ปลายนิ้วเรียวยาวที่ยังคงกอบกุมมือของนางไว้แน่นไม่ได้คลายลงแม้แต่น้อย ส่งผ่านไออุ่นเจือความชื้นจากหยาดเหงื่อแห่งความตึงเครียดเข้ามาสู่ผิวเนื้อ หลินซูเหยาไม่สะดุ้งสะเทือน ไม่ดึงมือกลับ และไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นสบตา เขากล่าวประโยคนั้นไว้ก่อนที่ความมืดมิดของหอเก็บตำราหลวงจะกลืนกินเราทั้งคู่ลงไป—*“จับมือข้าไว้แน่นๆ ซูเหยา... ทางรอดเดียวของเราอยู่ที่นี่”*—และในเวลานี้ ภายใต้แสงเทียนวับแวมที่ใกล้จะมอดดับ กลิ่นอายของความตายและกระดาษเก่าคร่ำคร่าก็โอบล้อมเราไว้ราวกับปากเหวแห่งความเป็นความตาย
เสียงฝีเท้าขององครักษ์เสื้อแพรที่ลาดตระเวนอยู่ด้านนอกดังใกล้เข้ามาทุกที ก้องกังวานผ่านพื้นไม้สนขัดมันราวกับเสียงเคาะโลงศพ เซียวจิ่นหยวนไม่ขยับเขยื้อi ร่างสูงโปร่งในชุดขุนนางสีเข้มแนบชิดกับชั้นหนังสือสูงทึบ มือข้างหนึ่งของเขาตรึงข้อมือของนางไว้ ส่วนมืออีกข้างกำลังกดดันแผ่นไม้กระดานลับที่ซ่อนอยู่หลังตำราประวัติศาสตร์ราชวงศ์ก่อน
“เจ้ากล้าดียังไงถึงเปิดกลไกนี้โดยไม่รอสัญญาณจากข้า” เสียงกระซิบของเขาต่ำพร่า ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับข้างแก้มของนาง เจือกลิ่นชาหลง징อันเป็นเอกลักษณ์
หลินซูเหยาเอียงคอเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่คมกริบมองลอดความมืดไปยังใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ห่างกันเพียงคืบ นางไม่ได้หวาดกลัวแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มุมปากหยักลึกของนางกลับยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่ยากจะคาดเดา “ถ้าข้ารอท่านส่งสัญญาณป่านนี้หัวของพวกเราคงประดับอยู่บนกำแพงตำหนักซูYuanไปแล้วค่ะ ใต้เท้าเซียว... ท่านมัวแต่คำนวณความเสี่ยงจนลืมไปว่า เวลาของฆาตกรไม่ได้เดินตามจังหวะนาฬิกาของราชเลขาธิการ”
เซียวจิ่นหยวนชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมปลาวาฬหรี่แคบลงอย่างพิจารณา ประกายความประหลาดใจวูบผ่านนัยน์ตาคู่สีนิลที่ปกติมักเรียบนิ่งดั่งบ่อน้ำโบราณ เขาไม่เคยพบสตรีใด—ไม่สิ ขุนนางหรือแม้แต่บัณฑิตผู้สอบจอหงวนคนใด—กล้าต่อปากต่อคำกับเขาด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมเช่นนี้ในสถานการณ์ที่ลมหายใจแขวนอยู่บนเส้นด้าย
เสียงฝีเท้าด้านนอกหยุดลงตรงหน้าประตูหอเก็บตำราพอดี!
หัวใจในอกเต้นกระหน่ำ ทว่าท่าทีของคนทั้งสองกลับสงบนิ่งราieรูปสลัก เซียวจิ่นหยวนไม่ลังเลอีกต่อไป เขาดึงร่างของนางเข้ามาแนบชิดอกยามที่บานประตูไม้ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงมหาศาล แสงไฟวาบวับจากคบเพลิงสาดส่องเข้ามาภายในห้อง กวาดผ่านความมืดมิดทีละคืบทีละศอก ในวินาทีนั้นเองที่แขนเสื้อกว้างของราชเลขาธิการหนุ่มยกขึ้นบังร่างของนางไว้มิดชิด พร้อมกับที่มืออีกข้างเอื้อมไปหยิบพู่กันขนกระต่ายปัดตกลงไปบนพื้นเบื้องล่าง ส่งเสียงดัง *แกร็ก* ดึงดูดความสนใจของทหารยามทันที
“ใครอยู่ตรงนั้น!” เสียงตะคอกเหี้ยมเกรียมพร้อมกับคมดาบที่ชักออกจากฝักดังขึ้น
เซียวจิ่นหยวนก้าวออกมาจากเงาสลัว สีหน้าของเขายังคงความเย่อหยิ่งและเย็นชาตามแบบฉบับขุนนางผู้ทรงอิทธิพล ดวงตาคมกริบกวาดมองทหารยามด้วยความดูแคลนระคนรำคาญ “บังอาจนัก! เจ้ากล้าใช้เสียงดังในเขตหอตำราหลวงเชียวหรือ? หรืออยากให้ข้าเขียนฎีกาถอดพวกเจ้าไปเฝ้าชายแดนทิศเหนือตอนนี้เลย”
ทหารยามหน้าซีดเผือด รีบคุกเข่าลงโขกศีรษะด้วยความหวาดกลัว “ใต้เท้าเซียว! พวก... พวกกระผมได้ยินเสียงประหลาด นึกว่ามีโจรขโมยเอกสารลับ... ขอใต้เท้าโปรดอภัยด้วยพ่ะย่ะค่ะ!”
“ออกไปให้พ้นหน้าข้า แล้วอย่าให้มีเสียงรบกวนเวลางานของข้าอีก”
“พ่ะย่ะค่ะ! พ่ะย่ะค่ะ!” ทหารยามถอยร่นออกไปอย่างลนลาน พร้อมกับบานประตูที่ถูกปิดลงสนิทอีกครั้ง
ความเงียบสงบกลับคืนสู่ห้องมืดทึบอีกครา ทว่าบรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่กลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เซียวจิ่นหยวนค่อยๆ ผ่อนลมหายใจ เขายังคงยืนประจันหน้ากับหลินซูเหยาในระยะประชิด แสงเทียนที่ริบหรี่สะท้อนเงาใบหน้าของทั้งสองทาบทับกันบนชั้นหนังสือ
“เจ้าเก่งกาจมาก ซูเหยา” เขาเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงไม่ได้มีแววประชดประชันดังเช่นเคย หากแต่แฝงไว้ด้วยความรู้สึกซับซ้อนที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่อยากยอมรับ “เจ้าอ่านกลไกของห้องนี้ออกตั้งแต่เมื่อไหร่?”
หลินซูเหยาถอยหลังออกไปครึ่งก้าวเพื่อรักษาระยะห่างที่เหมาะสม นางจัดสาบเสื้อให้เรียบร้อยด้วยท่าทีสุขุม “ใต้เท้าคิดว่าบันทึกเหตุการณ์ปีเจิ้งถงเล่มที่เจ็ดที่ท่านถืออยู่เมื่อครู่ถูกจัดวางเอียงไปทางขวาหนึ่งชุนโดยบังเอิญหรือคะ? ในหอตำราที่เข้มงวดเรื่องความระเบียบเรียบร้อยถึงเพียงนี้ ไม่มีทางที่หนังสือประวัติศาสตร์สำคัญจะถูกวางผิดตำแหน่ง เว้นเสียแต่ว่า... มันคือร่องรอยของคนที่เคยใช้ทางลับนี้หนีรอดไปเมื่อสิบปีก่อน”
เซียวจิ่นหยวนนิ่งงันไป เขามองสตรีตรงหน้าด้วยสายตาที่ลึกซึ้งขึ้นเป็นทวีคูณ ความสามารถในการสังเกตรายละเอียดระดับปีศาจเช่นนี้ ไม่ใช่สิ่งที่บัณฑิตทั่วไปพึงมี นางไม่ใช่แค่อาลักษณ์ผู้มีความจำดีเลิศ นางคือผู้ที่มีสายตาดั่งเหยี่ยว สามารถมองทะลุผ่านความลับที่ซ่อนเร้นอยู่ใต้ชั้นเอกสารนับหมื่นได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
“สิบปีก่อน...” เขาทวนคำ สีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที “นั่นคือปีที่บิดาของเจ้าถูกกล่าวหาว่าทุจริตคอรัปชันและเผาทำลายหอคลังหลวง”
“ใช่ค่ะ” หลินซูเหยาตอบรับด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบไร้ระลอกคลื่น ทว่าแววตาคู่คมกลับไหววูบด้วยประกายไฟแห่งความแค้นที่ถูกเก็บงำไว้ใต้ก้นบึ้งของจิตใจมานานแรมปี “และหลักฐานที่ท่านตามหาเพื่อพลิกคดีในคืนนี้ ก็ไม่ได้ถูกเผาทำลายไปพร้อมกับกองเพลิง... แต่มันถูกซ่อนไว้ในห้องลับแห่งนี้ โดยฝีมือของคนที่ท่านกำลังร่วมมือด้วยอยู่ ณ ตอนนี้ต่างหาก”
เซียวจิ่นหยวนหรี่ตาลง สัญชาตญาณนักการเมืองเตือนภัยเขาให้ถอยห่าง ทว่าความอยากรู้อยากเห็นและแรงดึงดูดประหลาดกลับผลักดันให้เขาก้าวเข้าไปใกล้พยศน้อยตัวนี้อีกครั้ง “เจ้าหมายความว่าอย่างไร? ใครคือคนผู้นั้น?”
หลินซูเหยาไม่ตอบคำถามทันที นางเอื้อมมือไปหยิบแท่งไม้แกะสลักลวดลายประหลาดที่ซ่อนอยู่หลังชั้นหนังสือ ออกแรงบิดตามจังหวะที่นางคำนวณไว้ในหัว กลไกเบื้องล่างส่งเสียงครูดคราดเบาๆ ก่อนที่ผนังไม้สนจะเลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นห้องลับขนาดเล็กที่มีกลิ่นอายอับชื้น และตรงกลางห้องนั้น... มีหีบเหล็กโบราณประทับตราลัญจกรของสำนักราชเลขาธิการวางอยู่เด่นเป็นสง่า
ทว่า สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของเซียวจิ่นหยวนสะดุดกึก ไม่ใช่หีบเหล็กใบนั้น...
หากแต่เป็นร่างของบุรุษผู้หนึ่งที่นอนคว่ำหน้าอยู่บนพื้นเบื้องหน้าหีบเหล็กนั้น ลิ่มกระบี่เล่มยาวปักคาอยู่กลางแผ่นหลัง เลือดสีดำคล้ำไหลนองพื้นส่งกลิ่นคาวคละคลุ้ง และเมื่อหลินซูเหยาถือคบเพลิงเข้าไปใกล้เพื่อส่องดูใบหน้าของผู้ตาย ร่างของนางก็แข็งค้างไปในทันที
“ใต้เท้าเซียว...” นางกระซิบเสียงสั่นเป็นครั้งแรกในรอบคืน “คนผู้นี้... คือคนสนิทที่ถือตราประทับส่วนตัวของมหาเสนาบดีฝานผู้ล่วงลับ... และเขากล่าวว่า ท่าน... คือคนสุดท้ายที่พบเขาก่อนตาย”
เซียวจิ่นหยวนก้าวเข้ามาหยุดยืนเบื้องหลังนาง สายตาคมกริบมองร่างไร้ลมหายใจเบื้องหน้า ก่อนที่มุมปากของเขาจะกระตุกยิ้มขึ้นอย่างเหี้ยมเกรียม เมื่อเงาสลัวทาบทับลงมาและเสียงฝีเท้าจำนวนมากกำลังวิ่งกรูเข้ามาทางประตูลับด้านนอก พร้อมกับเสียงตะโกนก้องที่ดังทะลุกำแพงเข้ามา—
*“จับกุมราชเลขาธิการเซียว! ใต้เท้าเซียวจิ่นหยวนสังหารคนปิดปากในคดีลับราชสำนักแล้ว!”*
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านม่านหมอกแห่งกลยุทธ์นี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
**— หมอกเหมยปลายฤดู**
ม่านหมอกลับแห่งวังหลวง: กลยุทธ์สยบพยศบัณฑิต•ตอนที่ 7
ความลับใต้เงาเทียน
ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ม่านหมอกลับแห่งวังหลวง: กลยุทธ์สยบพยศบัณฑิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!