มเหสีเคียงบัลลังก์อัคคี•ตอนที่ 10

คืนเดือนมืดกับการลอบสังหาร

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
กลิ่นอับชื้นของหยาดฝนที่เพิ่งซาลงเคลือบบรรยากาศในตำหนักจันทราอัสดงให้หนาหนักจนคล้ายอากาศเจือพิษ เทียนไขเล่มใหญ่บนเชิงทองเหลืองถูกกระแสลมวูบหนึ่งจากหน้าต่างที่ปิดไม่สนิทพัดจนเปลวไฟไหววูบ สวี่จินหรานมิได้ขยับตัวไปปิดมัน นางยังคงนั่งนิ่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะอักษร ปลายนิ้วเรียวเรียบเนียนจรดพู่กันเขียนฎีกาถวายความเห็นเรื่องการคลังด้วยลายมือที่หนักแน่นและงดงามราวกับลายหงส์ร่ายรำ ทว่าเงียบงัน... เงียบเกินไป ความผิดปกติบางอย่างแล่นริ้วผ่านสัญชาตญาณของสตรีที่ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน เสียงจิ้งหรีดนอกหน้าต่างขาดหายไปอย่างไร้สาเหตุ เหลือเพียงเสียงลมหายใจของนางเองและเสียงฝีเท้าของนางกำนัลที่เพิ่งถอยออกไปจัดเตรียมน้ำชาเมื่อครู่ *ฉับ!* ประกายสะท้อนสีเงินยวงวาบผ่านช่องหน้าต่างที่ถูกงัดเปิดออกอย่างเงียบเชียบ รวดเร็วปานสายฟ้าแลบ ปลายกระบี่ไร้เงาเล่มหนึ่งพุ่งตรงมายังจุดกึ่งกลางระหว่างหัวคิ้วของนางโดยปราศจากเสียงเตือน! จินหรานมิได้กรีดร้อง นางไม่แม้แต่จะเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก สมองทำงานด้วยความเร็วสูง ร่างบางทิ้งน้ำหนักลงไปด้านหลังอย่างเฉียบพลัน ปลายกระบี่เฉียดผ่านปลายจมูกของนางไปเพียงเส้นยาแดงเดียว ปักฝังลงบนเนื้อไม้ของโต๊ะอักษรจนสั่นสะเทือน "อารักขา!" นางเปล่งเสียงก้อง กวาดตามองไปยังเงาดำทะมึนสามร่างที่พุ่งทะยานผ่านกรอบหน้าต่างเข้ามาในชุดรัดกุมสีดำสนิท แววตาของนักฆ่าเหล่านี้ไม่มีความลังเล มีเพียงความตายที่พร้อมปลิดชีพเป้าหมาย ก่อนที่คมกระบี่เล่มที่สองจะตวัดเข้าที่ลำคอ ประตูห้องบรรทมด้านในก็ถูกถีบกระเด็นด้วยแรงมหาศาล ร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีมังกรเข้มปรากฏขึ้นพร้อมกับรัศมีอำนาจที่กดดันจนบรรยากาศรอบข้างแทบหยุดนิ่ง หลงเทียนเฉิงในยามนี้มิใช่ฮ่องเต้ผู้ประทับบนบัลลังก์อย่างสงบเสงี่ยมอีกต่อไป ดวงเนตรคมกลาบกวาดมองสถานการณ์ด้วยความเฉียบขาด มือหนากระชากกระบี่ประจำพระองค์ออกจากฝัก เสียงโลหะกระทบกันกังวลวานกังวาน "บังA! กล้าบุกรุกเขตพระราชฐานชั้นใน ถึงกับเบื่อชีวิตกันแล้วกระมัง" สุ้มเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอื้อnเอ่ยออกมาอย่างเย็นเยียบ ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น นักฆ่าตรงกลางหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและน่าขนลุก "ฮ่องเต้... มเหสี... วันนี้พวกเจ้าสองคนต้องสังเวยโลหิตให้แก่ความอยุติธรรม!" สิ้นคำประกาศิต การต่อสู้แบบเอาเป็นเอาตายก็เริ่มต้นขึ้น หลงเทียนเฉิงพุ่งทะยานเข้าประชิดตัวหัวหน้านักฆ่าอย่างไม่รอช้า กระบี่มังกรทองในมือตวัดรับคมดาบของศัตรูจนเกิดประกายไฟสว่างวาบไปทั่วห้องมืด เสียงโลหะปะทะกันดังสนั่นหวั่นไหว บ่งบอกถึงพละกำลังและทักษะยุทธ์ที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างโชกโชน ฮ่องเต้หนุ่มรุกไล่อย่างดุดัน ดวงตาเต็มไปด้วยจิตสังหารที่ถูกเก็บกดมานานปี ในขณะเดียวกัน นักฆ่าอีกสองนายหันมาหมายปลิดชีวีสวี่จินหรานที่ยืนหยัดอยู่เบื้องหลังโต๊ะ จินหรานมิได้ถอยหลังหนี นางก้าวเท้าออกไปด้านข้างอย่างคล่องแคล่ว มือเรียวคว้าแจกันหยกโบราณราคาค่างวดมหาศาลทุ่มใส่หน้านักฆ่าคนแรกอย่างไม่เสียดาย ท่ามกลางความตกตะลึงของมันที่คาดไม่ถึงว่าสตรีสูงศักดิ์เช่นมเหสีจะมีท่าทางดุดันปานนี้ เมื่อมันเบี่ยงตัวหลบ จินหรานก็ไม่ปล่อยให้เสียจังหวะ นางฉวยโอกาสชักกริชสั้นที่ซ่อนไว้ใต้ชายผ้าแถบพุ่งเข้าแทงเข้าที่จุดตายใต้ซี่โครงของศัตรูอย่างแม่นยำ *ฉึก!* เสียงเนื้อถูกคมมีดเฉือนและเสียงร้องอู้อี้ดังขึ้น นักฆ่าร่างใหญ่ทรุดฮวบลงแทบเท้าของนาง จินหรานดึงกริชออกพร้อมกับสะบัดเลือดที่เปื้อนคมมีดออกอย่างเลือดเย็น แววตาของนางนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งความหวาดกลัว มีเพียงประกายความฉลาดเฉลียวที่ฉายชัด นักฆ่าคนสุดท้ายที่เหลืออยู่เห็นสหายล้มลง จึงหันคมดาบเปลี่ยนเป้าหมายมาที่จินหรานด้วยความแค้นเคือง มันพุ่งเข้ามาพร้อมกับพลังภายในที่แผ่ซ่าน รัศมีดาบรุนแรงจนลมพัดเส้นผมของนางปลิวสยาย ทว่า ก่อนที่ปลายดาบจะถึงตัว ร่างของหลงเทียนเฉิงก็เข้ามาขวางกั้นไว้ทันท่วงที ฮ่องเต้หนุ่มรับการโจมตีนั้นด้วยมือเดียวอย่างยากลำบาก ก่อนจะใช้เท้าถีบเข้าที่ยอดอกของนักฆ่าจนกระเด็นไปกระแทกกับเสาตำหนักกระอักเลือดออกมาคำโต "จินหราน! เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?" หลงเทียนเฉิงหันมาถามด้วยน้ำเสียงที่เจือความห่วงใย แม้ใบหน้าจะเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อจากการหักโหม "หม่อมฉันปลอดภัยดีเพลิงค่ะ ฝ่าบาทระวัง!" จินหรานร้องเตือนเสียงหลง เมื่อเห็นนักฆ่าคนหัวหน้าที่สะบัดจากการต่อสู้กับฮ่องเต้ แอบซัดซัดอาวุธลับพุ่งตรงมายังแผ่นหลังของพระองค์ หลงเทียนเฉิงไวกว่าความคิด เขาหมุนตัวคว้าตัวจินหรานเข้าสู่อ้อมกอดแล้วเบี่ยงหลบวิถีอาวุธลับได้อย่างเฉียดฉิว แต่อาวุธเคลือบยาพิษนั้นก็ยังคงเฉียดต้นแขนของฮ่องเต้จนผ้าแพรขาดวิ่นและมีโลหิตสีดำซึมออกมา "ฝ่าบาททรงบาดเจ็บ!" จินหรานอุทาน สีหน้าเย็นชาเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความตระหนก นางรีบฉีกชายผ้าของตนเองออกมามัดห้ามเลือดที่พระนทัยอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด "นี่เป็นพิษสลายกระดูก... พระองค์ต้องรีบขับพิษเดี๋ยวนี้!" "เรายังไหว..." หลงเทียนเฉิงกัดฟันแน่น ฝืนความเจ็บปวด ดวงเนตรคมกริบมองไปยังหัวหน้านักฆ่าที่กำลังจะหลบหนีออกทางหน้าต่าง แต่ทว่า ก่อนที่มันจะทันได้ก้าวเท้าพ้นกรอบหน้าต่าง ลูกธนูอาบยาพิษนับสี่ยวดก็พุ่งปักเข้าที่ร่างของมันจนล้มคว่ำลงสิ้นใจตายคาที่ทันที ความเงียบงันกลับมาปกคลุมอีกครั้ง ท่ามกลางกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งไปทั่วตำหนัก หลงเทียนเฉิงทรุดกายลงนั่งพิงกับขอบเตียง ลมหายใจหอบถี่ พิษเริ่มแผ่ซ่านจนริมฝีปากเริ่มเขียวคล้ำ จินหรานรีบพยุงพระองค์ขึ้นด้วยสองมืออันสั่นเทาเล็กน้อย นางรู้ดีว่าหากปล่อยไว้เช่นนี้ เกรงว่าฮ่องเต้จะต้องตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต ทว่า ในขณะที่นางกำลังจะเอ่ยปากเรียกขันทีด้านนอก เสียงฝีเท้าอันเร่งรีบและหนักแน่นนับร้อยนายก็ดังล้อมรอบตำหนักจันทราอัสดงเอาไว้ เสียงของมหาเล็กอู่ฮ่าวตะโกนก้องด้วยความตกใจกลัวอยู่เบื้องนอก "ใต้เท้า... มีคนพบศพองครักษ์หน้าประตูตำหนักถูกฆ่าตัดตอนทั้งหมด! รีบเปิดประตูเร็วเข้า ฝ่าบาททรงประทับอยู่ข้างในหรือไม่!" จินหรานชะงักมือที่กำลังจะเปิดประตู นางหันกลับมามองหลงเทียนเฉิงที่กำลังปรือตาลงอย่างอ่อนแรง ก่อนที่สายตาจะไปสะดุดเข้ากับสัญลักษณ์รูป "พยัคฆ์อัคคี" ที่สลักอยู่บนด้ามกระบี่ของนักฆ่าหัวหน้ากลุ่ม ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำกองกำลังลับของ "อ๋องฉี" พระเชษฐาต่างมารดาของฮ่องเต้ผู้กุมอำนาจครึ่งราชสำนัก! ความลับที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้คืนเดือนมืดนี้กำลังจะถูกเปิดเผยออกมาอย่างโหดร้าย และการลอบสังหารในคืนนี้เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของสงครามล้างบางที่แท้จริงเท่านั้น... จากใจ หลิวเยี่ยนซี: หวังว่าตอนนี้จะทำให้ทุกท่านลุ้นระทึกไปกับการเดินหมากในวังหลังและศึกนอกบ้านที่กำลังปะทุขึ้นนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มเหสีเคียงบัลลังก์อัคคี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%