ม่านหมอกลับแห่งวังหลวง: กลยุทธ์สยบพยศบัณฑิต•ตอนที่ 12

ในจังหวะที่หัวใจไหวหวั่น

ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
เสียงเหล็กกระทบกันระรัวจนแทบกลืนไปกับเสียงฝนที่สาดซัดกระเบื้องเคลือบหลังคาตำหนักอักษร องครักษ์เสื้อแพรนับสิบนายเคลื่อนพลปิดล้อมระเบียงทางเดินอย่างเป็นระเบียบ ท่วงท่าแข็งกร้าวและไร้ซุ่มเสียงของมือสังหารในนามฮ่องเต้แผ่ไอสังหารเยียบเย็นเข้ามาถึงเบื้องหน้าประตูบานแกะสลัก หลินซูเหยาไม่ขยับเขยื้อน ร่างบางในชุดอาลักษณ์สีเข้มยังคงยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าชั้นตำรา ดวงตาคู่คมกวาดมองเอกสารลับชิ้นสุดท้ายที่เพิ่งถูกคัดลอกลงบนแผ่นกระดาษสาด้วยความเร็วระดับอัจฉริยะ ความกดดันรอบตัวไม่ได้ทำให้นิ้วเรียวสั่นเทาแม้แต่น้อย หากแต่สติปัญญาของนางกำลังคำนวณความเป็นไปได้ทั้งหมดภายในเวลาไม่ถึงสามลมหายใจ "พวกเขามาเร็วกว่าที่เจ้าคำนวณไว้สองเค่อ" เซียวจิ่นหยวนเอ่ยขึ้น เสียงทุ้มต่ำราบเรียบไร้ความตื่นตระหนก ร่างสูงของราชเลขาธิการก้าวเข้ามาประชิดตัวนางในระยะประชิด กลิ่นอายบุรุษเจือจางด้วยกลิ่นหมึกชั้นดีและสนิมเหล็กจางๆ ลอยปะปนกับความชื้นของฝนยามวิกาล มือหนาคว้าข้อแขนเรียวของนางไว้ด้วยแรงพอเหมาะ ไม่ให้ออกห่าง แต่นุ่มนวลพอที่จะไม่ทิ้งรอยฟกช้ำ "เพราะข้าประเมินความระแวงของใต้เท้าฝั่งนั้นต่ำไปต่างหากล่ะเพคะ" ซูเหยาเอียงคอบางเบา ดวงตาสุกใสเงີบขึ้นสบประสานกับนัยน์ตาคมกริบของบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าร้ายกาจที่สุดในราชสำนัก โดยไม่มีแววหวาดกลัวเจือปนแม้แต่น้อย "หรือว่าใต้เท้าเซียว นึกเสียใจที่พาตัวเข้ามาพัวพันกับอาลักษณ์ตัวเล็กๆ เช่นข้าในค่ำคืนนี้เข้าแล้ว?" เซียวจิ่นหยวนแค่นหัวเราะในลำคอ มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยียบเย็นที่แฝงความหมายลึกซึ้งเกินกว่าจะหยั่งถึง "เสียใจหรือ? หึ... หลินซูเหยา เจ้าช่างประเมินความอดทนของข้าต่ำเกินไปเสียแล้ว" นิ้วเรียวแกร่งของเขาไล้ผ่านปลายคางมนของนางอย่างถือวิสาสะสัมผัส แววตาคมกริบฉายประกายบางอย่างที่ร้อนแรงยิ่งกว่าเปลวเพลิงในเตาผิง "คนอย่างเซียวจิ่นหยวน ไม่เคยเสียใจกับสิ่งที่ตนเองเป็นผู้เลือก... แม้ว่าสิ่งนั้นจะนำพาหายนะมาสู่ประตูบ้านก็ตาม" บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกบีบอัดให้แคบลง ความใกล้ชิดในสนามรบทางความคิดเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นแรงดึงดูดทางจิตวิญญาณที่สั่นคลอนหัวใจ ความเงียบงันระหว่างทั้งสองคนเต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันซับซ้อนที่ไม่มีใครกล้าเอ่ยอ้าง แต่กลับชัดเจนยิ่งกว่าเสียงคำรามของฟ้าผ่าด้านนอก *ปึง!* เสียงถีบประตูไม้เนื้อแข็งดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับร่างของหัวหน้าองครักษ์เสื้อแพรที่ก้าวเข้ามาพร้อมกระบี่ชักออกจากฝักประกายแวววาว "ราชเลขาธิการเซียว! ใต้เท้าฝ่าฝืนคำสั่งลับ คบค้ากับผู้ต้องสงสัย กบฏแผ่นดิน... จงยอมจำนนเสียแต่โดยดีเถิด!" ทว่า เซียวจิ่นหยวนมิได้ขยับเขยื้อน ร่างสูงกลับดึงเอวบางของซูเหยาเข้ามาชิดแนบกายอย่างอุกอาจ มือข้างหนึ่งตวัดกอดกระชับเอวคอดไว้มั่น ราวกับนางเป็นเพียงสิ่งล้ำค่าที่เขาไม่มีวันยอมให้ผู้ใดแตะต้อง สายตาที่เขามองไปยังหัวหน้าองครักษ์เต็มไปด้วยความเหยียดหยันและอำนาจมืดที่กดขี่จนอีกฝ่ายต้องชะงักฝีเท้า "คบค้ากบฏ? เจ้าเอาตาข้างไหนมองเห็น หรือว่าสุนัขรับใช้เช่นพวกเจ้า อ่านหนังสือไม่ออกจนแยกแยะไม่ออกว่าสิ่งใดคือเอกสารราชการลับสุดยอดของสำนักราชเลขาธิการ!" เซียวจิ่นหยวนตวาดกร้าว น้ำเสียงทรงอำนาจจนองครักษ์หลายนายต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ซูเหยาที่แนบชิดอยู่กับแผ่นอกกว้างของเขา สัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่หนักแน่นและรวดเร็วกว่าปกติของบุรุษผู้นี้ นางซ่อนรอยยิ้มหยันไว้ใต้ร่มเงาแขนเสื้อ ก่อนจะแกล้งทำเป็นหวาดกลัวโดยการซุกใบหน้าลงกับลาดไหล่กว้างของเขาเบาๆ มือเล็กแอบซ่อนแผ่นกระดาษสาชิ้นสำคัญไว้ในสาบเสื้อของเซียวจิ่นหยวนอย่างแนบเนียน ไร้ร่องรอยการสังเกต "ใต้เท้า... ช่วยหม่อมฉันด้วยเพคะ" น้ำเสียงของนางสั่นเครือเล็กน้อยอย่างสมบทบาท ทว่าปลายนิ้วที่แตะอยู่บนแผ่นอกเขากลับจงใจลากผ่านจุดชีพจรอย่างแผ่วเบา เป็นการส่งสัญญาณเตือนและท้าทายในเวลาเดียวกัน เซียวจิ่นหยวนชะงักไปชั่วลมหายใจ นัยน์ตาคมเข้มวาบขึ้นด้วยประกายความขบขันและพึงพอใจระคนกัน บุรุษหนุ่มกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นอีกนิด กลิ่นกายหอมเย็นประหลาดของสตรีในอ้อมกอดกำลังทำให้สติสัมปชัญญะที่เคยเยือกเย็นของเขาเริ่มสั่นคลอนอย่างรุนแรง "วางใจเถิดซูเหยา..." เขาก้มกระซิบข้างใบหูนาง เสียงทุ้มพร่าต่ำจนชวนให้ซ่านสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ "ในเมื่อเจ้าเลือกที่จะเดินมาอยู่ข้างกายข้าแล้ว ต่อให้ต้องรื้อถอนราชบัลลังก์นี้ลงมา... ข้าก็จะไม่ยอมให้ผู้ใดแตะต้องเส้นผมของเจ้าแม้แต่เส้นเดียว" หัวหน้าองครักษ์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่แน่ใจเมื่อเห็นท่าทีเย่อหยิ่งและไร้ความเกรงกลัวของราชเลขาธิการ ทว่าก่อนที่ใครจะได้ทันขยับตัวทำอะไรเพิ่มเติม แสงไฟจากคบเพลิงด้านนอกก็สว่างวาบขึ้น พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงอีกชุดที่ดังแทรกเข้ามาจากทางด้านหลังห้องลับ "ใต้เท้าเซียวพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว..." เสียงรายงานจากผู้ช่วยคนสนิทที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหยุดชะงักลงเมื่อเห็นสถานการณ์ตรงหน้า "ตราหยก... ตราหยกประจำพระองค์ที่เก็บไว้ในห้องนิรภัยชั้นใน... หายไปพ่ะย่ะค่ะ!" เซียวจิ่นหยวนหรี่ตาลงทันที รังสีอำมหิตแผ่พุ่งออกจากร่างในชั่วพริบตา เขาก้มมองสตรีในอ้อมแขนที่ยังคงสงบนิ่ง ทว่ามุมปากอิ่มกลับยกยิ้มขึ้นบางเบาอย่างรู้ทัน ซูเหยาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มของนางงามล่มเมืองแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งพันปี "ดูเหมือนว่า... เกมนี้ จะไม่ได้มีแค่พวกเราสองคนเสียแล้วกระมังเพคะ, ใต้เท้าเซียว" -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันเข้มข้นนี้ร่วมกันนะคะ — หมอกเหมยปลายฤดู
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ม่านหมอกลับแห่งวังหลวง: กลยุทธ์สยบพยศบัณฑิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%