คราบหมึกสีชาดบนแผ่นกระดาษซวนจื่อยังไม่ทันแห้งสนิทดีด้วยซ้ำ เมื่อปลายนิ้วเรียวบางของสวี่จินหรานพลันหยุดชะงัก ปลายพู่กันขนกระต่ายป่าร่วงหล่นลงกระทบแท่นฝนหมึกจนเกิดเสียงดังทึบเบาๆ ทว่าในห้องทรงอักษรที่เงียบสงบราวกำลังถูกแช่แข็งในฤดูเหมันต์ เสียงนั้นกลับก้องกังวานเสียดแทงประสาท
"เจ้าแน่ใจหรือว่า... ห้องลับใต้เรือนพักเก่าของตระกูลสวี่ถูกรื้อค้นแล้ว?"
น้ำเสียงของนางราบเรียบ เย็นเยียบ และเจือด้วยกระแสลมหายใจที่ถูกสะกดกลั้นไว้อย่างแนบเนียน ดวงตาคู่หงส์ตวัดขึ้นมองขันทีเฒ่าจ้าวผู้เป็นสายลับคนสำคัญ ดวงตานั้นมิได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงประกายวาววับดั่งคมมีดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งงัน
ขันทีเฒ่าจ้าวคุกเข่าลงจนเข่ากระแทกพื้นศิลาจนเกิดเสียงทึบ สีหน้าของเขาซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มขมับ "ทูล... ทูลพระสนม กระหม่อมตรวจสอบด้วยตนเองแล้วพ่ะย่ะค่ะ บัญชีลับการค้าอาวุธและรายชื่อขุนนางที่รับสินบนยี่สิบสามฉบับ... หายไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือเพียงรอยเท้าของมือสังหารสำนักเงาทมิฬทิ้งไว้ต่างหน้าเท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ!"
สวี่จินหรานไม่เอ่ยคำใดออกมาอีก นางหลุบตาลงช้าๆ ซ่อนความรู้สึกไหววับระลอกหนึ่งไว้เบื้องหลังแพขนต้างอนงาม
ตระกูลสวี่ของนางล่มสลายลงในคืนเดียวเมื่อสามปีก่อนด้วยข้อหากบฏ บิดาผู้ซื่อสัตย์สุจริตต้องจบชีวิตลงพร้อมกับความอัปยศอดสู ทว่านางรู้ดีแก่ใจ... สิ่งที่ฮ่องเต้ผู้ล่วงลับและอัครเสนาบดีหลี่ต้องการมิใช่เพียงชีวิตคนตระกูลสวี่ แต่คือ "บัญชีลับ" เล่มนั้น บัญชีที่เปรียบเสมือนโซ่ตรวนล่ามคอขุนนางกังฉินครึ่งค่อนราชสำนัก!
การที่มันหายไปในยามนี้ ย่อมหมายความว่ามีหนอนบ่อนไส้... และพวกมันกำลังเดินหมากตลบหลังนางอย่างเลือดเย็น
"ดี..." ริมฝีปากบางเฉียบยกยิ้มขึ้นนิดๆ เป็นรอยยิ้มที่ไร้ความอบอุ่นโดยสิ้นเชิง "ในเมื่อพวกมันอยากเล่นเกมชิงไหวชิงพริบ ข้าผู้เป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของตระกูลสวี่ จะไม่สนองความปรารถนาของพวกมันได้อย่างไรเล่า?"
ในขณะนั้นเอง ประตูไม้แกะสลักลายมังกรหงส์ก็ถูกผลักออกอย่างแผ่วเบา ร่างสูงโปร่งในฉลองพระองค์สีทองเข้มปักลายเมฆมงคลก้าวเข้ามาโดยไม่มีเสียงประกาศ ท่วงท่าองอาจและรัศมีอันกดดันแผ่ซ่านไปทั่วตำหนัก หลงเทียนเฉิง... ฮ่องเต้ผู้ซ่อนเขี้ยวเล็บมาตลอดหลายปี กวาดสายตาคมกริบมองบรรยากาศตึงเครียดภายในห้อง ก่อนจะป้องพระหัตถ์ทั้งสองข้างไขว้ไว้เบื้องหลัง
"ดูเหมือนว่า... ข่าวการสูญหายของสิ่งสำคัญ จะเดินทางมาถึงหูของเจ้ารวดเร็วกว่าที่朕 (เจิ้น) คาดไว้เสียอีกนะ"
สุรเสียงทุ้มนุ่มทว่าทรงอำนาจเอ่ยขึ้น พร้อมกับที่พระเนตรคมก๋านคู่นั้นทอดมองสตรีตรงหน้าด้วยความหมายลึกซึ้ง หลงเทียนเฉิงก้าวเข้าไปใกล้ทีละน้อย กลิ่นอายบุรุษเพศผสมผสานกับกลิ่นอายไม้จันทน์หอมจางๆ ลอยเข้ากระทบนาสิกของสวี่จินหราน แต่นางหาได้ถอยหลังหนีไม่ กลับเงີบหน้าสบพระพักตร์โดยตรง
"ฝ่าบาททรงทราบเรื่องแล้วพ่ะย่ะค่ะ..." สวี่จินหรานย่อกายทำความเคารพตามพิธีการ ทว่าน้ำเสียงยังคงไว้ซึ่งความแข็งกร้าว "หรือควรกล่าวว่า... ฝ่าบาททรงจงใจปล่อยให้พวกมันขโมยบัญชีลับนั้นไป เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของอัครเสนาบดีหลี่กันแน่?"
สิ้นคำกล่าวอันอาจหาญ ขันทีเฒ่าจ้าวที่หมอบกราบอยู่ถึงกับสะดุ้งเฮือกจนตัวสั่นเทิ้ม ลอบปาดเหงื่อแทนพระสนมสาวผู้นี้ที่กล้าท้าทายพระพักตร์โอรสสวรรค์ตรงๆ
ทว่า หลงเทียนเฉิงกลับไม่กริ้ว ตรงกันข้าม... พระองค์กลับแย้มพระสรวลออกมาเบาๆ พระเนตรพินิจพิจารณาสตรีตรงหน้าอย่างนึกสนุก สตรีผู้นี้ช่างมีความกล้าหาญเกินหญิง และมีความเฉียบแหลมที่หาตัวจับยากในแผ่นดิน
"เจ้าฉลาดเกินไปแล้ว จินหราน" หลงเทียนเฉิงยื่นพระหัตถ์ออกไป แตะปลายคางมนของนางอย่างถือวิสาสะเล็กน้อย ปลายพระนิ้วอุ่นจัดตัดกับผิวแก้วเนียนละเอียดของนาง "หาก朕ไม่ยอมให้หมากตระกูลหลี่ขยับตัว แล้วเราจะล่อเสือออกจากถ้ำได้อย่างไร? บัญชีลับฉบับนั้น... แท้จริงแล้วเป็นเพียงสำเนาที่朕สั่งให้คนคัดลอกขึ้นมาตบตาเท่านั้น ส่วนฉบับจริง... อยู่ที่ไหน เจ้าเองก็ย่อมรู้ดีแก่ใจมิใช่หรือ?"
หัวใจของสวี่จินหรานกระตุกวูบ ทว่าสีหน้ายังคงรักษาความนิ่งงันไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ นางแค่นยิ้มหยันในใจ *ที่แท้ฮ่องเต้พระองค์นี้ก็เจ้าเล่ห์เพทุบายไม่แพ้กัน*
"ฝ่าบาททรงปรีชาสามารถยิ่ง" นางเอ่ยลอดไรฟัน "แต่การที่สนธิของฝ่ายตรงข้ามเคลื่อนไหวรวดเร็วปานนี้ ย่อมแสดงว่าพวกมันไม่ได้มีดีแค่กำลังพล แต่ยังมีหนอนบ่อนไส้ฝังรากลึกอยู่ในวังหลัง... และอาจรวมถึงในตำหนักของหม่อมฉันด้วย"
"เจ้าสงสัยผู้ใดเล่า?" หลงเทียนเฉิงโน้มพระพักตร์ลงกระซิบชิดริมฝีปากของนาง ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างแก้มเนียน "สนมเอกเฉิน? หรือว่า... ขันทีคนสนิทที่เจ้าไว้ใจที่สุด?"
บรรยากาศภายในห้องพลันเย็นเยียบลงอีกครา สวี่จินหรานชะงักกึก หันไปมองขันทีเฒ่าจ้าวที่ยังคงหมอบตัวสั่นอยู่กับพื้น แววตาสงสัยระคนระแวดระวังฉายชัดขึ้นในดวงตาคู่หงส์ นางรู้ดีว่าการต่อสู้ในวังหลังและราชสำนักครั้งนี้มิใช่เรื่องล้อเล่น หากเดินหมากผิดเพียงตาเดียว ศีรษะของนางและคนรอบข้างย่อมหลุดจากบ่าทันที
ในขณะที่ความตึงเครียดกำลังพุ่งถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าเร่งรีบของนางกำนัลหน้าตำหนักก็ดังแทรกเข้ามา พร้อมกับเสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนกที่แฝงไปด้วยความหวาดกลัว
"ทูล... ทูลพระสนม! เกิดเรื่องใหญ่แล้วเพ่ะค่ะ! ที่ตำหนักเย็น... จู่ๆ ก็มี... มีพระราชสาส์นลับประทับตราหยกของอดีตฮ่องเต้ถูกโยนเข้าไป พร้อมกับศพของ... ของไต้ฝูเจิ้ง ขุนนางผู้ดูแลคลังหลวง ถูกแขวนไว้ที่หน้าประตูกลางดึกพ่ะย่ะค่ะ!"
สวี่จินหรานผุดลุกขึ้นยืนทันที นัยน์ตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนแค้นเคือง ไต้ฝูเจิ้งคือพยานปากสำคัญที่สุดที่รู้เรื่องการทุจริตคลังหลวงเมื่อสามปีก่อน! การที่เขาถูกฆ่าปิดปากในคืนนี้ และทิ้งหลักฐานชี้เป้ามาที่นาง... หมายความว่าฝ่ายตรงข้ามไม่ได้แค่ต้องการขโมยบัญชีลับ แต่กำลัง "จัดฉาก" เพื่อประหารนางด้วยข้อหากบฏซ้ำสอง!
หลงเทียนเฉิงหรี่พระเนตรลงวูบหนึ่ง รัศมีสังหารแผ่ซ่านออกจากพระวรกายในพริบตา พระองค์ควاتพระหัตถ์เรียวของสวี่จินหรานไว้แน่น บีบกระชับจนเจ็บหน่วง ทว่าสายตากลับคมกริบดั่งเหยี่ยวล่าเหยื่อ
"ดูเหมือนว่า... พวกมันไม่ได้อยากแค่ชิงบัญชีลับคืน" หลงเทียนเฉิงตรัสด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก "แต่พวกมันต้องการ 'หัว' ของเจ้า เพื่อปิดปากความจริงทั้งหมดไปตลอดกาล!"
สวี่จินหรานสูดลมหายใจเข้าลึกระงับความสั่นเทอนในอก ดวงตาคู่หงส์เปล่งประกายความดุดันท้าทายออกมาอย่างไม่เกรงกลัวความตาย นางดึงมือกลับช้าๆ ก่อนจะแย้มยิ้มหยันให้กับโชคชะตาอันบิดเบี้ยว
"เช่นนั้น... หม่อมฉันคงต้องออกไปต้อนรับ 'แขกไม่ได้รับเชิญ' เหล่านี้ด้วยตนเองแล้วกระมังพ่ะย่ะค่ะ"
นางสะบัดชายผ้าคลุมกายหมุนตัวก้าวออกไปที่ประตูตำหนัก ทว่าก่อนที่เท้าก้าวแรกจะพ้นธรณีประตู สายตากลับเหลือบไปเห็นเงาดำทมิฬนับสิบสายกำลังพุ่งทะยานข้ามกำแพงสูงใหญ่เข้ามาด้วยความเร็วสูง พร้อมกับปลายกระบี่อาบยาพิษที่สะท้อนแสงจันทร์เป็นประกายวาบวับ... และผู้นำทัพเงาทมิฬกลุ่มนั้น... กลับสวมหน้ากากเงินลายอสูรที่นางจดจำได้ไม่มีวันลืม!
หน้ากากของบุรุษผู้ฆ่าล้างตระกูลสวี่เมื่อสามปีก่อน!
หัวใจของสวี่จินหรานชาวาบ ทว่าริมฝีปากกลับกระตุกยิ้มเหี้ยมเกรียม... *ในที่สุด... แกก็โผล่หัวออกมาจนได้นะ!*
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งใจให้จินหรานสู้ต่อในเกมการเมืองอันดุเดือดนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ! — หลิวเยี่ยนซี
มเหสีเคียงบัลลังก์อัคคี•ตอนที่ 5
หลักฐานชิ้นแรกที่หายไป
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มเหสีเคียงบัลลังก์อัคคี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!