รสชาติของความตายในยามนี้ หาใช่ความเย็นเยียบของคมดาบไม่ หากแต่เป็นความขื่นขมที่อวลอยู่ปลายลิ้น กลิ่นหอมฉุนของโสมตังกุยและชะเอมเทศที่ถูกต้มจนงวด คลุ้งตลบอบอวลอยู่ทั่วตำหนักอี้คุน ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยกลิ่นคาวโลหิตจางๆ ที่มีเพียงคนเคยผ่านความเป็นความตายมาโชกโชนเท่านั้นจึงจะสัมผัสได้
สวี่จินหรานป้องปากไอสำลัก ร่างบางทรุดฮวบลงแนบกับพื้นพรมปักลายหงส์ทอง ลิ่มเลือดสีดำคล้ำไหลซึมออกจากมุมปากหยดลงกระทบพื้นขาวสะอาด ตัดกับอาภรณ์สีเพลิงที่นางสวมใส่ราวกับดอกเหมยหลงฤดู หัวใจของนางชาวาบ ทว่าริมฝีปากกลับกระตุกยิ้มเหี้ยมเกรียม... *ในที่สุด... แกก็โผล่หัวออกมาจนได้นะ!*
"พระชายา! พระชายาเพคะ เกิดอันใดขึ้น!" เสียงร้องหวีดหวานของจู่อี้ นางกำนัลคนสนิทดังลั่นพร้อมกับร่างที่พุ่งเข้ามาประคอง นางใช้มือสั่นเทาลูบหลังสวี่จินหรานด้วยความตื่นตระหนก ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นคราบเลือดสีดำ "นี่มัน... ยาพิษ! มีคนวางยาพิษในถ้วยโอสถบำรุงของพระชายา!"
"ไม่ต้องตะโกน..." สวี่จินหรานเปล่งเสียงแหบพร่าออกมาอย่างยากลำบาก ปลายนิ้วเรียวยาวเย็นเฉียบดั่งน้ำแข็งคว้าเข้าที่แขนเสื้อของจู่อี้แน่น ดวงตาคู่หงส์หรี่แคบลง สะท้อนแสงไฟจากตะเกียงสำริดวับวาม ความเจ็บปวดเสียดแท่นราวกับมีเข็มพันเล่มทิ่มแทงไปทั่วร่าง แต่นั่นยังไม่เจ็บปวดเท่ากับความจริงที่ว่า หนอนบ่อนไส้ในตำหนักของนางซ่อนอยู่ลึกกว่าที่คาดคิด
ปัง!
บานประตูไม้แกะสลักถูกถีบเปิดออกด้วยพละกำลังมหาศาล ลมหนาวภายนอกกรูเข้ามาปะทะจนเปลวเทียนวับแวม ร่างสูงโปร่งในฉลองพระองค์สีทองปักลายมังกรห้ากรงเล็บก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าเร่งรีบ ไอสังหารแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วทั้งตำหนักจนแทบหายใจไม่ออก ใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่มักจะเรียบเฉยไร้ระลอกคลื่น บัดนี้กลับบิดเบี้ยวด้วยความตื่นตระหนกและโทสะอันไร้ขีดจำกัด
หลงเทียนเฉิงก้าวย่างเพียงสองสามก้าวก็มาถึงเบื้องหน้า ร่างสูงคุกเข่าลงไม่สนธรรมเนียมปฏิบัติ พระหัตถ์หนาสั่นเทาเล็กน้อยขณะรวบประคองร่างที่กำลังจะล้มพับของสวี่จินหรานเข้าสู่อ้อมพระอุทร
"จินหราน! มองหน้าเรา!" สุรเสียงทุ้มต่ำที่เคยราบเรียบ กลับสั่นเครือด้วยความหวาดกลัวเป็นครั้งแรกในชีวิต พระเนตรคมกริบกวาดมองคราบเลือดสีดำบนพระโอษฐ์ของหญิงสาว ก่อนจะตวัดกลับมามองถ้วยยาที่หกเรี่ยราดบนพื้น "ใคร! ใครเป็นคนกล้าบังAอาจวางยาว่าที่มเหสีของเรา!"
สวี่จินหรานเงยหน้าขึ้นสบพระพักตร์ที่เต็มไปด้วยความกังวลใจ ความอบอุ่นจากอ้อมกอดของพระองค์แผ่ซ่านเข้ามาในอก ทว่านางไม่มีเวลามาซาบซึ้ง นัยน์ตาคู่คมฉายแววเยือกเย็นและเจ้าเล่ห์ นางเอื้อมมือที่เปื้อนคราบเลือดขึ้นแตะเบาๆ ที่พระปราง (แก้ม) ของโอรสสวรรค์ เพื่อดึงสติชายหนุ่มกลับมา
"ฝ่าบาท... หม่อมฉันยังไม่ตายเพคะ..." นางแย้มยิ้มทั้งเลือด ยิ้มที่งดงามแต่งดงามหยดย้อยราวกับภูตผีดูดเลือด "แต่หากมาช้ากว่านี้อีกก้านธูป... ฝ่าบาทคงได้ทรงจัดงานอภิเษกสมรสกับป้ายวิญญาณแทนแล้วกระมังเพคะ"
สุรเสียงติดตลกทว่าเจือพิษร้ายทำให้หลงเทียนเฉิงขบกรามแน่นจนสันนูน พระหัตถ์ข้างหนึ่งกำเข้าหากันจนเส้นเลือดปูดโปน พระองค์ทรงตระหนักดีว่าเป้าหมายที่แท้จริงของการลอบปลิดชีพในครั้งนี้ หาใช่เพียงเพื่อกำจัดสวี่จินหรานไม่ หากแต่เป็นการตบพระพักตร์ฮ่องเต้ผู้กุมอำนาจอย่างเงียบงัน เป็นการส่งสารจากพวกขุนนางกังฉินกลุ่มนั้นว่า แม้แต่สตรีข้างกายโอรสสวรรค์ พวกมันก็ยังเด็ดหัวทิ้งได้ตามอำเภอใจ!
"หมอหลวง! ขบวนหมอหลวงตายกันหมดแล้วหรืออย่างไร! หากพระชายามีอันเป็นไปแม้แต่เส้นผมเส้นเดียว ข้าจะให้ล้างบางตระกูลพวกมันทั้งโคตร!" หลิงเทียนเฉิงตวาดลั่น ประกายตาดุดันดั่งพญามังกรยามกริ้วโกรธ ทำให้ขันทีและนางกำนัลด้านนอกต่างพากันคุกเข่าตัวสั่นงันทับถมกันด้วยความหวาดกลัว
ไม่นานนัก หัวหน้าหมอหลวงชราก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา พร้อมกับกล่องเข็มเงินและสมุนไพรล้างพิษ เมื่อเห็นสภาพของสวี่จินหราน ชราภาพก็หน้าถอดสี รีบลงมือฝังเข็มสกัดจุดชีพจรและป้อนยาถอนพิษอย่างเร่งรีบ บรรยากาศในห้องตกอยู่ในความเงียบงันอันน่าอึดอัด มีเพียงเสียงหอบหายใจแผ่วเบาของสวี่จินหราน และไอความเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากพระวรกายของฮ่องเต้
ผ่านไปหนึ่งเค่อ (สิบห้านาที) อาการกระอักเลือดจึงทุเลาลง สีหน้าที่เคยซีดขาวเริ่มมีเลือดฝาดขึ้นมาบ้างเล็กน้อย สวี่จินหรานพิงพระอุทรของหลงเทียนเฉิง ปิดเปลือกตาลงเพื่อพักผ่อนสมองที่กำลังหมุนวนอย่างรวดเร็ว
"ฝ่าบาท..." นางเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ "ทรงคิดว่า... ใครคือผู้ที่กล้าเอื้อมมือเข้ามาในตำหนักอี้คุนยามวิกาลเช่นนี้"
หลงเทียนเฉิงก้มลงมองหญิงสาวในอ้อมกอด พระเนตรฉายแววอำมหิตขึ้นวูบหนึ่ง "ทั่วทั้งวังหลังนี้ นอกเสียจากพระสนมเอกหลิว และเสนาบดีซ่งผู้เป็นลุงของนางแล้ว ยังจะมีผู้ใดกล้าหาญถึงเพียงนี้ อีกทั้ง..." พระองค์ทรงหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเหยียดยิ้มเย็นชา "ยาพิษ 'สลายวิญญาณเจ็ดราตรี' นี้ เป็นของหายากจากแคว้นหลีใต้ มีเพียงขุนนางฝ่ายนอกบางคนเท่านั้นที่ติดต่อค้าขายลับๆ กับทางโน้น"
สวี่จินหรานลืมตาขึ้น นัยน์ตาส่องประกายเจ้าเล่ห์ราวกับสุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ "เช่นนั้น... แผนการที่เราวางไว้เมื่อสามวันก่อน คงต้องเดินหน้าเร็วขึ้นกว่าเดิมเสียแล้วเพคะ"
"เจ้าไหวหรือ? พิษในกายยังไม่ถูกขับออกหมด..." หลงเทียนเฉิงขมวดพระขนม (คิ้ว) ด้วยความเป็นห่วงที่ถูกซ่อนไว้ใต้ความเยือกเย็น
"เพื่อตบตาพวกมัน หม่อมฉันไม่เพียงแต่ต้องไหว... แต่ยังต้องแสดงละครฉากใหญ่ให้สมบทบาทด้วยเพคะ" สวี่จินหรานยิ้มมุมปาก นางผละออกจากอ้อมพระอุทรเล็กน้อย ก่อนจะกระซิบถ้อยคำบางอย่างข้างพระหัตถ์ของฮ่องเต้ ถ้อยคำที่ทำให้ประกายตาของโอรสสวรรค์วาวโรจน์ขึ้นด้วยความพึงพอใจ
ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังวางหมากตลบหลังศัตรูในความมืดอยู่นั้น เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงเอะอะโวยวายก็ดังมาจากหน้าตำหนักอี้คุน ขันทีเวรชี้หน้าซีดเผือดวิ่งพรวดพรากเข้ามาคุกเข่าโขกศีรษะจนหน้าผากแทบแตก
"กราบทูลฝ่าบาท! ทูลพระชายา! เกิดเรื่องใหญ่แล้วเพคะ!" ขันทีผู้นั้นละล่ำละลักละลาน "ไทเฮา... ไทเฮาทรงทราบข่าวว่าพระชายาสิ้นสติ จึงเสด็จมาเยือนตำหนักอี้คุนด้วยพระองค์เองพ่ะยะค่ะ! และ... และเวลานี้เสด็จมาถึงหน้าประตูตำหนักแล้ว!"
สวี่จินหรานชะงักไป รอยยิ้มบนมุมปากแข็งค้างลงทันที นัยน์ตาคู่คมหรี่แคบลงด้วยความระแวง
*ไทเฮาเสด็จมา? ดึกดื่นตื่นค่อนคืนเช่นนี้ ข่าวการลอบวางพิษยังไม่ทันกระจายออกไปนอกตำหนัก เหตุใดพระนางจึงทรงทราบรวดเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่งเช่นนี้เล่า?*
หรือว่า... หมากตานี้ จะไม่ได้มีแค่ฝ่ายเสนาบดีซ่งคนเดียวที่ถือครองอยู่?
หลงเทียนเฉิงผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พระพักตร์ตึงเครียดขึ้นในพริบตา พระองค์ทรงทอดพระเนตรมองสวี่จินหรานที่ยังคงมีคราบเลือดติดอยู่บนมุมปาก ก่อนที่บานประตูด้านนอกจะถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างของหญิงสูงศักดิ์ในชุดคลุมปักลายหงส์เพลิง ที่ก้าวเข้ามาท่ามกลางทหารองครักษ์นับสิบชีวิตด้วยรอยยิ้มอันลึกล้ำและยากจะคาดเดา!
--------------------------------------------------
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและฝ่าฟันอุปสรรคเคียงข้างสวี่จินหรานมาจนถึงตอนนี้นะคะ
มเหสีเคียงบัลลังก์อัคคี•ตอนที่ 6
พิษร้ายในถ้วยยา
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มเหสีเคียงบัลลังก์อัคคี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!