มเหสีเคียงบัลลังก์อัคคี•ตอนที่ 18

การหักหลังของคนใกล้ชิด

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
"เจ้ากล้ายกน้ำชากาต้มนี้ให้ข้าดื่มต่อหน้าพระพักตร์... ช่างใจกล้าเสียจริง 'อี้หลัน'" สุ้มเสียงของสวี่จินหรานราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงใหญ่ ทว่าแววตากลับคมกริบราวกับใบมีดที่อาบยาพิษ นางไม่ได้แม้แต่จะชายตามองถ้วยชาเคลือบหยกขาวที่ถูกยื่นมาตรงหน้า หากแต่จ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ไหวระริกของนางกำนัลคนสนิท อี้หลันเข่าอ่อนยวบลงไปกองกับพื้นในทันที ปลายนิ้วที่ประคองถ้วยชาสั่นเทาราวกับลูกนกตกน้ำ น้ำชาชั้นดีกระฉलकลวกขอบถ้วยเล็กน้อย กลิ่นหอมหวานอันเป็นเอกลักษณ์ของ ‘บุปผาพันลี้’ ลอยกรุ่นอยู่ในอากาศ แต่สำหรับจินหรานแล้ว มันคือกลิ่นอายความตายที่นางคุ้นเคยเป็นอย่างดี "ฮ... ฮูหยิน หม่อมฉันมิกล้า! หม่อมฉันเป็นเพียงบ่าวไพร่..." อี้หลันละล่ำละลักละเมอเสียงสั่น น้ำตาเอ่อคลอเบ้าอย่างน่าเวทนา "บ่าวไพร่ที่นำความลับเรื่องคลังเสบียงลับของกองทัพพิทักษ์อุดรไปขายให้แก่ตระกูลสือ... ยังมีหน้ามาแทนตัวเองว่าเป็นแค่บ่าวอีกหรือ?" จินหรานแค่นหัวเราะในลำคอ ร่างระหงในชุดคลุมผ้าไหมปักลายหงส์เพลิงลุกขึ้นยืนช้าๆ นางก้าวเข้าไปหาอี้หลันทีละก้าว เสียงรองเท้าปักลายกระทบพื้นหินอ่อนดัง *ก๊อก... ก๊อก...* ราวกับเสียงนาฬิกาแห่งความตายที่กำลังนับถอยหลัง ความเงียบงันภายในตำหนักอี้คุนปกคลุมหนาแน่นจนแทบหายใจไม่ออก อี้หลันหน้าซีดเผือด ไร้สีเลือดสิ้นเชิง ความฉลาดและเยือกเย็นของสตรีตรงหน้าไม่เคยเปิดช่องให้ผู้ใดรอดพ้นได้ ยิ่งเมื่อคิดว่าความลับที่ตนนำไปมอบให้เสนาบดีสือเพื่อแลกกับตั๋วเงินจำนวนมหาศาล บัดนี้กลับกลายเป็นบ่วงที่รัดคอตนเองจนแทบสิ้นสติ "ฮูหยินโปรดเมตตา! หม่อมฉัน... หม่อมฉันถูกบังคับเจ้าค่ะ! พวกมันขู่เอาชีวิตครอบครัวหม่อมฉัน!" อี้หลันโขกศีรษะลงกับพื้นจนเกิดเสียงดังสนั่น หน้าผากบวมเป่งและมีคราบเลือดซึมออกมา นางควชายเสื้อของจินหรานไว้แน่น ร่ำไห้คร่ำครวญแทบขาดใจ จินหรานก้มมองบ่าวที่เคยไว้ใจที่สุดด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ความสงสาร? นางไม่มีพื้นที่เหลือให้ความรู้สึกอ่อนแอเช่นนั้นในวังหลังแห่งนี้อีกแล้ว สตรีที่ก้าวขึ้นมาเคียงข้างบัลลังก์อัคคี หากปราศจากความเด็ดขาด ย่อมกลายเป็นเหยื่อให้เสือสิงห์ในราชสำนักฉีกทิ้งเสียก่อน "ครอบครัวของเจ้า... ข้าให้คนย้ายไปอยู่ในที่ปลอดภัยตั้งแต่เมื่อสามวันก่อนแล้ว อี้หลัน" จินหรานเอ่ยเสียงเยียบเย็น พลางย่อกายลงกระซิบข้างหูของนางกำนัลทรยศ "เจ้าต่างหากเล่า... ที่เลือกทางเดินนี้เอง" ร่างของอี้หลันสะท้านเฮือก ดวงตาเบิกโพรงด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด เมื่อตระหนักได้ว่าทุกย่างก้าวของนาง ตลอดหลายวันที่ผ่านมา อยู่ในสายตาของสวี่จินหรานมาโดยตลอด นางไม่ได้โง่เขลา นางเพียงแต่ ‘จงใจ’ ปล่อยให้ปลาตัวนี้คาดว่ามันกินเบ็ดสำเร็จ เพื่อตลบหลังลากตัวการใหญ่เบื้องหลังออกมา ทันใดนั้น ประตูตำหนักก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ลมหนาวยามราตรีพัดกรรโชกเข้ามาวูบใหญ่ พร้อมกับร่างสูงสง่าในชุดฉลองพระองค์สีทองปักลายมังกรห้ากรงเล็บของฮ่องเต้หลงเทียนเฉิง พระเนตรคมกลาบกวาดมองสถานการณ์ภายในห้องแวบหนึ่ง ก่อนจะแย้มพระสรุปเย็นชาที่มุมพระโอษฐ์ "ดูท่าทาง... ละครฉากใหญ่ที่ชายาข้ากับฮูหยินตระกูลสือร่วมมือกันแสดง คงใกล้จะถึงจุดไคลแมกซ์แล้วกระมัง" หลงเทียนเฉิงตรัสด้วยพระสุ้มเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจ พระองค์เสด็จเข้ามาประทับลงบนเก้าอี้ไม้จันทน์หอมที่ขันทีจัดถวายอย่างไม่เร่งรีบ ราวกับกำลังทอดพระเนตรการละเล่นแก้เบื่อในยามว่าง จินหรานหันไปถวายพระพรฮ่องเต้ด้วยกิริยาชดช้อยงดงาม ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก "ฝ่าบาททรงปรีชาญาณ ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่พระองค์กับหม่อมฉันคาดการณ์ไว้เพค่ะ" อี้หลันที่หมอบอยู่กับพื้นยามนี้พลันเข้าใจแจ่มแจ้ง ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเพียงกลอุบายที่ฮ่องเต้และมเหสีร่วมมือกันวางหมาก ข่าวเรื่องคลังเสบียงที่นางนำไปบอกตระกูลสือนั้น แท้จริงแล้วเป็น ‘ข้อมูลปลอม’ ที่จงใจปล่อยออกไปเพื่อล่อให้ฝ่ายตรงข้ามหลงกล ขุดหลุมพรางฝังกลบอำนาจของขุนนางกังฉินทีละรากเหง้า! "หม่อมฉันสารภาพ! หม่อมฉันจะเขียนจดหมายสารภาพทุกอย่าง!" อี้หลันกรีดร้องด้วยความสติแตก นางรู้ดีว่าโทษของการเป็นหนอนกระบือขายชาติคือการประหารเจ็ดชั่วโคตร การยอมจำนนและกัดสหายร่วมขบวนการเท่านั้นถึงจะพอต่อรองได้ "เจ้ายังมีค่าพอที่จะเขียนจดหมายอีกหรือ?" เสียงทุ้มต่ำอีกเสียงหนึ่งดังขึ้นจากความมืดที่ระเบียงด้านนอก ขัดจังหวะความโกลาหลภายในห้อง ทุกสายตาหันขวับไปมองยังทิศทางนั้นทันที ร่างสูงโปรดของแม่ทัพน้อยแห่งค่ายพิทักษ์อุดร ก้าวล่วงเข้ามาในแสงคบเพลิง ใบหน้าคมคายสวมเกราะอ่อนปราศจากหมวก รอยยิ้มหยันปรากฏบนมุมปากหนา มือหนาข้างหนึ่งถือม้วนฎีกาลับที่เปื้อนคราบหมึกสดๆ โยนลงตรงหน้าอี้หลัน เสียงกระดาษกระทบพื้นดัง *ตุบ* "ไม่ต้องลำบากนางเขียนหريكหรอกพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท... เพราะตอนนี้ พยานปากเอกฝั่งตระกูลสือเดินทางมาถึงหน้าประตูวังหลวงแล้ว" จินหรานหรี่ตาลงเล็กน้อย หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นตัว เกมการเมืองครั้งนี้กำลังจะเปิดฉากการนองเลือดอย่างแท้จริง ทว่าก่อนที่ใครจะได้เอ่ยสิ่งใด ขันทีหน้าพระที่นั่งก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าตัวสั่นงันท่ามกลางความกดดัน "ท... ทูลฝ่าบาท! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ราชองครักษ์เสื้อแพรรายงานด่วน ขบวนเสด็จของไทเฮาที่ควรจะประทับอยู่ที่วัดอารามหลวง... จู่ๆ ก็เปลี่ยนเส้นทาง และกำลังมุ่งหน้ามายังตำหนักอี้คุนโดยไม่ทันมีรับสั่งล่วงหน้าพ่ะย่ะค่ะ!" รอยยิ้มบนพระพักตร์ของหลงเทียนเฉิงแข็งค้างในทันที ส่วนแววตาของสวี่จินหรานก็หรี่แคบลงจนเหลือเพียงเส้นเดียว ไทเฮาผู้เก็บตัวถือศีลมานานแรมปี เหตุใดจึงเลือกเวลานี้ในการเคลื่อนไหว? —-------------------------------------------------- ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "หลิวเยี่ยนซี" เสมอมานะคะ
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มเหสีเคียงบัลลังก์อัคคี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%