เสียงลั่นของกลอนไม้สักหนาหนักที่ถูกตอกปิดลงบนหีบสัมภาระใบสุดท้าย ดังสะท้อนก้องภายในห้องโถงรับรองของกรมราชเลขานุการ ราวกับเสียงเคาะระฆังประหารชีวิตที่ถูกเลื่อนเวลาออกไป ทว่าความเงียบงันที่โรยตัวอยู่ระหว่างคนทั้งสองกลับน่าอึดอัดเสียยิ่งกว่าเสียงใดๆ
ดวงตาของเซียวจิ่นหยวนเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเป็นครั้งแรก ชั่วพริบตาเดียวที่ม่านนัยน์ตาคู่นั้นไหววับ ก่อนจะกลับมาเรียบเฉยราวน้ำในบึงลึกที่ถูกแช่แข็ง ขณะที่หลินซูเหยาหันขวับมาสบตาเขา ทันใดนั้น ความตระหนักรู้สายหนึ่งก็แล่นริ้วผ่านสมองของนาง... นี่ไม่ใช่แค่ข่าวลือเพื่อทำลายชื่อเสียง แต่มันคือ "แผนซ้อนแผน" ที่ถูกเตรียมการไว้อย่างแยบยล เพื่อหักหลังและป้ายสีพวกเขาโดยเฉพาะ!
"แผนการยืมดาบฆ่าคนเช่นนี้ ช่างบังอาจและรอบคอบเสียจริง" เสียงทุ้มต่ำของเซียวจิ่นหยวนเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากหยักลึก แต่นัยน์ตากลับคมกริบดั่งใบมีดซ่อนในฝัก "เบื้องบนมีราชโองการให้เราสองคนคุมคณะทูตตรวจราชการชายแดนตะวันตกเฉียงเหนือ เบื้องล่างกลับมีข่าวลือสะพัดว่าเรากุมเส้นทางค้าอาวุธเถื่อนของกองทัพพยัคฆ์พิทักษ์... ซูเหยา เจ้าว่าหมากกระดานนี้ ใครเป็นผู้เดิน?"
หลินซูเหยายังคงยืนนิ่ง นางกวาดสายตาสำรวจหีบเอกสารลับราชสำนักที่ตั้งเรียงรายอยู่เบื้องหน้า นิ้วเรียวภายใต้แขนเสื้อกว้างลูบไล้รอยประทับตราครั่งสีชาดบนหีบใบใหญ่ สมองอันปราดเปรื่องกำลังประมวลผลข้อมูลนับพันชิ้นในความทรงจำระดับอัจฉริยะ
"ต่อให้เรารู้ว่าเป็นกับดัก เราก็ปฏิเสธพระราชโองการไม่ได้ค่ะใต้เท้าเซียว" นางเอ่ยตอบ น้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมและมั่นคง "การปฏิเสธราชโองการมีโทษสถานเดียวคือประหารชีวิต แต่หากเราก้าวเข้าสู่ปากเหวแห่งชายแดนตะวันตกด้วยความยินยอม... เราจึงจะมีโอกาสพลิกเกมจากเหยื่อให้กลายเป็นผู้ล่า"
เซียวจิ่นหยวนก้าวเข้ามาประชิดตัวนางช้าๆ กลิ่นอายบุรุษเพศอันเยือกเย็นและทรงอำนาจแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศรอบกายดูแคบลง เขาโน้มตัวลงมาเล็กน้อยให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกับนาง ดวงตาคมปลาบจ้องมองลึกลงไปในดวงตานิ่งสนิทของหญิงสาว ราวกับต้องการค้นหาความหวาดกลัวสักเศษเสี้ยว ทว่าสิ่งที่เขาพบกลับมีเพียงประกายระยิบระยับของความท้าทายที่จุดติดอยู่ภายใน
"เจ้าไม่กลัวหรือซูเหยา? เส้นทางสายไหมโบราณที่ทอดยาวสู่ชายแดนป่าเถื่อน เต็มไปด้วยโจรภูเขา กองกำลังนอกกฎหมาย และที่ร้ายที่สุดคือ 'หนอนบ่อนไส้' ในราชสำนักที่คอยจ้องจะแทงข้างหลังเราตลอดเวลา" น้ำเสียงของเขาเจือแววเย้าแหย่แกมหยั่งเชิง ทว่าแฝงความจริงจังระดับคอขาดบาดตาย
"ใต้เท้าเซียวต่างหากที่ควรระวังตัว" หลินซูเหยาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างเยือกเย็น "หม่อมฉันเป็นเพียงแค่อาลักษ์ตัวเล็กๆ หากตายในหน้าที่ อย่างน้อยก็ยังมีชื่อเสียงในฐานะข้าราชการผู้พลีชีพเพื่อแผ่นดิน แต่ท่าน... ราชเลขาธิการผู้ทรงอิทธิพล หากต้องตกพุ่มม่ายทางการเมืองและถูกตราหน้าว่าเป็นกบฏค้าอาวุธ ชื่อเสียงที่ท่านสั่งสมมาทั้งชีวิตคงพังทลายในชั่วข้ามคืนนะคะ"
คำพูดแทงใจดำนั้นทำให้เซียวจิ่นหยวนหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มีเพียงความระอาปนความนับถือที่พุ่งทะยานขึ้นในอก ชายหนุ่มเหยียดยิ้ม "ปากคอเราะร้ายเช่นเคย... สมแล้วที่เป็นหลินซูเหยา"
เช้าวันรุ่งขึ้น ขบวนรถม้าทูตานุทูตสีดำสนิทประทับตรามังกรทองห้าเล็บเคลื่อนตัวออกจากประตูเมืองหลวง ท่ามกลางสายหมอกหนาทึบของฤดูเหมันต์ที่ปกคลุมไปทั่วท้องถนน ทัศนวิสัยเบื้องหน้าเลือนรางจนแทบมองไม่เห็นเส้นทางข้างหน้า สอดคล้องกับสถานการณ์อันตรายที่พวกเขากำลังเผชิญ
ภายในรถม้าคันใหญ่ที่ถูกตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่มั่นคง หลินซูเหยานั่งอยู่มุมหนึ่ง นางกำลังก้มหน้าก้มตาตรวจสอบม้วนบันทึกสำมะโนประชากรและบัญชีคลังอาวุธยุทธໂທປະກອນของกองทัพชายแดน แสงตะเกียงน้ำมันวับแวมส่องให้เห็นใบหน้างดงามที่เคร่งเครียดและจริงจัง
ส่วนเซียวจิ่นหยวนนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เขากำลังลับใบมีดสั้นเล่มเล็กในมืออย่างใจเย็น เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ท่ามกลางความเงียบที่มีเพียงเสียงล้อเกวียนบด ຖະໜົນ ດິນດານ ແລະเสียงลมหนาวหวีดหวิวอยู่ภายนอก
"เจ้าตรวจดูบัญชีนั้นรอบที่สามแล้วนะซูเหยา" เซียวจิ่นหยวนเอ่ยขึ้นโดยไม่เงยหน้าขึ้นจากใบมีด "ต่อให้เจ้าพลิกดูอีกกี่รอบ ตัวเลขการเบิกจ่ายอาวุธเหล่านั้นก็ยังคงลงตัวอย่างไร้ที่ติ... นั่นแหละคือสิ่งที่ผิดปกติที่สุด"
หลินซูเหยาชะงักมือที่กำลังถือพู่กัน นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา "ถูกต้อค่ะ... งบประมาณและการเบิกจ่ายอาวุธสำรองของกองทัพพยัคฆ์พิทักษ์ถูกบันทึกไว้อย่างสมบูรณ์แบบไร้รอยต่อ ไม่มีช่องโหว่ทางบัญชีแม้แต่ตำลึงเดียว นั่นหมายความว่า การลักลอบค้าอาวุธเถื่อนไม่ได้ใช้เส้นทางงบประมาณทางการ แต่พวกมันใช้ 'คลังลับ' นอกระบบที่อยู่นอกเหนือการตรวจสอบของราชสำนัก"
"และคลังลับนั้น..." เซียวจิ่นหยวนหยุดมือที่กำลังลับมีด เขาเงยหน้าขึ้นสบตานาง แววตาดุดันฉายประกายอันตราย "ตั้งอยู่ ณ จุดหมายที่เรากำลังจะเดินทางไป... ด่านชายแดนอู่หลาน"
ก่อนที่หลินซูเหยาจะได้ทันเอ่ยคำใดต่อ รถม้าคันใหญ่ก็กระตุกอย่างรุนแรงจนร่างของทั้งสองพุ่งเข้าหา กันตามแรงเหวี่ยง ม้าลากรถส่งเสียงร้องลั่นด้วยความตื่นตระหนก ก่อนที่ขบวนรถม้าทั้งหมดจะหยุดกะทันหัน ท่ามกลางเสียงเอะอะโวยวายและเสียงชักดาบออกจากฝักดังระงมอยู่ภายนอก
"มีมือสังหาร!" เสียงตะโกนขององครักษ์หลวงดังทะลุผนังไม้เข้ามา พร้อมกับเสียงลูกธนูจำนวนมากที่พุ่งแหวกอากาศปักทะลุผ้าใบรถม้าเข้ามาอย่างฉิวเฉียด
เซียวจิ่นหยวนไม่รอช้า เขากระโจนเข้ามาคว้าข้อมือเรียวของหลินซูเหยาแล้วดึงนางเข้าสู่อ้อมอกอย่างรวดเร็ว เพื่อป้องกันกระสุนธนูที่อาจทะลุกรอบไม้เข้ามาได้ กลิ่นกายบุรุษเจือจางผสานกับกลิ่นหมึกจางๆ จากตัวเขาโชยเข้าจมูกของหญิงสาว ขณะที่ใบหน้าของเขาอยู่ห่างจากนางเพียงคืบเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับข้างแก้ม
"อยู่ในนี้ ห้ามออกไปไหนเด็ดขาด" เสียงกระซิบของเขาดุดันและทรงอำนาจ ทว่าแฝงความห่วงใยที่เจ้าตัวอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ
หลินซูเหยาไม่ได้ผลักไส นางพยักหน้ารับช้าๆ มือข้างหนึ่งกระชับกริชเล่มเล็กที่ซ่อนไว้ในสาบเสื้อแน่น สมองประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว "พวกมันไม่ได้มาเพื่อลอบสังหารเราค่ะใต้เท้า... หากพวกมันต้องการฆ่าเราจริง ลูกธนูเมื่อครู่ย่อมอาบยาพิษและเล็งจุดตาย ไม่ใช่การยิงขู่เพื่อหยุดขบวน"
เซียวจิ่นหยวนหรี่ตาลงทันที เขารับรู้ได้ถึงความผิดปกติในกลยุทธ์ของศัตรู "ถ้าเช่นนั้น... เป้าหมายของพวกมันคืออะไร?"
ในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยก็ก้าวเข้ามาล้อมรอบรถม้าไว้ทุกด้าน พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นของบุรุษปริศนาที่ดังขึ้นทะลุผ่านม่านหมอกหนาทึบเข้ามา
"เรียนท่านราชเลขาธิการ และท่านอาลักษณ์หลิน... นายท่านของเรา มอบหมายให้มาต้อนรับคณะทูตทุกท่าน 'สู่หลุมศพ' ที่ถูกเตรียมไว้ล่วงหน้าแล้ว!"
---
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาเคียงบ่าเคียงไหล่ไปกับตัวละครนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
— หมอกเหมยปลายฤดู
ม่านหมอกลับแห่งวังหลวง: กลยุทธ์สยบพยศบัณฑิต•ตอนที่ 14
การเดินทางสู่ชายแดน
ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ม่านหมอกลับแห่งวังหลวง: กลยุทธ์สยบพยศบัณฑิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!