มเหสีเคียงบัลลังก์อัคคี•ตอนที่ 13

แรงสะท้อนจากอำนาจมืด

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
กระดาษสาแผ่นบางในมือของสวี่จินหรานแทบจะยับยู่ยี่ด้วยแรงกดจากปลายนิ้วเรียวยาวที่จิกเกร็งลงไปจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน กลิ่นอายความอับชื้นของหมึกจีนชั้นดีผสมผสานกับกลิ่นอายโลหะจางๆ ที่ลอยมาจากท้องพระโรงเมื่อครู่ยังไม่ทันจางหาย รายงานลับจากหน่วยข่าวกรองลับประจำค่ายทหารพิทักษ์อุดรที่เพิ่งถูกส่งม้าเร็วควบตะบึงเข้ามาถึงเมืองหลวงเมื่อยามสอง กลับนำพาข่าวคราวที่ทำให้ลมหายใจของคนทั้งตำหนักต้องสะดุด *“กองเสบียงหลวงล็อตใหญ่สามแสนหาบ ถูกอายัดไว้ที่ด่านหลิงโจวโดยคำสั่งเร่งด่วนจากสำนักผู้สำเร็จราชการ... อ้างเหตุผลเรื่องการตรวจสอบคุณภาพธัญพืช และอาจต้องใช้เวลาตรวจสอบไม่ต่ำกว่าสามเดือน”* สามเดือน... สำหรับกองทัพหน้าที่มีทหารนับแสนนายประจำการอยู่ท่ามกลางหุบเขาหิมะที่เหน็บหนาว การขาดแคลนเสบียงแม้เพียงสามวันก็เพียงพอจะทำให้เกิดความโกลาหล นี่ยังไม่ต้องพูดถึงระยะเวลาสามเดือนที่ยาวนานราวกับประหารชีวิตพวกเขาทั้งเป็นด้วยความอดอยาก "ช่างเป็นหมากที่เหี้ยมเกรียมและรวดเร็วยิ่งนัก" เสียงทุ้มต่ำแต่เจือไปด้วยกระแสลมหายใจอันร้อนระอุของหลงเทียนเฉิงดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องทรงอักษร พระองค์ประทับยืนอยู่เบื้องหน้าแผนที่แผ่นใหญ่ที่ปูลาดบนโต๊ะมังกร พระเนตรคมกริบราวกับพญามังกรที่ถูกลูบคมกอดอกนิ่ง แต่กล้ามเนื้อบริเวณกรามกลับขบเข้าหากันจนนูนเด่นชัด "สี่อำมาตย์เฒ่าคงคาดไม่ถึงว่า เราจะกล้าตัดงบประมาณของพวกมันในท้องพระโรงเมื่อวานนี้ วันนี้พวกมันจึงใช้ ‘มีด’ เล่มนี้... มาเชือดคอทหารกล้าที่กำลังปกป้องชายแดนเพื่อเป็นการสั่งสอนเรา" สวี่จินหรานค่อยๆ ผ่อนลมหายใจยาวเหยียด นางบังคับให้สติปัญญาอันเฉียบคมของตนเองสงบนิ่งลงท่ามกลางพายุอารมณ์ที่กำลังโหมกระหน่ำในอก "พวกมันไม่ได้แค่ต้องการสั่งสอนฝ่าบาทหรอกเพคะ..." จินหรานเงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่หงส์เปล่งประกายความเยือกเย็นราวน้ำแข็งพันปี "พวกมันกำลังบีบให้ฝ่าบาทต้องเลือก ระหว่างยอมคุกเข่าถอนราชโองการปฏิรูปภาษีเพื่อแลกกับเสบียงของกองทัพ หรือปล่อยให้ทหารแคว้นหลงอดอยากจนเกิดการก่อกบฏขึ้นจากภายใน... ไม่ว่าทางเลือกใด บัลลังก์ของฝ่าบาทก็สั่นคลอนทั้งสิ้น" นี่คือสงครามจิตวิทยาที่ไร้ซึ่งเสียงดาบ แต่กลับนองเลือดและน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าสนามรบจริง ผู้สำเร็จราชการอัครเสนาบดีกู่ไห่... สุนัขจิ้งจอกเฒ่าผู้กุมอำนาจบริหารราชการแผ่นดินมานานนับทศวรรษผู้นั้น ไม่เคยแสดงเขี้ยวเล็บอย่างโจ่งแจ้ง แต่วิธีการของเขาช่างแม่นยำและไร้ความปรานี การตัดเสบียงกองทัพคือการบีบกล่องดวงใจของแคว้นหลง หากทหารชายแดนแปรพักตร์หรือพ่ายแพ้แก่ชนเผ่าทางเหนือ แผ่นดินนี้ย่อมล่มสลายจากภายในโดยที่กู่ไห่ไม่ต้องลงมือเองด้วยซ้ำ "แล้วเจ้าคิดว่า เราควรเดินหมากตาใดต่อ, จินหราน?" หลงเทียนเฉิงหันพระพักตร์กลับมาทอดพระเนตรนาง สายตาคู่นั้นไม่ได้มีความตื่นตระหนกหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความดุดันเด็ดเดี่ยวและประกายความเชื่อใจอันล้ำลึกที่มอบให้แก่สตรีตรงหน้า พระองค์ก้าวเข้ามาใกล้ ชายฉลองพระองค์สีทองปักลายมังกรสะท้อนกับแสงเทียนวับแวม "คลังหลวงยามนี้ว่างเปล่า ท้องพระคลังส่วนพระองค์ก็เพิ่งถูกเทออกไปใช้ในการซ่อมแซมคันกั้นน้ำทางใต้... เราไม่มีเสบียงสำรองพอที่จะส่งไปทดแทนสามแสนหาบนั้นได้ในเวลาอันสั้น" จินหรานไม่ได้ถอยหนี นางสบตากับฮ่องเต้หนุ่มนิ่งนาน ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักความเป็นความตายของราษฎรนับล้านในหัวสมองอันรวดเร็ว "เสบียงหลวงไม่มี... แต่ไม่ได้หมายความว่า ‘เสบียงราษฎร์’ จะไม่มีเพคะ" นางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่เพิ่งถอดออกจากฝัก พระเนตรของหลงเทียนเฉิงหรี่แคบลงเล็กน้อย "เจ้าหมายถึง..." "ตระกูลใหญ่ทั้งเจ็ดในเมืองหลวง รวมถึงตระกูลพานและตระกูลกู่ ต่างก็กักตุนธัญพืชไว้ในยุ้งฉางส่วนตัวไม่ต่ำกว่าสิบปี พวกมันอ้างว่าเก็บไว้เพื่อบรรเทาภัยแล้ง แต่แท้จริงแล้วคือการรอเวลาปั่นราคาในยามข้าวยากหมากแพง" จินหรานยิ้มเยาะที่มุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเยียบเย็นและน่าสะพรึงกลัว "ในเมื่อพวกมันกล้าตัดเสบียงของชาติเพื่อรักษาอำนาจ เราก็แค่นำ ‘กุญแจ’ ไปไขยุ้งฉางของพวกมันออกมาแบ่งปันให้ทหารหาญ" "การบุกค้นยุ้งฉางของขุนนางใหญ่โดยไม่มีหมายอาญาจากสำนักผู้สำเร็จราชการ เท่ากับการประกาศสงครามอย่างเปิดเผย" หلونเทียนเฉิงทวนคำ เสียงหัวenในลำคอของพระองค์ดังขึ้นอย่างชอบใจ "แต่... เราชอบความบ้าบิ่นนี้ของเจ้า" "ไม่ใช่การบุกค้นเพคะ... แต่เป็นการ ‘บริจาคเพื่อชาติ’ ด้วยความสมัครใจของเหล่าขุนนางผู้จงรักภักดีต่างหาก" จินหรานโน้มตัวเข้าไปกระซิบเบาๆ แผนการอันแยบยลและเลือดเย็นถูกถ่ายทอดผ่านริมฝีปากที่ขยับช้าๆ ทีละคำ "เราจะใช้พระราชโองการปลอม... อ้อ ไม่สิ เป็นราชโองการลับที่ฝ่าบาททรงมอบหมายให้หน่วยองครักษ์เสื้อแพรตรวจสอบการทุจริต โดยระบุชัดเจนว่า หากผู้ใดขัดขวางการตรวจค้นคลังสินค้า ถือว่ามีใจฝักใฝ่กบฏ สามารถประหารได้ทันทีโดยไม่ต้องทูลเกล้า" หลงเทียนเฉิงนิ่งเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะระพระoสำראNหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างพึงพอใจ "เจ้าช่าง... ร้ายกาจเสียยิ่งกว่าปีศาจจำแลงกายมาเสียอีก สวี่จินหราน" พระองค์เอื้อมพระหัตถ์มาแตะปอยผมที่หลุดรุ่ยข้างแก้มนวลของนางแผ่วเบา สัมผัสที่อบอุ่นตัดกับบรรยากาศอันหนเหน็บรอบกายอย่างสิ้นเชิง "แต่เราชอบ... หมากตานี้ แม้กู่ไห่จะรู้ตัว เขาก็ไม่มีทางงัดหลักฐานขึ้นมาเล่นงานเราได้ เพราะเขาไม่กล้าเปิดเผยว่าเขามีเสบียงสำรองปริมาณมหาศาลซุกซ่อนอยู่ ซึ่งผิดกฎหมายคลังสินค้าหลวงอย่างชัดเจน" สองร่างยืนเคียงบ่าเคียงไหล่อยู่เบื้องหน้าแผนที่ยุทธศาสตร์ แสงเทียนวับแวมสาดส่องเงาของทั้งคู่ให้ทาบทับหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ราวกับประกาศให้รู้ว่า ภายใต้พายุแห่งอำนาจมืดที่กำลังโหมกระหน่ำนี้ ไม่มีสิ่งใดสามารถสั่นคลอนความร่วมมืออันแน่วแน่ของคนทั้งสองได้ ทว่า... ในจังหวะที่ความเงียบสงบอันทรงพลังกำลังแผ่ซ่านไปทั่วห้องทรงอักษรนั้นเอง *ปัง!* เสียงประตูด้านนอกถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรงด้วยฝ่ามืออันสั่นเทาของขันทีประจำพระองค์ ขันทีเฒ่าผู้ติดตามรับใช้มานานนิ่มทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นศิลา ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด หยาดเหงื่อกาฬไหลโทรมกายราวกับเพิ่งขึ้นมาจากน้ำ "ฝ่าบาท... แม่นางสวี่... เกิดเรื่องใหญ่แล้วเพคะ!" ขันทีเฒ่าละล่ำละลักละลานจนแทบจับใจความไม่ได้ "ห... หัวหน้าหน่วยองครักษ์เสื้อแพร... ผู้ที่ถูกส่งไปคุมตัวเสบียงที่ด่านหลิงโจว... ถูกส่งศพกลับมาถึงประตูเมืองหลวงแล้วเพคะ!" หลงเทียนเฉิงชะงักกึก สวี่จินหรานหันขวับไปมองหน้าขันทีเฒ่าทันที ความเย็นยะเยือกแล่นริ้วขึ้นจากฝ่าเท้าพุ่งตรงสู่ขั้วหัวใจ "ว่าอย่างไรนะ?" หลงเทียนเฉิงเค้นเสียงถาม พระเนตรเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงเป็นครั้งแรก "ศพของเขา... ถูกตัดศีรษะเสียบประจานไว้ที่ประตูเมือง พร้อมกับ... ธงปักข้อความเลือดที่เขียนด้วยลายมือของกู่ไห่..." ขันทีเฒ่ากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ร่างกายสั่นเทาน้อยๆ "ในสสารนั้นเขียนไว้ว่า... *‘ของขวัญชิ้นแรกจากผู้สำเร็จราชการ... แด่ฮ่องเต้ผู้ไร้เดียงสา’*" หลงเทียนเฉิงผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พลังปราณมังกรระเบิดออกมาจากพระวรกายจนเปลวเทียนรอบห้องดับวูบลงพร้อมกันในพริบตาเดียว ความมืดมิดเข้าปกคลุม ทว่าในความมืดนั้น กลับมีประกายตาดุดันราวกับสัตว์ป่ากระหายเลือดส่องประกายวาวโรจน์ยิ่งกว่าเก่า จินหรานกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้า หมากตานี้... ไม่ใช่แค่การตัดเสบียงอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือการประกาศสงครามล้างบางอย่างแท้จริงจากผู้สำเร็จราชการ! -------------------------------------------------- หลิวเยี่ยนซีขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าพายุอำนาจนี้ไปด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มเหสีเคียงบัลลังก์อัคคี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%