มเหสีเคียงบัลลังก์อัคคี•ตอนที่ 26

คมดาบแห่งความยุติธรรม

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
ปลายพู่กันขนหมาป่าด้ามมรกตสะท้อนประกายวาววับใต้แสงประทีปสีชาด น้ำหนักที่กดลงบนกระดาษสาเนื้อดีหนักแน่นและมั่นคง ราวกับกำลังกดทับอนาคตของแผ่นดินต้าหลงทั้งแผ่นดิน ภายในตำหนักไท่허อันเงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงลมหายใจและการเคลื่อนไหวของขุนนางผู้จงรักภักดี สวี่จินหรานยืนอยู่เบื้องพระพักตร์ อาภรณ์ปักลายหงส์เพลิงสีทองสะท้อนแสงไฟวับแวม นางทอดสายตามองแผ่นหลังกว้างของบุรุษผู้ครองบัลลังก์ แผ่นหลังนั้นในอดีตเคยต้องแบกรับความกดดันจากกลุ่มอำนาจเก่าของเหล่าขุนนางกังฉิน บัดนี้กลับเหยียดตรง สง่างาม และเปี่ยมด้วยอำนาจเด็ดขาดที่ผู้เป็นโอรสสวรรค์พึงมี "ทรงไตร่ตรองถี่ถ้วนแล้วเพคะ ฝ่าบาท" สวี่จินหรานเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของนางราบเรียบ เยือกเย็น แต่ก้องกังวานบาดลึกในความเงียบ หลงเทียนเฉิงมิได้หันกลับมาทันที พระองค์ทรงชะลอปลายพู่กันเล็กน้อย หยดหมึกสีดำสนิทหยดหนึ่งร่วงหล่นลงบนมุมกระดาษ ซึมลามขยายวงกว้างออกไปราวกับรอยมลทินที่ถูกชำระล้างจนหมดสิ้น พระพักตร์คมคายฉายแววเด็ดเดี่ยวไร้ซึ่งความลังเล "ความยุติธรรมที่ล่าช้า ย่อมไม่ใช่ความยุติธรรม... จินหราน เจ้าก็รู้ดี" หลงเทียนเฉิงตรัสตอบ น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยกระแสคลั่งแห่งอำนาจที่ถูกสะกดกลั้นมานานปี "ตระกูลเฉินและพวกพ้องคบคิดกันเป็นกบฏ สูบเลือดเนื้อราษฎรมาเนิ่นนาน ถึงเวลาที่บัญชีเลือดนี้ต้องได้รับการสะสาง" สวี่จินหรานมิได้เอާމวาจา นางเพียงแต่กราบลงช้าๆ ซ่อนประกายตาแห่งความสะใจและความโล่งใจไว้ภายใต้ขนตางอนยาว ภาพเหตุการณ์ในอดีตซ้อนทับขึ้นมาในห้วงคำนึง วันที่ตระกูลสวี่ต้องรับโทษทัณฑ์จากข้อหาอัปยศที่ไม่ได้ก่อ วันที่เลือดของบิดามารดาและพี่น้องหลั่งรินชะโลมแผ่นศิลาในคุกหลวง ความเจ็บปวดรวดร้าวและความแค้นที่สุมอกมาแรมปี บัดนี้... ดาบแห่งความยุติธรรมที่นางร่วมมือกับบุรุษเบื้องหน้าหลอมขึ้นมาด้วยหยาดเหงื่อและกลอุบาย ได้เวลาเงื้อฟันลงไปแล้ว "ทูลฝ่าบาท ขุนนางฝ่ายเสนาบดีเฉินและพวกพ้องถูกคุมตัวรอรับพระราชอาญาอยู่หน้าท้องพระโรงแล้วพะยะค่ะ" ขันทีเฒ่าก้าวเข้ามาคุกเข่ารายงานด้วยตัวสั่นเทา "ให้พวกมันเข้ามา" สุรเสียงทรงอำนาจเอ่ยอนุญาต เพียงไม่นาน เสียงโซ่ตรวนกระทบพื้นหินดังเกรียวกราดสะท้อนก้อง เฉินไท่ฟู่ อดีตเสนาบดีผู้เคยเรืองอำนาจ บัดนี้อยู่ในสภาพสวมชุดนักโทษสีขาวเปื้อนคราบฝุ่นและรอยเลือดแห้งกรัง ใบหน้าของเขาซีดเซียว ดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวระคนแค้นเคือง แต่เมื่อก้าวเข้ามาสบตากับฮ่องเต้ผู้ประทับบนบัลลังก์และสตรีที่ยืนเคียงข้าง เขาก็พลันหัวเราะร่าออกมาเสียงดังลั่น "ฮ่าๆๆๆ หลงเทียนเฉิง! เจ้าคิดว่ากำจัดข้าได้แล้วแผ่นดินนี้จะสงบสุขอย่างนั้นหรือ? สวี่จินหราน นังปีศาจสารเลว เจ้าเหยียบซากศพคนนับร้อยขึ้นมาสู่ตำแหน่งมเหสี เจ้าคิดว่ามือคู่นี้สะอาดนักหรือไร!" เฉินไท่ฟู่แผดเสียงคำรามด้วยความคลุ้มคลั่ง แม้จะไร้ซึ่งอำนาจในมือแล้ว แต่เขาก็ยังหวังจะใช้คำพูดเชือดเฉือนให้จิตใจของทั้งสองหวั่นไหว สวี่จินหรานก้าวออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว รอยยิ้มเย้ยหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างงดงามแต่น่าสะพรึงกลัว นางมิได้โกรธเกรี้ยว นางเพียงมองเขาด้วยสายตาราวกับมองมดปลวกตัวหนึ่ง "เฉินไท่ฟู่ มือของข้าจะเปื้อนเลือดหรือไม่ ย่อมบริสุทธิ์กว่ามือที่โสมมไปด้วยเลือดของราษฎรและตระกูลสวี่นับร้อยชีวิตของท่านนัก" สวี่จินหรานเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่ทุกคำหนักแน่นราวน้ำหนักค้อน "ท่านคดโกงภาษี ซื้อขายตำแหน่ง ขາຍชาติบ้านเมืองเพื่อผลประโยชน์ของตระกูลตนเอง วันนี้... คือวันที่ความโลภของท่านต้องชดใช้ด้วยชีวิต" "เจ้า... นังเด็กเหลือขอ!" เฉินไท่ฟู่พยายามพุ่งเข้าใส่ แต่องครักษ์เสื้อแพรนับสิบชีวิตกดร่างของเขาลงกับพื้นแทบจะทันที เสียงกระดูกกระทบพื้นดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบ หลงเทียนเฉิงทรงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พระเนตรคมกวาดมองกลุ่มกบฏที่คุกเข่าเรียงAรายอยู่เบื้องพระพักตร์ พระองค์ทรงหยิบราชโองการแผ่นทองขึ้นมาด้วยพระหัตถ์ของตนเอง ทรงกวาดสายตาอ่านข้อความประกาศความผิดทีละข้อหาด้วยพระสุรเสียงทรงพลัง กังวานแจ่มชัดไปทั่วทั้งตำหนัก ความผิดฐานกบฏ... ความผิดฐานทุจริต... ความผิดฐานฆ่าล้างตระกูลขุนนางผู้จงรักภักดี... ทุกๆ ข้อหาที่ถูกประกาศออกไปเปรียบเสมือนเสียงอสุนีบาตฟาดลงกลางใจของเหล่ากบฏ ไร้ซึ่งหนทางดิ้นรน ไร้ซึ่งปาฏิหาริย์ใดๆ ทั้งสิ้น "และโทษทัณฑ์สำหรับความผิดมหันต์เหล่านี้..." หลงเทียนเฉิงหยุดชั่วขณะ พระองค์ทอดพระเนตรมองสวี่จินหรานแวบหนึ่ง ก่อนจะตวัดพระเนตรกลับมามองนักโทษเบื้องล่าง "ตัดสินให้ประหารชีวิตเจ็ดชั่วโคตร ยึดทรัพย์สินเข้าท้องพระคลังทั้งหมด เริ่มดำเนินการได้ทันที!" *แคว่ก!* กระดาษส่วนเกินในราชโองการถูกฉีกขาดออกเล็กน้อยเป็นสัญลักษณ์ของการตัดขาดจากความเมตตาปรานี "ไม่! ฝ่าบาททรงพระกรุณาด้วย! พวกเราถูกบังคับ!" เสียงร้องขอชีวิตดังระงมผสมปนเปกันจนฟังไม่ได้ศัพท์ เฉินไท่ฟู่พยายามเงยหน้าขึ้นตะโกนเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะถูกลากตัวออกไป "หลงเทียนเฉิง เจ้าจักต้องพบจุดจบไม่ต่างจากข้า! ราชบัลลังก์นี้จะต้องลุกเป็นไฟ!" เสียงร้องโหยหวนค่อยๆ ไกลออกไปจนกระทั่งเงียบหายเข้าสู่ความมืดมิดภายนอกตำหนัก ความเงียบสงบกลับคืนมาอีกครั้ง สวี่จินหรานผ่อนลมหายใจยาวนาน ความอึดอัดที่กดทับหัวใจมาตลอดหลายปีคลายลงครึ่งหนึ่ง นางหันกลับมาประสานมือคำนับฮ่องเต้ "ขอบพระคุณฝ่าบาทที่ทรงคืนความยุติธรรมให้ดวงวิญญาณผู้บริสุทธิ์เพคะ" หลงเทียนเฉิงวางพู่กันลง ทรงก้าวพระบาทเข้ามาใกล้สตรีผู้เป็นทั้งคู่คิดและดวงใจ พระหัตถ์อุ่นเอื้อมมาประคองข้อมือเรียวบางของนางเอาไว้สัมผัสแผ่วเบา สื่อถึงความเข้าใจและความผูกพันที่ผ่านร้อนผ่านหนาวร่วมกันมา "จินหราน บัญชีเลือดนี้ถูกสะสางแล้ว แต่งานของเรายังไม่จบ..." หลงเทียนเฉิงตรัสกระซิบแผ่วเบาใกล้พระTheตของนาง "รากเหง้าของหนอนบ่อนไส้ไม่ได้มีเพียงแค่ตระกูลเฉิน ข้าได้ข่าวลับรายงานเข้ามาเมื่อครู่..." พระองค์ทรงชะงักไปเล็กน้อย ดวงเนตรคมกริบฉายแววระแวดระวังที่ยากจะเห็น สวี่จินหรานขมวดคิ้วมุ่นทันทีเมื่อเห็นท่าทีนั้น "ข่าวลับอันใดหรือเพคะ หรือว่า..." ยังไม่ทันที่หลงเทียนเฉิงจะได้ตรัสตอบ เสียงฝีเท้าเร่งรีบราวกับห่าฝนก็ดังแทรกขึ้นทำลายความเงียบ ขันทีหน้าตำหนักวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าตัวสั่นจนแทบหมอบราบกับพื้น "ทูล... ทูลฝ่าบาท! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพะยะค่ะ! กองกำลังทหารรักษāพระองค์ที่ชายแดนเหนือจู่ๆ ก็ประกาศแปรพักตร์ โดยมี... มีตราประทับลับขององค์ชายใหญ่ผู้ล่วงลับนำทัพด้วยพะยะค่ะ!" ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่ผ่านบททดสอบอันยาวนานนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าทุกท่านจะยังคงกุมมือนางเอกของเราไว้แน่นๆ ในบทต่อไปค่ะ
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มเหสีเคียงบัลลังก์อัคคี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%