กลิ่นควันไฟที่อัดแน่นด้วยเขม่าดินปืนและกลิ่นไม้จันทน์ไหม้เกรียมตีรวนขึ้นมาจนแสบจมูก ทัศนียภาพเบื้องหน้าของหอเก็บบันทึกหลวงถูกย้อมด้วยสีแดงฉานจากเปลวเพลิงที่กำลังโหมกระหน่ำกัดกินโครงสร้างไม้ทีคโบราณ เสียงคานไม้ลั่นเอี๊ยดอาดดังสนั่นหวั่นไหวราวกับเสียงคำรามของอสูรกายที่พร้อมจะกลืนกินทุกชีวิตให้มอดไหม้ไปพร้อมกับความจริงที่พวกเขากำลังไขว่คว้า
หลินซูเหยาถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังบอบบางกระแทกเข้ากับชั้นตำราโบราณที่สั่นคลอน เศษขี้เถ้าและสะเก็ดไฟโปรยปรายลงมาดั่งหิมะมรณะ ในมือของนางกำม้วนกระดาษบันทึกคดีลับที่เพิ่งค้นพบแน่นจนยับยู่ยี่
"อย่าขยับ"
เสียงกระซิบต่ำทุบทำลายเสียงคำรามของเปลวไฟ เซียวจิ่นหยวนก้าวเข้ามาประชิดตัวนางในเสี้ยววินาที ขุนหนุ่มราชเลขาธิการในชุดขุนนางสีน้ำเงินเข้มเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเขม่าและหยาดเหงื่อ ดวงตาคมกริบคู่นั้นไม่ได้ฉายแววหวาดกลัวแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับเปล่งประกายความเยือกเย็นอย่างน่าประหลาด ทว่ากล้ามเนื้อที่เกร็งแน่นบริเวณสันกรามและแขนแกร่งที่เอื้อมมาคว้าข้อมือนางไว้มั่น กำลังฟ้องว่าสถานการณ์นี้ไม่ใช่แค่การเผาทำลายหลักฐานธรรมดา แต่มันคือ ‘กับดักสังหารหมู่’
ฉับไวเสียยิ่งกว่าความคิด เสียงแหวกอากาศของคมธนูพุ่งตรงมาจากความมืดเบื้องนอกทะลุกรอบหน้าต่างกระดาษสาที่กำลังลุกไหม้
*ฉึก!*
ปีกธนูอาบยาพิษปักเข้ากับเสาไม้ห่างจากศีรษะของหลินซูเหยาเพียงคืบเดียว ขนนกสีดำสนิทสั่นระริกตามแรงปะทะ
"พวกมันไม่ได้ต้องการแค่เผาเอกสาร" เซียวจิ่นหยวนดึงร่างของหญิงสาวให้หลบเข้ามุมอับของเสาหลักทันที น้ำเสียงของเขาแหบพร่าแต่เฉียบขาด "พวกมันต้องการให้เรากลายเป็นเถ้าถ่านไปพร้อมกับกองเพลิงนี้ เพื่อที่คดีทุจริตคลังเสบียงจะถูกปิดตายตลอดกาลโดยไร้ซึ่งผู้ต้องสงสัย"
หลินซูเหยาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของนางไม่มีความตื่นตระหนก มีเพียงประกายความดื้อรั้นอันเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้เซียวจิ่นหยวนรู้สึกทั้งชังและพึงพอใจในเวลาเดียวกัน
"ใต้เท้าเซียว... ท่านยังจำข้อความในบันทึกแผ่นสุดท้ายที่เราเพิ่งอ่านเจอได้หรือไม่?" นางเอ่ยถามท่ามกลางเสียงไม้ลั่นเปรี๊ยะปร๊ะ
เซียวจิ่นหยวนแค่นHemiหัวเราะในลำคอ แววตาสีเข้มวับวาวด้วยความท้าทาย "ในยามวิกฤตเช่นนี้ เจ้ายังมีแก่ใจมาทดสอบความจำของข้าอีกหรือ หลินซูเหยา?"
"เพราะหากเราตายที่นี่ ความลับเรื่องเส้นทางเงินของสกุลอวี้ก็จะหายไปกับสายลม ข้าไม่ยอมตายอย่างไร้ค่าเด็ดขาด" นางกล่าวเสียงลอดไรฟัน มือเรียวปลดปิ่นหยกประจำตัวออกอย่างรวดเร็ว พร้อมกับดึงกริชสั้นซ่อนเร้นที่พกติดตัวไว้ออกมาเตรียมพร้อม "ทางออกด้านทิศเหนือถูกปิดตายด้วยคานที่หักลงมา เราเหลือทางเลือกเดียว... ฝ่าวงล้อมออกทางระเบียงด้านตะวันตก"
เงาสีดำทะมึนสามร่างพุ่งทะยานผ่านม่านเปลวเพลิงเข้ามาในห้องโถงที่กำลังพังทลาย นักฆ่าในชุดกระชับสีดำสนิทปิดบังใบหน้า ปรากฏตัวพร้อมกับดาบยาวที่อาบแสงไฟจนเกิดประกายวาบวับยามสะท้อนกับเปลวเพลิง พวกมันคือเงาอำมหิตที่ถูกฝึกฝนมาเพื่อสังหารโดยเฉพาะ ไร้ซึ่งเสียงฝีเท้า ไร้ซึ่งความลังเล
เซียวจิ่นหยวนก้าวออกไปยืนบังหน้าหลินซูเหยาไว้ครึ่งก้าว มือข้างหนึ่งปลดกระบี่ประจำตำแหน่งออกจากเอว เหล็กกล้าชั้นดีส่งเสียงกรีดร้องกังวานยามถูกชักออกจากฝัก
"อยู่ข้างหลังข้า" เขาเอ่ยสั้นๆ ทว่าเด็ดขาด
"ใต้เท้า... ท่านประเมินข้าต่ำไปแล้ว" หลินซูเหยาไม่ยอมเป็นภาระ นางก้าวออกมายืนเคียงบ่าเคียงไหล่ สายตากวาดมองจุดอ่อนของมือสังหารทั้งสาม "คนซ้ายบาดเจ็บที่ขาจากการกระโดดข้ามหน้าต่างเมื่อครู่ การลงน้ำหนักของเขาไม่สมดุล จัดการคนนั้นก่อน!"
สิ้นเสียงคำสั่งราวนายกองทัพ เซียวจิ่นหยวนพุ่งทะยานออกไปดุจพยัคฆ์ร้ายกระโจนเข้าใส่เหยื่อ กระบี่ในมือวาดเป็นประกายโค้งรับกับแสงไฟ ปะทะเข้ากับดาบของนักฆ่าคนแรกจนเกิดประกายไฟแตกกระจายเสียงดังสนั่น *เคร้ง!*
นักฆ่าคนที่สองพุ่งเป้ามาที่หลินซูเหยา หญิงสาวเบี่ยงตัวหลบคมดาบที่เฉียดปลายจมูกไปเพียงเส้นยาแดง อาศัยจังหวะที่มันเสียหลักจากการฟันลม ใช้กริชสั้นในมือแทงเข้าที่จุดชีพจรข้อพับเข่าอย่างแม่นยำราวดั่งจับวาง เสียงร้องคำรามด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นพร้อมกับร่างของนักฆ่าที่ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น
ทว่าสถานการณ์ไม่ได้ง่ายดายเช่นนั้น คานไม้ขนาดใหญ่ที่ถูกไฟไหม้จนผุกร่อนด้านบนกำลังจะหักโค่นลงมาทับพวกเขา
"ระวัง!" เซียวจิ่นหยวนเห็นเข้าพอดี เขาละมือจากการปะทะ พุ่งตัวเข้ามาคว้าเอวบางของหลินซูเหยาแล้วกระโหลกหลบไปอีกทางอย่างเฉียดฉิว เสียงโครมครามสนั่นหวั่นไหว เศษไม้ระเนระนาดร่วงหล่นลงมาปิดกั้นเส้นทางถอยหลังจนหมดสิ้น
ตอนนี้พวกเขากำลังถูกต้อนให้จนมุมที่ระเบียงชั้นสอง ด้านล่างคือทะเลเพลิงที่กำลังลุกโชนและกลุ่มควันหนาทึบที่ลอยเค្វ้งคว้าง นักฆ่าที่เหลืออีกสองคนก้าวเข้ามาปิดตายทางรอด รังสีอำมหิตแผ่ซ่านปกคลุมบรรยากาศรอบตัว
เซียวจิ่นหยวนหอบหายใจเล็กน้อย เม็ดเหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้าคมคาย เขายังคงรักษาท่าทีเยือกเย็นได้อย่างน่าทึ่ง สายตาคมกริบเหลือบมองไปยังระเบียงที่เชื่อมต่อกับหลังคาเรือนข้างเคียง ซึ่งอยู่ห่างออกไปราวสองช่วงตัว
"เชื่อใจข้าไหม?" จู่ๆ ขุนนางหนุ่มก็หันมาถามนาง น้ำเสียงนั้นไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัว มีเพียงประกายความท้าทายที่อ่านไม่ออก
หลินซูเหยาหันไปสบตาเขา หัวใจในอกเต้นระรัวไม่ใช่เพราะความกลัวต่อความตาย แต่เป็นเพราะความใกล้ชิดที่แนบแน่นจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของอีกฝ่าย นางแย้มยิ้มบางๆ ออกมาท่ามกลางวิกฤต เป็นรอยยิ้มที่ทำให้เซียวจิ่นหยวนถึงกับชะงักไปชั่วขณะ
"ถ้าข้าไม่เชื่อใจท่าน ข้าคงไม่ยอมเอาชีวิตมาเสี่ยงในวังหลวงแห่งนี้หรอกค่ะ ใต้เท้าเซียว"
"ดี"
เซียวจิ่นหยวนคว้ามือของนางไว้แน่น กระชับดาบในมือมั่น ก่อนที่ทั้งสองคนจะพุ่งทะยานกระโดดข้ามเปลวเพลิงและช่องว่างมรณะออกไปสู่ความมืดเบื้องนอกพร้อมกัน!
ร่างทั้งสองร่อนลงบนหลังคากระเบื้องเคลือบที่เปียกลื่นด้วยน้ำค้างยามดึกได้อย่างเฉียดฉิว เสียงกระเบื้องแตกดังไล่หลังมาติดๆ พร้อมกับเสียงคำรามอย่างหัวเสียของกลุ่มนักฆ่าที่ตามไม่ทัน ทว่าในวินาทีที่พวกเขาคิดว่ารอดพ้นจากเงื้อมมือมรณะมาได้แล้วนั้น...
เงาร่างของบุรุษผู้หนึ่งในชุดคลุมสีดำสนิท ปักลายหงส์ทองด้วยด้ายเงินแท้ ยืนรออยู่บนสันหลังคาเบื้องหน้าอย่างสง่างาม ท่ามกลางแสงจันทร์สลัวที่ส่องทะลุม่านหมอกหนาทึบ
เซียวจิ่นหยวนชะงักฝีเท้าทันที ดวงตาหรี่แคบลงอย่างระแวดระวัง ขณะที่หลินซูเหยาเบิกตากว้างเมื่อจำสัญลักษณ์บนอาภรณ์นั้นได้แม่นยำ
บุรุษปริศนาค่อยๆ หันกลับมา ช้าๆ ทว่าทรงอำนาจ รอยยิ้มเยียบเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา
"นึกไม่ถึงเลยว่า... รองเสนาบดีเซียวกับท่านอาลักษณ์น้อย จะมีฝีมือในการเอาตัวรอดได้ยอดเยี่ยมถึงเพียงนี้"
น้ำเสียงคุ้นเคยดังขึ้น พร้อมกับที่หมอกหนายามดึกถูกแหวกออก เผยให้เห็นใบหน้าของผู้ที่ชักใยอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมด... และเขากำลังถือหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่ควรจะถูกเผาทำลายไปในกองเพลิงไว้ในมือ!
"ท่าน..." หลินซูเหยาอุทานออกมาเบาๆ ด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากเชื่อสายตา
(โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ)
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าดงกระบี่และกองเพลิงมาด้วยกันในตอนนี้นะคะ - หมอกเหมยปลายฤดู
ม่านหมอกลับแห่งวังหลวง: กลยุทธ์สยบพยศบัณฑิต•ตอนที่ 17
คืนวันอันตราย
ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ม่านหมอกลับแห่งวังหลวง: กลยุทธ์สยบพยศบัณฑิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!