มเหสีเคียงบัลลังก์อัคคี•ตอนที่ 9

รอยร้าวในวังหลัง

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
"หากฝ่าบาททรงโปรดปรานพระชายารองสวี่ถึงเพียงนั้น เกรงว่ากฎมณเฑียรบาลที่บรรพบุรุษตราไว้คงต้องเขียนขึ้นใหม่เพื่อเอาใจคนงามแล้วกระมังเพคะ" น้ำเสียงเย้ยหยันดังขึ้นท่ามกลางกลิ่นหอมหวานของชาผู่เอ๋อร์ชั้นดีในตำหนักบูรพา ปลายเล็บที่สวมปลอกทองคำประดับหยกแท้เคาะเบาๆ ลงบนโต๊ะไม้จันทน์ เป็นจังหวะจะโคน ทว่าแฝงไว้ด้วยความจงเกลียดจงชังอย่างไม่คิดจะปิดบัง พระชายาอัครมหาเสนาบดี 'หลี่ม่านหลิง' ชายชุดผ้าไหมปักลายหงส์สีชาดกวาดสายตามองสวี่จินหรานด้วยความรู้สึกเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด นางมาจากตระกูลหลี่ผู้กุมอำนาจครึ่งหนึ่งในราชสำนัก พื้นเพเบื้องหลังค้ำจุนราชบัลลังก์มาหลายชั่วคน สำหรับนางแล้ว สวี่จินหรานก็เป็นเพียงสตรีตกอับจากตระกูลที่ถูกลดทอนอำนาจ ซึ่งอาศัยความโปรดปรานชั่วครั้งชั่วคราวไต่เต้าขึ้นมาเหยียบย่างในวังหลังแห่งนี้ สวี่จินหรานยังคงก้มหน้าลงเล็กน้อย ปลายนิ้วเรียวสวยบรรจงใช้ฝาถ้วยชาปัดฟองชาสีอำพันอย่างเชื่องช้า ท่าทีของนางสงบเยือกเย็นราวน้ำในบึงลึก ไม่มีความตื่นตระหนกหรือความโกรธเกรี้ยวระ1คายผิวให้เห็นแม้แต่น้อย "กฎมณเฑียรบาลย่อมมีความศักดิ์สิทธิ์ในตัวของมันเองเพคะ พระชายาหลี่ตรัสเช่นนี้ ราวกับว่าทรงกังวลว่าอำนาจที่ตระกูลหลี่ถือครองอยู่จะถูกสั่นคลอนด้วยความโปรดปรานเพียงชั่วครู่กระมังเพคะ" จินหรานเงยหน้าขึ้น ดวงตาดำขลับคู่นั้นทอประกายลุ่มลึกเฉียบคมดั่งใบมีดซ่อนในแพรไหม นางแย้มสรวลน้อยๆ ที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา "หรือท่านพี่... เอ่อ... ฝ่าบาททรงใส่พระทัยข้ามากจนทำให้พระชายารู้สึกว่า ตำแหน่งของตระกูลหลี่ในใจพระองค์เริ่มสั่นคลอนเสียแล้ว?" คำว่า 'ท่านพี่' ที่จินหรานจงใจเกือบหลุดปากเรียกนั้น ทำให้หลี่ม่านหลิงหน้าถอดสีวูบหนึ่ง ในวังหลังแห่งนี้ ทุกคนรู้ดีว่าหลงเทียนเฉิงทรงปฏิบัติกับพระชายาเอกเช่นนางอย่างห่างเหิน และให้เกียรติเพียงในนาม การที่จินหรานกล้าเอ่ยเปรยถึงความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งเบื้องหลัง จึงเป็นการตบหน้าหลี่ม่านหลิงกลางฝูงชนด้วยวาจาอ่อนหวานอย่างยิ่ง "เจ้า! สามห่าว!" หลี่ม่านหลิงตบโต๊ะเสียงดังลั่น ถ้วยชาสั่นสะเทือนจนน้ำชาฉ่ำกระเซ็น "เจ้ามันก็แค่หญิงไร้หัวนอนปลายเท้า ตระกูลสวี่ของเจ้าเพิ่งผ่านพ้นข้อหาทรยศมาได้หวุดหวิด ไฉนจึงยังกล้าอาจหาญมาเทียบชั้นกับข้า ผู้มีสายเลือดขุนนางผู้ใหญ่ค้ำจุนแผ่นดิน!" บรรยากาศในตำหนักพลันทึบตันลงถนัดตา นางกำนัลและขันทีต่างพากันคุกเข่าหมอบกราบตัวสั่นเทา ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ไม่มีใครคาดคิดว่าพระชายารองสวี่จะกล้าต่อปากต่อคำกับพระชายาเอกผู้ทรงอิทธิพลถึงเพียงนี้ จินหรานมิได้สะทกสะท้าน นางวางถ้วยชาลงอย่างนุ่มนวล เสียงกระทบของกระเบื้องเคลือบกับไม้จันทน์ดัง กังวานท่ามกลางความเงียบงัน นางค่อยๆ ยืดกายขึ้นอย่างสง่างาม ความสูงส่งที่แผ่ออกมาจากตัวนางในยามนี้ทำให้หลี่ม่านหลิงเผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว "สายเลือดขุนนางผู้ใหญ่ค้ำจุนแผ่นดิน..." จินหรานทวนคำ น้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงกระดูก "พระชายากล่าวได้ถูกต้องยิ่งนัก แผ่นดินนี้คือแผ่นดินของต้าหลี่ มิใช่แผ่นดินของตระกูลหลี่ บรรพบุรุษตระกูลสวี่ของข้าหลั่งเลือดปกป้องราชบัลลังก์มานับไม่ถ้วน หาใช่ใช้ชื่อเสียงวงศ์ตระกูลมาข่มขู่บีบบังคับให้ฮ่องเต้ต้องทรงคล้อยตาม หากพระชายาทรงห่วงใยบ้านเมืองจริง เหตุใดจึงทรงใช้เวลาว่างในวังหลังมาคอยจับผิดเรื่องความโปรดปรานของฮ่องเต้เล่าเพคะ? หรือว่า... สำหรับท่านแล้ว อำนาจของตระกูลหลี่สำคัญกว่าความมั่นคงของแผ่นดินไปเสียแล้ว?" "เจ้า... เจ้าบังaniอาจกล่าวหาตระกูลหลี่!" หลี่ม่านหลิงโกรธจนตัวสั่น ปลอกเล็บทองคำจิกเข้าที่ฝ่ามือจนแทบทะลุ "ทหาร! เอาตัวนางไปโบยสั่งสอนให้รู้จักที่ต่ำที่สูง!" สิ้นเสียงคำสั่ง นางกำคนสนิทของหลี่ม่านหลิงและราชองครักษ์ประจำตำหนักก้าวพรวดพราดเข้ามา ทว่ายังไม่ทันที่ใครจะได้แตะต้องปลายเสื้อของจินหราน เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากหน้าประตูตำหนัก "ใครกล้าแตะต้องตัวพระชายาสวี่!" ร่างสูงสง่าในฉลองพระองค์สีทองปักลายมังกรห้ากรงเล็บก้าวเข้ามาด้วยพระบาทมั่นคง พระพักตร์คมคายราบเรียบดั่งผิวน้ำในยามไร้ลมหายใจ ทว่าดวงเนตรคมกริบคู่นั้นกลับกวาดมองผู้คนในห้องด้วยรัศมีกดดันที่ทำเอาทุกคนต้องรีบหมอบกราบลงกับพื้นแทบไม่ทัน หลี่ม่านหลิงหน้าซีดเผือก รีบคุกเข่าลงโขศีรษะ "ถวายพระพรฝ่าบาทเพคะ หม่อมฉัน... หม่อมฉันเพียงแต่สั่งสอนหญิงสามห่าวที่ล่วงเกินกฎ..." หลงเทียนเฉิงมิได้ชายตาแลนางแม้แต่น้อย พระบาทก้าวตรงไปยังเบื้องหน้าของสวี่จินหราน รัศมีเยือกเย็นเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งขรึม พระหัตถ์หนายื่นไปกุมมือเรียวของจินหรานขึ้นมาสำรวจดูเบาๆ ราวกับกลัวว่านางจะบอบช้ำจากบรรยากาศเป็นพิษในที่นี้ "เจ้าเจ็บตรงไหนหรือไม่?" สุ้มเสียงของฮ่องเต้อ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อตรัสกับนาง ซึ่งเป็นภาพที่ขุนนางและนางในต่างไม่เคยพบเห็นมาก่อน จินหรานส่ายหน้าเบาๆ แววตาที่เงยขึ้นมองพระองค์มีความหมายลึกซึ้งซ่อนอยู่ "ทูลฝ่าบาท หม่อมฉันมิได้เป็นอันใดเพคะ เพียงแต่สนทนากับพระชายาหลี่เรื่องบ้านเมืองและกฎมณเฑียรบาล ทำให้พระชายาทรงกังวลพระทัยไปบ้างเท่านั้น" หลงเทียนเฉิงเหลือบพระเนตรมองหลี่ม่านหลิงที่คุกเข่าตัวสั่นอยู่บนพื้น รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมพระโอษฐ์ "ดูท่าพระชายาจะว่างงานมากสินะ ถึงได้มีเวลามาจัดการเรื่องในวังหลังแทนเรา" หลงเทียนเฉิงตรัสด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทำเอาหลี่ม่านหลิงใจหายวาบ "ในเมื่อตระกูลหลี่มีกำลังมากนัก และเป็นห่วงกฎมณเฑียรบาลถึงเพียงนี้ เช่นนั้น... พระชายาจงไปคัดคัมภีร์สำนึกตนที่ตำหนักเย็น เป็นเวลาสามเดือน เพื่อทบทวนบทบาทของสตรีในวังหลังให้ถ่องแท้เถิด" "ฝ่าบาท! ฝ่าบาททรงให้ความเป็นธรรมแก่หม่อมฉันด้วย! นางเป็นคน..." หลี่ม่านหลิงกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจและไม่ยินยอม ทว่ายังไม่ทันจบประโยค ขันทีคนสนิทของฮ่องเต้ก็ส่งสัญญาณมือให้ราชองครักษ์คุมตัวนางออกไปทันที เสียงโวยวายค่อยๆ เงียบหายไปตามระยะทางที่ไกลออก ตำหนักบูรพากลับคืนสู่ความเงียบงันอีกครั้ง หลงเทียนเฉิงหันกลับมาทอดพระเนตรจินหรานที่ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องพระพักตร์ "เจ้าใช้เราเป็นหมากตัวหนึ่งในการกำจัดคนของตระกูลหลี่ทางอ้อมอย่างนั้นหรือ?" ฮ่องเต้ตรัสถามเสียงกระซิบ ใกล้ชิดจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มของนาง จินหรานเงยหน้าขึ้นสบพระเนตรคมคลาวนั้นอย่างไร้ความหวาดกลัว รอยยิ้มบางเบาปรากฏบนเรียวปากของนาง "ฝ่าบาททรงมีพระปรีชาสามารถยิ่ง หม่อมฉันมิกล้าใช้พระองค์เป็นหมากหรอกเพคะ... หม่อมฉันเป็นเพียงพันธมิตรที่ก้าวเดินไปพร้อมกับพระองค์เพื่อทวงคืนสิ่งที่ควรเป็นของเราต่างหาก" หลงเทียนเฉิงแย้มพระสรวลกว้างขึ้น เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจและท้าทายในคราวเดียวกัน พระหัตถ์เอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มของนางอย่างแผ่วเบา "เช่นนั้น... เราก็คงต้องร่วมมือกับพันธมิตรผู้นี้ให้ลึกซึ้งขึ้นอีกหน่อยแล้วกระมัง" ตรัสยังไม่ทันขาดคำ ขันทีหน้าตำหนักก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ร่างนั้นคุกเข่าลงจนแทบชิดพื้น ละล่ำละลักทูลรายงานด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ทูล... ทูลฝ่าบาท! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ที่ชายแดนเหนือ... กองทัพตระกูลหลี่ประกาศตัดขาดจากราชสำนัก และกำลังเคลื่อนพลมุ่งตรงสู่เมืองหลวงแล้วพ่ะย่ะค่ะ!" หลงเทียนเฉิงชะงักพระHัตถ์ที่กำลังถือแก้วชา รัศมีรอบพระองค์เปลี่ยนเป็นคมกلاดดั่งคมดาบที่เพิ่งชักออกจากฝักในพริบตาเดียว --- **จากใจ หลิวเยี่ยนซี:** หวังว่าตอนนี้จะทำให้ทุกท่านลุ้นระทึกไปกับการเดินหมากในวังหลังและศึกนอกบ้านที่กำลังปะทุขึ้นนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มเหสีเคียงบัลลังก์อัคคี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%