ตรายางหยกขาวสลักลายหงส์คู่สยายปีกถูกกระแทกลงบนแผ่นกระดาษสาเนื้อหยาบอย่างแรงจนเกิดเสียงทึบในความเงียบงันของห้องอักษรส่วนใน กลิ่นหมึกป่าผสมกับสนิมจางๆ ลอยอวลอยู่ในอากาศยามดึกดื่น แสงจากเปลวเทียนสีส้มไหววูบตามแรงลมที่ลอดผ่านบานหน้าต่างแกะสลัก หลินซูเหยานั่งหลังตรงดิ่งอยู่เบื้องโต๊ะไม้จันทน์มืดครึ้ม นิ้วเรียวยาวที่เปื้อนคราบหมึกสีดำสนิทกำลังคีบแผ่นบันทึกภาษามู่หรง ซึ่งเป็นภาษาชนเผ่าเรณูแดนเหนือที่สูญหายไปเมื่อสองทศวรรษก่อน ขึ้นส่องกับแสงไฟเพื่อตรวจสอบรอยน้ำหมึกซึม
ความจริงไม่ได้ซ่อนอยู่ระหว่างบรรทัด... แต่มันซ่อนอยู่ในช่องว่างระหว่างอักษรต่างหาก
"เจ้าใช้เวลาครึ่งชั่วยามเต็มในการจ้องมองรอยหยักของหมึกพวกนั้น แทนที่จะเงยหน้าขึ้นมาดูว่า ข้ากำลังยืนอยู่ตรงนี้เพื่ออะไร"
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากมุมมืดของชั้นตำรา เซียวจิ่นหยวนก้าวออกมาจากเงาสลัวของเสาไม้แกะสลัก อาภรณ์สีน้ำเงินเข้มปักลายเมฆาด้วยด้ายเงินสะท้อนแสงไฟวับแวม รอยยิ้มมุมปากของเขายังคงมีความเย้ยหยันเช่นเคย ทว่าแววตาคมกริบคู่นั้นกลับไร้ซึ่งความขี้เล่นโดยสิ้นเชิง เขาวางห่อผ้าไหมสีชาดลงบนโต๊ะตรงหน้าซูเหยา เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ ดัง "กริ๊ก"
ซูเหยาไม่ได้สะดุ้งตกใจ นางเพียงแต่ค่อยๆ วางแผ่นกระดาษในมือลงอย่างทะนุถนอม ราวกับกลัวว่าอักษรโบราณเหล่านั้นจะสลายกลายเป็นผุยผง
"ใต้เท้าเซียวคงไม่ได้ว่างงานถึงขนาดมาเดินตรวจตรากองเอกสารลับในยามวิกาลกระมังคะ หรือว่า... กองปราบราชสำนักกำลังจนมุม จนต้องมาอาศัยสายตาของอาลักษณ์ตัวเล็กๆ เช่นข้าไขปริศนา" นางเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงความเฉียบคมไว้ในทุกพยางค์
เซียวจิ่นหยวนแค่นเสียงในลำคอเบาๆ เขาก้าวเข้าประชิดโต๊ะทำงานจนกลิ่นอายบุรุษและกลิ่นจันทร์หอมจางๆ เจือปนไปกับบรรยากาศเคร่งเครียด ชายหนุ่มโน้มตัวลงเล็กน้อย ใบหน้าคมคายอยู่ห่างจากซูเหยาเพียงคืบ ดวงตาดำสนิทคู่นั้นจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของนางราวกับจะค้นหาพิรุธ
"ข้าไม่ได้จนมุม... แต่ข้าแค่ตระหนักว่า มีเพียงสตรีที่ดื้อรั้นที่สุดในวังหลวงผู้นี้เท่านั้น ที่จะอ่านรหัสลับบ้าๆ นี่ออก" เซียวจิ่นหยวนผายมือไปยังห่อผ้าไหมบนโต๊ะ "เปิดดูสิ แล้วเจ้าจะรู้ว่าเหตุใด ข้าถึงต้องรีบมาหาเจ้าก่อนที่รุ่งสางจะมาเยือน"
ซูเหยาชำเลืองมองเขาชั่วครู่ ก่อนจะใช้ปลายนิ้วเกี่ยวปมผ้าไหมสีชาดออกอย่างใจเย็น ผ้าคลายออก เผยให้เห็นแผ่นป้ายทองคำแท้สลักลายนกอินทรีคู่เหยียบขุนเขา ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำกองกำลังทหารรักษาการณ์ชายแดนตะวันตก... และที่น่าตกใจยิ่งกว่า คือบัญชีรายชื่อการค้าขายใบชาและเกลือที่ถูกผนึกด้วยตราประลับลับของสำนักการคลังหลวง
บรรยากาศในห้องอักษรพลنينเย็นเยียบลงทันตาเห็น
"นี่คือ..." ซูเหยาขมวดคิ้วมุ่น หัวใจกระตุกวูบ
"เส้นทางการค้าลับที่ไม่ได้มีไว้เพื่อแลกเปลี่ยนใบชา" เซียวจิ่นหยวนเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน แววตาฉายประกายอำมหิตขึ้นวูบหนึ่ง "แต่มันคือเส้นทางลำเลียงอาวุธเถื่อนและเสบียงสงครามจากแคว้นหลีเข้าสู่ค่ายกลหลวงทางตอนใต้... ใต้จมูกของพวกเราทุกคน"
ซูเหยาลุกขึ้นยืนทันที ความเงียบงันถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจที่กระชั้นชิดขึ้น นางกวาดสายตาอ่านตัวเลขและชื่อสถานที่ในบัญชีอย่างรวดเร็ว สมองระดับอัจฉริยะประมวลผลข้อมูลมหาศาลภายในเสี้ยววินาที เส้นทางเหล่านี้... มันตรงกับแผนผังค่ายกลทหารที่นางเพิ่งตรวจทานไปเมื่อวันก่อนไม่มีผิดเพี้ยน!
"มีคนในราชสำนักหนุนหลัง" นางพึมพำออกมา ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตระหนักรู้ "ไม่ใช่แค่พ่อค้าคนกลาง แต่เป็นขุนนางระดับสูงที่มีอำนาจเบิกคลังหลวงโดยไม่ต้องผ่านตราตั้ง"
"ฉลาดมาก" เซียวจิ่นหยวนเหยียดยิ้มเย็นชา ทว่าแววตากลับเต็มไปด้วยความชื่นชมที่ยากจะปิดบัง "และชื่อสุดท้ายในบัญชีแผ่นนั้น... คือกุญแจสำคัญที่จะกระชากหน้ากากของหนอนบ่อนไส้ตัวใหญ่ที่สุดในราชสำนักออกมา"
ซูเหยายื่นมือออกไปหมายจะหยิบแผ่นกระดาษแผ่นสุดท้ายที่ซ่อนอยู่ใต้ป้ายทองคำ ทว่าก่อนที่ปลายนิ้วของนางจะสัมผัสโดนกระดาษ เซียวจิ่นหยวนกลับยื่นมือมาทาบทับลงบนหลังมือของนางอย่างรวดเร็ว สัมผัสอุ่นจัดจากฝ่ามือของเขาทำให้ซูเหยาชะงักง่าน นางเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความไม่พอใจ
"ใต้เท้าเซียว หมายความว่าอย่างไรคะ?"
"อย่าเพิ่งรีบร้อนซูเหยา" เซียวจิ่นหยวนโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านพวงแก้มของนาง น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นกระซิบแผ่วเบา ทว่าจริงจังจนน่ากลัว "เพราะทันทีที่เราเปิดอ่านชื่อนั้น... เราจะไม่มีทางหันหลังกลับได้อีกต่อไป และชีวิตของเจ้า... จะถูกตีราคาเท่ากับแผ่นกระดาษแผ่นนี้ทันที"
ซูเหยาสบตาเขา นัยน์ตาสของหญิงสาวไหวระริกแต่มั่นคงไร้ความหวาดกลัว นางไม่เพียงแต่ไม่ชักมือกลับ แต่วางมือทาบทับลงบนมือของเขาแน่นขึ้นด้วยซ้ำ
"ท่านคิดว่าคนอย่างหลินซูเหยา กลัวความตายมากกว่าความอยุติธรรมอย่างนั้นหรือคะ?"
เซียวจิ่นหยวนหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ความสุข มีเพียงความดุดันและแรงดึงดูดประหลาดที่เชื่อมโยงคนทั้งสองเข้าหากันในห้วงเวลาอันตราย เขาออกแรงดึงเล็กน้อย บังคับให้นางต้องก้าวเข้ามาประชิดตัวเขามากขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความจริงที่กำลังจะถูกเปิดเผย
ทว่า... ก่อนที่นิ้วของเซียวจิ่นหยวนจะทันได้ดึงแผ่นกระดาษแผ่นสุดท้ายขึ้นมา เสียงฝีเท้าฝ่าความมืดของรองเท้าหนังหุ้มข้อหลายคู่ก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบจากทางระเบียงด้านนอก ตามมาด้วยเสียงเหล็กกระทบกันของชุดเกราะทหารยามที่ดังสนั่นหวั่นไหว
*กริ๊ง... กริ๊ง...*
เสียงกุญแจทองเหลืองกระทบกันหน้าประตูห้องอักษรดังขึ้น พร้อมกับเสียงตะโกนก้องด้วยความตกใจขององครักษ์เวรยาม
"แย่แล้ว! มีคำสั่งด่วนจากตำหนักใน... เกิดเพลิงไหม้ที่หอคลังเอกสารลับฝั่งตะวันตก!"
เซียวจิ่นหยวนและหลินซูเหยาหันขวับไปมองประตูห้องที่ปิดสนิทพร้อมกันในทันที แววตาของขุนหนุ่มไหววูบด้วยความตระหนักรู้ถึงแผนการขั้นเด็ดขาด
พวกมันไม่ได้แค่ต้องการซ่อนหลักฐาน... แต่มันกำลังใช้เพลิงไหม้เพื่อทำลายล้างทุกอย่าง รวมถึงตัวพวกเขาทั้งสองคนด้วยในคราวเดียว!
ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ — หมอกเหมยปลายฤดู
ม่านหมอกลับแห่งวังหลวง: กลยุทธ์สยบพยศบัณฑิต•ตอนที่ 16
รหัสลับแห่งชายแดน
ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ม่านหมอกลับแห่งวังหลวง: กลยุทธ์สยบพยศบัณฑิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!