ม่านหมอกลับแห่งวังหลวง: กลยุทธ์สยบพยศบัณฑิต•ตอนที่ 18

บาดแผลที่ไร้เสียง

ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
กลิ่นคาวสนิมเหล็กตีรวนขึ้นมาผสมกับกลิ่นอับชื้นของคลังเอกสารหลวงยามวิกาล ความมืดมิดถูกฉีกกระชากด้วยแสงวับวามของคมกระบี่ที่สะท้อนกับเปลวเพลิงจากคบเพลิงด้านนอก เงาดำทะมึนสายหนึ่งพุ่งแหวกอากาศเข้ามาอย่างไร้ซุ่มเสียง เป้าหมายไม่ใช่เอกสารลับราชสำนัก... แต่เป็นปลายกระบี่ที่อาบยาพิษสีม่วงเข้มซึ่งพุ่งตรงไปยังจุดตายกลางหลังของหลินซูเหยา ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้น อาลักษณ์สาวผู้รอบคอบยังไม่ทันได้หันกลับไปมองด้วยซ้ำ ร่างสูงโปรสงของเซียวจิ่นหยวนก็พุ่งเข้ามาประชิดราวกับภูตพราย มือหนากระชากร่างบางให้เบี่ยงหลบวิถีกระบี่อย่างเฉียดฉิว แรงกระชากนั้นทำให้ทั้งคู่เสียหลักล้มกลิ้งไปบนพื้นหินเย็นเยียบ ฉับพลัน! เสียงเนื้อกระทบกับคมโลหะดังขึ้นทึบๆ ตามด้วยเสียงครางต่ำในลำคอที่เล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากของบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าไร้หัวใจและเยือกเย็นที่สุดในราชสำนัก "ใต้เท้าเซียว!" ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงยามที่สัมผัสได้ถึงความอุ่นร้อนของของเหลวสีชาดที่ซึมทะลุอาภรณ์ผ้าแพรปักลายเมฆาของราชเลขาหนุ่มลงมาโดนปลายนิ้วของนาง เซียวจิ่นหยวนไม่ได้ร้องโอดครวญสักคำ สีหน้าของเขาบิด e-เกร็งเล็กน้อยด้วยความเจ็บปวดแต่ยังคงกรามขบเข้าหากันแน่น ดวงตาคมกริบกวาดมองผู้ลอบสังหารที่ถอยร่นหายไปในเงาความมืดอย่างรวดเร็วดุจเงาพราย เขาไม่มีเวลาสนใจบาดแผลที่หัวไหล่ขวาซึ่งกำลังหลั่งเลือดสดๆ ออกมาไม่ขาดสาย มือข้างที่ยังใช้งานได้ดีคว้าข้อมือเรียวของนางไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก "อย่าขยับ... เจ้าโง่เง่า" น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยดุ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับซอกคอของนางยามที่เขาโน้มตัวลงทาบทับเพื่อปกป้องนางจากวิถีกระบี่รอบสองที่อาจตามมา หลินซูเหยาหัวใจเต้นรำระส่ำไม่เป็นจังหวะ มันไม่ใช่ความหวาดกลัวต่อความตายที่เฉียดฉิวเมื่อครู่ แต่เป็นแรงกระเพื่อมลึกๆ ในอกยามที่ได้เห็นแผ่นหลังของคนที่นางมักมองว่า "เจ้าเล่ห์และเห็นแก่ตัว" ยอมเอาเนื้อหนังของตนเองมารับคมกระบี่แทน นางเม้มริมฝีปากแน่น มือสั่นเทาเอื้อมไปแตะรอยฉีกขาดของอาภรณ์ที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือด สัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวและความเสียหายที่ลึกเกินกว่าจะมองข้าม "ท่าน... ทำเช่นนี้ทำไมกัน เจ้าค่ะ" น้ำเสียงที่เคยราบเรียบและมั่นคงมาตลอดกลับสั่นเครือเล็กน้อย ยามที่ปลายนิ้วเปื้อนโลหิตของนางเงยขึ้นสบกับสายตาที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นและประกายลึกล้ำของเขา "ถ้าข้าไม่ทำ... เจ้าคิดว่าสมองอันปราดเปรื่องที่ใช้ไขคดีถอดรหัสลับเมื่อครู่ จะยังมีโอกาสได้สั่งการขุนนางในท้องพระโรงพรุ่งนี้อีกหรือ?" เซียวจิ่นหยวนแค่นหัวเราะในลำคอ แม้ใบหน้าจะเริ่มซีดเผือดลงเพราะเสียเลือดมาก แต่แววตาคู่คมยังคงความเย่อหยิ่งและคมกริบไม่เสื่อมคลาย "ข้าไม่ได้ทำเพื่อช่วยชีวิตสตรีเพศ... แต่ข้ากำลังรักษา 'พยาน' ที่มีค่าที่สุดในการลากคอหนอนบ่อนไส้ออกมาต่างหาก หลินซูเหยา" คำพูดที่เจือความเย้าหยวนและเยียบเย็นในเวลาเดียวกัน ทำให้ความรู้สึกซาบซึ้งชั่ววูบในใจของอาลักษณ์สาวถูกแทนที่ด้วยความหมั่นไส้ระคนนับถือ นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติกลับคืนมา ในฐานะขุนนางและนักวิเคราะห์คดี นางรู้ดีว่าเวลานี้ไม่ใช่เวลามานั่งพร่ำเพ้อรำพันถึงบุญคุณความแค้น บาดแผลที่หัวไหล่นั้นลึกและอาจอาบยาพิษ สภาพแวดล้อมรอบตัวตอนนี้อันตรายเกินกว่าจะอยู่ต่อ "พิษ... กระบี่เคลือบด้วยพิษหงส์ราตรี" หลินซูเหยาพิจารณาสีคล้ำรอบปากแผลที่เริ่มลุกลามอย่างรวดเร็ว ดวงตาคู่สวยฉายแววเด็ดเดี่ยวขึ้นทันที นางไม่ลังเลที่จะฉีกชายกระโปรงผ้าไหมชั้นในของตนเองออกเป็นแถบยาว แล้วใช้มันพันรอบหัวไหล่ของเขาเพื่อกดจุดห้ามเลือดและสกัดกั้นการเดินของพิษอย่างคล่องแคล่วและแม่นยำราวกับหมอหลวงผู้ช่ำชอง เซียวจิ่นหยวนนิ่วหน้าด้วยความเจ็บยามที่เรียวแรงกดลงบนแผลสด แต่เขากลับไม่ปริปากบ่นสักคำ นัยน์ตาคมกريบจ้องมองใบหน้ายามตั้งอกตั้งใจทำงานของสตรีตรงหน้า ใกล้เสียจนได้ยินเสียงลมหายใจและกลิ่นหอมจางๆ ประจำตัวของนางที่ลอยวนอยู่ท่ามกลางกลิ่นคาวเลือด ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างก่อตัวขึ้นในอก—ความรู้สึกที่ว่า ในโลกอันเน่าเฟะและเต็มไปด้วยการหักหลังของราชสำนักแห่งนี้ มีเพียงสตรีผู้นี้เท่านั้นที่ยืนหยัดเคียงข้างเขาอย่างเท่าเทียม "เจ้ามีความรู้เรื่องพิษสำนักในด้วย?" เขาเอ่ยถามเสียงเบา ระหว่างที่นางกำลังดึงปิ่นปักผมทองคำของตนเองออกเพื่อเตรียมกดลงบนจุดชีพจร "ข้าเคยอ่านบันทึกคดีลับของกรมอาญาเมื่อสามปีก่อน..." นางตอบโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง สีหน้าจริงจังและเคร่งเครียด "พิษนี้หากไม่ขับออกภายในหนึ่งกั๊ก (สิบห้านาที) แขนข้างนี้ของท่านคงต้องถูกตัดทิ้งเพื่อรักษาชีวิต... ใต้เท้าเซียว ท่านอย่านอนตายคาคลังเอกสารนี้นะคะ ข้าไม่อยากแบกศพคนปากร้ายเช่นท่านหนีออกไปให้เป็นภาระ" ริมฝีปากหยักลึกกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย แม้ในยามวิกฤต สตรีผู้นี้ก็ยังไม่วายปากคोเราะร้ายใส่เขาได้ "ปากคอระรานเก่งเช่นนี้... สมแล้วที่เป็นคนของสำนักอาลักษณ์" "เงียบเถอะค่ะ... ข้าจะกดจุดแล้ว ท่านอดทนหน่อย" สิ้นเสียงคำเตือน หลินซูเหยาใช้ปลายปิ่นทองกดลงบนจุดชีพจรใต้ไหปลาร้าของเขาอย่างแม่นยำ เซียวจิ่นหยวนสูดลมหายใจเข้าลึกจนอกกระเพื่อม ใบหน้าคมคายชุ่มไปด้วยเม็ดเหงื่อกาฬ แต่เขากลับคว้าข้อมือข้างที่ถือปิ่นของนางไว้แน่น ป้องกันไม่ให้มือของนางสั่นจนพลาดเป้า อุณหภูมิจากฝ่ามือหนาที่ถ่ายทอดผ่านข้อมือ ส่งผ่านความอบอุ่นและความมั่นคงบางอย่างมาถึงตัวนาง ทั้งสองคนสบตากันในระยะประชิด ท่ามกลางความเงียบงันของคลังเอกสารที่เต็มไปด้วยซากกระดาษและกลิ่นเลือด บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกดึงดูดให้เข้าหากันด้วยแรงดึงดูดประหลาดที่ไม่อาจปฏิเสธ เคมีสีเทาและความฉลาดเป็นกรดที่ทันกัน ทำให้ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยการชิงไหวชิงพริบ เปลี่ยนผ่านไปสู่ความไว้วางใจที่แลกมาด้วยหยาดเลือดและลมหายใจ "สำเร็จแล้ว..." หลินซูเหยาถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก เมื่อเห็นลิ่มเลือดสีคล้ำไหลซึมออกมาทางรอยแผลที่ถูกสกัดพิษ นางเงยหน้าขึ้นเตรียมจะเอ่ยปากเร่งให้เขาถอยออกจากคลังเอกสาร ทว่า สายตาของนางกลับสะดุดเข้ากับบางสิ่งบนพื้นไม้กระดานตรงมุมมืดที่เงาเพลิงสาดส่องไปไม่ถึง ท่ามกลางเศษกระดาษที่กระจัดกระจายจากการต่อสู้ มีวัตถุชิ้นหนึ่งตกอยู่... มันคือ "ป้ายหยกประจำตัว" สลักลวดลายห้ากรงเล็บ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เฉพาะขององครักษ์เสื้อแพรฝ่ายในผู้ถวายงานรับใช้ใกล้ชิดเบื้องพระพักตร์องค์รัชทายาท ดวงตาของหลินซูเหยาหรี่แคบลงทันที ความหนาแน่นของปริศนาในวังหลวงกระจ่างชัดขึ้นในหัวสมองอันปราดเปรื่องของนางในเสี้ยววินาที นางเอื้อมมือไปหยิบป้ายหยกชิ้นนั้นขึ้นมาพลิกดู ลวดลายและรอยสลักด้านหลังปรากฏอักษรย่อที่ทำให้นางถึงกับลมหายใจสะดุด ป้ายหยกชิ้นนี้... ไม่ควรจะมาอยู่ที่นี่ได้ หากผู้บงการเบื้องหลังคดีการทุจริตทั้งหมดไม่ใช่คนระดับสูงที่พวกเขากำลังไล่ล่าอยู่! เซียวจิ่นหยวนหรี่ตามองป้ายหยกในมือนาง สีหน้าที่เคยผ่อนคลายลงชั่วครู่กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรียมและเย็นเยียบยิ่งกว่าเดิม ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ก็ดังขึ้นก้องกังวานมาจากทางเดินด้านนอก มุ่งตรงมายังคลังเอกสารแห่งนี้อย่างรวดเร็วราวกับจงใจปิดล้อม "ดูท่า... พวกมันไม่ได้มาเพื่อฆ่าปิดปากธรรมดาแล้วกระมัง, ใต้เท้าเซียว..." หลินซูเหยาเอ่ยกระซิบเสียงแผ่วเบา ขณะที่สายตาคมกริบของนางประสานกับสายตาดุจพยัคฆ์บาดเจ็บของบุรุษข้างกาย - หมอกเหมยปลายฤดู -
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ม่านหมอกลับแห่งวังหลวง: กลยุทธ์สยบพยศบัณฑิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%