มเหสีเคียงบัลลังก์อัคคี•ตอนที่ 14

เดินทางลับสู่ค่ายทหาร

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
กลิ่นอายความอับชื้นของห้องลับใต้ตำหนักฉางle ผสมผสานกับกลิ่นชาผู่เออร์ชั้นดีที่เย็นชืดจนหมดรสชาติ ปลายพู่กันขนหมาป่าในมือของสวี่จินหรานหยุดชะงักลงกลางอากาศ น้ำหมึกสีดำสนิทหยดลงบนกระดาษสาเนื้อดีจนแตกกระจายกลายเป็นรอยด่างคล้ายหยาดเลือด—มันคือภาพสะท้อนของสถานการณ์ในยามนี้ได้อย่างแม่นยำ หมากตานี้... ไม่ใช่แค่การตัดเสบียงอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือการประกาศสงครามล้างบางอย่างแท้จริงจากผู้สำเร็จราชการ! จินหรานสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความเดือดดาลที่กำลังแผดเผาอยู่ในอก นางในชุดบุรุษผ้าแพรสีเข้มเขั้ม ท่วงท่าทะมัดทะแมงไร้ซึ่งความอ่อนช้อยของสตรีในห้องหอ มีเพียงประกายตาคมกริบดั่งใบมีดน้ำแข็งที่ซ่อนอยู่ใต้ปีกหมวกสานปีกกว้าง "พระชายา... ทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้วพ่ะย่ะค่ะ... อ่า ไม่สิ คุณชายสวี่ ม้าเร็วสามตัวถูกสับเปลี่ยนตามจุดซ่อนเร้นนอกกำแพงเมืองหลวงแล้ว" เสียงกระซิบแหบพร่าของขันทีลู่ดังขึ้นทำลายความเงียบ เขาคือนายทหารเก่าผู้จงรักภักดีที่หลงเหลืออยู่เพียงไม่กี่คนในวังหลัง จินหรานพยักหน้ารับช้าๆ นางเอื้อมมือไปหยิบมีดสั้นเล่มบางที่ซ่อนไว้ในรองเท้าบู๊ตหนAขึ้นมาตรวจสอบความคมอีกครั้ง "ฝ่าบาททรงตรัสอะไรก่อนที่หม่อมฉันจะออกมาเพคะ" นางเอ่ยถามเสียงเรียบ แม้จะพยายามบังคับไม่ให้สั่นไหว "ฝ่าบาททรงมีรับสั่งสั้นๆ เพียงประโยคเดียวขอรับ..." ขันทีลู่กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "ระวังตัว... และกลับมาให้ทันก่อนที่ฟ้าจะเปลี่ยนสี" คำพูดนั้นทำให้หัวใจของจินหรานกระตุกวาบ ภาพใบหน้าคมคายของหลงเทียนเฉิงที่ฉายแววห่วงใยภายใต้ความเยือกเย็นยามที่เขาช่วยผูกผ้าคาดเอวให้นางเมื่อครู่ยังคงติดตรึงอยู่ในห้วงคำนึง ฮ่องเต้หนุ่มผู้ซ่อนเขี้ยวเล็บรอคอยวันพิฆาตศัตรูแผ่นดิน บัดนี้เขากำลังวางเดิมพันครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตโดยมีชีวิตของนางและอนาคตของราชสำนักเป็นเดิมพัน แกร๊ก... เสียงกลไกประตูลับเปิดออกเบาๆ เผยให้เห็นทางเดินแคบๆ ที่ทอดยาวออกไปสู่นอกเขตพระราชฐานชั้นใน จินหรานไม่ลังเลอีกต่อไป นางดึงปีกหมวกให้ต่ำลงเพื่ออำพรางใบหน้า ก่อนจะก้าวเท้าเดินเข้าสู่ความมืดมิดเบื้องหน้าด้วยฝีเท้าที่มั่นคงและเงียบเชียบ ราตรีนี้... ท้องฟ้ายามค่ำคืนไร้ซึ่งแสงจันทร์ มีเพียงกลุ่มเมฆฝนสีดำทะมัดทะแมงที่เคลื่อนตัวเข้าปกคลุมทั่วทั้งเมืองหลวง บรรยากาศอึมครึมราวกับแผ่นดินกำลังรอคอยการชำระล้างครั้งใหญ่ ม้าฝีเท้าดีทะยานผ่านตรอกซอกซอยมืดทึบด้วยความเร็วสูง ลมหนาวปะทะเข้ากับใบหน้าของจินหรานจนแสบผิว แต่นางกลับไม่รู้สึกถึงความหนาวเหน็บแม้แต่น้อย ความตึงเครียดจากภารกิจเบื้องหน้าดึงสติของนางให้จดจ่ออยู่กับการควบคุมบังเหียนและการสังเกตการณ์รอบด้าน เส้นทางสู่ค่ายทหารชายแดนตอนเหนือไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ผู้สำเร็จราชการย่อมรู้ดีว่าเสบียงล็อตสุดท้ายถูกสกัดกั้น ข่าวสารเรื่องการเคลื่อนไหวของกองทัพย่อมถูกจับตาอย่างเข้มงวด ทุกย่างก้าวในยามนี้จึงเต็มไปด้วยกับดักมรณะ เมื่อควบม้าพ้นเขตประตูเมืองทิศเหนือมาได้ราวสียาม (ประมาณสองนาฬิกา) จินหรานก็ต้องดึงบังเหียนหยุดม้ากะทันหันเมื่อสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ ความเงียบ... เงียบจนผิดวิสัยของป่าโปร่งรอบตีนเขา ไม่มีเสียงจิ้งจีดเรไรร้อง ไม่มีแม้กระทั่งเสียงลมพัดใบไม้ไหว ทุกอย่างสงบนิ่งราวกับป่าทั้งผืนถูกสูบวิญญาณออกไป จินหรานกระชับบังเหียนในมือแน่น สายตากวาดมองไปตามพุ่มไม้รกทึบสองข้างทาง สัญชาตญาณเตือนภัยกรีดร้องลั่นในโสตประสาท นางค่อยๆ ชักกระบี่ออกจากฝักอย่างแผ่วเบาที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดเสียงกระทบกันของโลหะ "ระวังตัว..." นางพึมพำเตือนสติตัวเอง ฟึบ! ลูกธนูอาบยาพิษพุ่งแหวกอากาศตรงเข้าใส่ลำคอของนางด้วยความเร็วสูงราวสายฟ้าแลบ! จินหรานพลิกตัวหลบลงจากหลังม้าได้อย่างเฉียดฉิว เจ้าม้าศึกส่งเสียงร้องโหยหวนก่อนล้มลงขาดใจตายทันทีที่สัมผัสกับพิษร้าย การซุ่มโจมตี! พวกมันรู้ตัวเร็วกว่าที่คาดไว้! ร่างบางกลิ้งตัวหลบไปหลบหลังโขดหินใหญ่ ลมหายใจหอบกระชั้นเล็กน้อยแต่สายตายังคงเยือกเย็นดั่งน้ำแข็ง นางกวาดตามองผ่านความมืดและเห็นเงาร่างนับสิบในชุดดำสนิทกำลังพุ่งทะยานออกมาจากพุ่มไม้ พร้อมกับกระบี่ในมือที่สะท้อนแสงจันทร์วาวโรจน์ "ฮ่าๆๆๆ นึกว่าหนูสกปรกตัวไหนที่กล้าแอบเล็ดลอดออกมาจากกำแพงเมือง ที่แท้ก็เป็นแค่สตรีอ่อนแอผู้หนึ่งหรอกหรือ!" เสียงหัวเราะเย้ยหยันดังขึ้นจากแม่ทัพเงาคนหนึ่งที่ก้าวออกมาจากความมืด มันคือมือสังหารคนสนิทของผู้สำเร็จราชการ จินหรานไม่ได้หวาดกลัว นางค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืนช้าๆ ปัดฝุ่นตามอาภรณ์ออกอย่างไร้ความตื่นตระหนก ใบหน้าภายใต้ปีกหมวกยกยิ้มเยาะหยันที่มุมปาก "หนูสกปรกตัวนี้... อาจจะกัดคอพวกเจ้าจนตายได้ก่อนที่ฟ้าจะสว่างเสียอีก" นางเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทรงพลังอำนาจจนมือสังหารชะงักไปชั่วขณะ แต่ทว่า... ในวินาทีที่จินหรานกำลังจะยกกระบี่ขึ้นตั้งรับการปะทะครั้งใหญ่ เสียงฝีเท้าม้าจำนวนมหาสารนับร้อยก็ดังสะเทือนเลื่อนลั่นมาจากด้านหลังภูเขา เสียงโห่ร้องตะโกนก้องทำลายความเงียบราตรี ไม่ใช่เสียงของกองกำลังผู้สำเร็จราชการ... แต่เป็นธงประจำกองทัพพยัคฆ์อัคคีที่โบกสะบัดฝ่าความมืดเข้ามา! ธงศึกตระกูลสวี่ที่ควรจะถูกทำลายไปแล้ว... กลับปรากฏต่อหน้าต่อตา! และคนที่อยู่บนหลังม้าศึกสีดำสนิทแถวหน้าสุด พร้อมกับสายตาที่จ้องมองมายังนางด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก—ไม่ใช่ใครอื่น แต่คือแม่ทัพใหญ่แห่งชายแดนเหนือ ผู้เป็นพี่ชายแท้ๆ ที่นางคิดว่าเสียชีวิตในสนามรบไปแล้วเมื่อสามปีก่อน! หลิวเยี่ยนซี ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งใจให้ตัวละครไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มเหสีเคียงบัลลังก์อัคคี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%