวบางพุ่งเข้าไปผลักร่างของพี่ชายให้พ้นวิถีลูกศรอย่างไม่คิดชีวิต
*ฉึก!*
ลูกศรดอกนั้นปักเข้าที่หัวไหล่ซ้ายของสวี่จินหรานเต็มแรง พิษร้ายแรงแล่นพล่านไปทั่วกระแสเลือดทันที ความเจ็บปวดราถูกไฟแผดเผาลามเลียไปทั่วร่างจนหน้ามืดวิงเวียน นางทรุดตัวลงพิงกับขาโต๊ะของม้าศึก ลมหายใจเริ่มติดขัด เหงื่อกาฬไหลโทรมกาย
สวี่ฉางอวี๋เบิกตากว้างด้วยความตกใจและโกรธเกรี้ยว เขารangร'อนดาบฟันศัตรูรอบตัวจนราบเป็นหน้ากลองในพริบตาเดียว ก่อนจะรีบกระโดดลงจากหลังม้าเข้ามารวบตัวน้องสาวเข้าสู่อ้อมอก มือหนาสั่นเทาขณะพยายามกดจุดเพื่อสกัดพิษไม่ให้แล่นเข้าสู่หัวใจ
"จินหราน! เจ้าคนโง่! ใครใช้ให้เจ้าเอาตัวมาบังธนูให้ข้า!" เสียงของพี่ชายสั่นเครือ คราบน้ำตาผสมกับหยาดเหงื่อบนใบหน้ากร้านแดด
สวี่จินหรานฝืนยิ้มเยาะหยันให้กับโชคชะตา ริมฝีปากซีดเผือกขยับเอ่ยด้วยน้ำเสียงขาดห้วง "ข้า... ข้ามีพี่ชายเพียงคนเดียว... หากท่านตาย... ใครจะทวงความยุติธรรมให้ท่านพ่อ... และตระกูลสวี่ของเรา..."
"เจ้าไม่ต้องพูดแล้ว!" สวี่ฉางอวี๋คำรามด้วยความเจ็บปวด ดวงตาแดงก่ำมองมือสังหารที่ยังคงดาหน้าเข้ามาสมทบเรื่อยๆ รอบทิศทาง จำนวนของพวกมันมีมากกว่ากองกำลังคุ้มครองของพวกเขานับสิบเท่า ความตายอยู่ห่างแค่เอื้อมมือ
ทว่า ในวินาทีที่ความมืดมิดกำลังจะกลืนกินสติของสวี่จินหราน ท้องฟ้าเบื้องบนก็เกิดเสียงคำรามกึกก้องราวกับเสียงอัคคีเทพพิโรธ!
*โฮกกกกก—!*
ไม่ใช่เสียงฟ้าผ่า แต่เป็นเสียงแตรศึกและเสียงควบม้าของกองทัพนับหมื่นที่ดังสะเทือนเลื่อนลั่นจากอีกฟากของหุบเขา ผืนป่าสั่นสะเทือน ฝุ่นตลบอบولอบจนบังแสงอาทิตย์จนหมดสิ้น
ธงมังกรทองโบกสะบัดเด่นเป็นสง่าท่ามกลางกองทัพเกราะเหล็กสีดำสนิทที่พรูเข้ามาโอบล้อมวงล้อมของมือสังหารไว้ทั้งหมดในพริบตาเดียว!
น้ำเสียงทรงอำนาจ เยียบเย็น และเปี่ยมด้วยรังรักษ์แห่งราชันย์ดังทะลุผ่านความโกลาหลทั้งหมดมา Pแผ่วเบาแต่ก้องกังวานไปถึงขั้วหัวใจของทุกคนในที่นั้น
"ใครบังอาจ... กล้าแตะต้องมเหสีในดวงใจของเรา!"
เงาร่างสูงสง่าในชุดคลุมมังกรสีทองอร่ามบนหลังม้าสีขาวปลอด ควบทะยานฝ่าห่าศรเข้ามาอย่างไม่เกรงกลัวความตาย ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบเฉย บัดนี้กลับเต็มไปด้วยโทสะอันน่าสะพรึงกลัว นัยน์ตาคู่นคมกริบดั่งพญายัคคีจ้องมองกองกำลังมือสังหารราวกับมองมดปลวก
หลงเทียนเฉิง... ฮ่องเต้หนุ่มผู้ซ่อนเขี้ยวเล็บมาตลอด เสด็จมาถึงอย่างเฉียดฉิวในวินาทีเป็นตาย!
สวี่จินหรานพยายามปรือตาขึ้นมองภาพเบื้องหน้า ลมหายใจแผ่วเบารดอยู่บนอกของพี่ชาย ก่อนที่สติสัมปชัญญะทั้งหมดจะดับวูบลง ทว่าก่อนที่ความมืดจะเข้าครอบ
นางกลับเห็นสายตาของหลงเทียนเฉิงที่ตวัดมองมายังสวี่ฉางอวี๋—พี่ชายที่ควรจะตายไปแล้ว—ด้วยประกายตาที่เต็มไปด้วยความลับอันน่าสะพรึงกลัว... และมุมปากที่ยกยิ้มขึ้นอย่างมีความหมายลึกล้ำ ราวกับว่า... พระองค์ทรงรู้เรื่องการปรากฏตัวครั้งนี้ของพี่ชายอยู่แล้วตั้งแต่แรก!
*ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "หลิวเยี่ยนซี" เสมอมานะคะ*
มเหสีเคียงบัลลังก์อัคคี•ตอนที่ 15
วิกฤตการณ์กลางทาง
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มเหสีเคียงบัลลังก์อัคคี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!