คุณชายปากแซ่บกับยัยรูมเมตตัวแสบ•ตอนที่ 11

กลับมาซ่าต่อที่มหา'ลัย

ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
“นี่ธาม! นายจะถอดเสื้อเดินโทงๆ แบบนี้ในห้องไม่ได้นะเว้ย! นี่มันหอพักมหา’ลัย ไม่ใช่ชายหาดที่นายจะมาโชว์ซิกซ์แพ็กเรียกแขก!” ผมตวัดสายตาขึ้นมองน้ำนิวที่กำลังยืนกอดอกพิงกรอบประตูห้องนอน ท่าทางเกรี้ยวกราดนั่นไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกสะทกสะท้านเลยสักนิด กลับกัน... มันดูเหมือนเด็กน้อยที่พยายามจะดุหมาตัวใหญ่ที่เพิ่งวิ่งเล่นในโคลนมาเสียมากกว่า “อ้าว ก็ร้อนนี่ครับ หรือว่ามองแล้วมัน... เพลินตาจนไม่อยากให้ใส่?” ผมแกล้งยักไหล่กวนๆ ก่อนจะคว้าเสื้อยืดตัวเก่ามาพาดบ่า แสร้งทำเป็นเดินเฉียดผ่านร่างเล็กไปช้าๆ กลิ่นไอทะเลที่ยังติดจางๆ อยู่บนผิวหนังของผมดูเหมือนจะทำให้น้ำนิวชะงักไปเล็กน้อย “หลงตัวเองชะมัด! ฉันแค่รำคาญตาต่างหาก” น้ำนิวเบือนหน้าหนี แต่ผมเห็นนะ... ใบหูแดงก่ำนั่นน่ะ มันโกหกไม่ได้หรอก เราเพิ่งกลับจากทริปทะเลกันเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน บรรยากาศเงียบสงบในห้องที่เคยเต็มไปด้วยการทะเลาะเบาะแว้งเรื่องแย่งเตียงนอน กลับกลายเป็นความรู้สึกแปลกประหลาดที่เข้ามาแทนที่ เหมือนมีเส้นด้ายบางๆ ที่เราเพิ่งถักทอเข้าหากันระหว่างนั่งมองพระอาทิตย์ตกด้วยกันที่ริมหาดเมื่อวานนี้ “เออ แล้วเมื่อคืนที่ไปกินหมูกระทะกับไอ้บอยน่ะ ลืมของไว้ที่โต๊ะหรือเปล่า?” ผมถามพลางเอื้อมมือไปคว้ากระเป๋าเป้ใบเก่งของมันมาวางไว้บนโต๊ะทำงาน “ของอะไร? ฉันก็เอามาครบนะ” “ลองเช็กดีๆ ดิ” ผมบุ้ยปากไปที่กระเป๋า น้ำนิวเปิดกระเป๋าด้วยท่าทางหงุดหงิด ก่อนจะชะงักค้างเมื่อหยิบเอา ‘พวงกุญแจรูปเต่า’ ที่เราซื้อด้วยกันตอนทริปออกมา มันมีรอยร้าวเล็กๆ ที่กระดอง แต่อีกฝ่ายยังคงกำมันไว้แน่น “ของกระจอกแบบนี้ ฉันเกือบลืมทิ้งไว้ที่ร้านแล้วเชียว” น้ำนิวพึมพำ แต่สายตาที่มองพวงกุญแจนั้นกลับอ่อนแสงลงจนผมใจสั่น “ปากแข็งจังนะครับ... ทั้งที่ตอนซื้อเลือกอยู่นานเกือบครึ่งชั่วโมง” “ธาม! อย่ามาทำเป็นรู้ดี!” เสียงแจ้งเตือนจากกลุ่มแชต ‘สมาคมคนโสด (ที่ใกล้จะเลิกโสด)’ เด้งรัวขึ้นมาขัดจังหวะความตึงเครียดที่กำลังก่อตัวขึ้น บอยส่งรูปที่พวกเราแอบถ่ายตอนเผลอหลับบนรถบัสกลับมา เป็นรูปที่หัวของน้ำนิวพิงไหล่ผมอยู่ และผม... ก็นอนเอียงหน้าไปเกยหัวมันไว้ *ไอ้บอย: [ภาพถ่าย] แหม... กลับมาถึงมหา’ลัยแล้ว หวานกันขนาดนี้ไม่ต้องมีรูมเมตคนอื่นแล้วมั้ง?* *จ๋า: โอ๊ยยย ยอมใจความออร่าคู่รัก ทริปนี้มันทำลายกำแพงเพื่อนร่วมห้องชัดๆ!* “ไอ้เพื่อนเวร!” น้ำนิวสบถลั่นห้องก่อนจะก้มหน้าก้มตาพิมพ์แชตกลับไปแบบรัวๆ จนเครื่องเกือบจะค้าง ผมเดินเข้าไปใกล้ด้านหลัง ยื่นหน้าไปอ่านแชตจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่สั่นไหวของอีกฝ่าย “ลบรูปเดี๋ยวนี้เลยนะไอ้บอย!” น้ำนิวพิมพ์ไปด้วยความโมโห “จะลบทำไมล่ะครับ” ผมกระซิบข้างหู น้ำนิวสะดุ้งสุดตัวจนถอยหลังมาชนอกผมเต็มเปา “รูปนี้ดูดีออก... อย่างน้อยก็มีหลักฐานว่าตอนอยู่บนรถน่ะ นิวไม่ได้แค่พิงไหล่พี่นะ แต่กอดแขนพี่แน่นเลยล่ะ” “ฉันละเมอ! ฉันแค่หาที่วางแขน!” “ละเมอเก่งจังนะ... ละเมอแบบไม่ยอมปล่อยตลอดทางเลย” ผมก้มลงมองใบหน้าเนียนใสที่เริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาจนถึงโหนกแก้ม หัวใจในอกผมเต้นจังหวะเดียวกับความเงียบในห้อง เราสบตากันเนิ่นนาน ในแววตาของน้ำนิวมีความลังเลซ่อนอยู่ ความรู้สึกที่เหมือนลูกระเบิดเวลาที่รอวันทำงาน ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูดังขึ้นรัวๆ ตามมาด้วยเสียงของจ๋าที่ตะโกนเข้ามาก่อนจะผลักประตูเข้ามา “เฮ้ย! พวกแก! ได้ข่าวว่ากลับมาถึงหอแล้ว ทำไมยังไม่ลงไปกินข้าว... อุ๊ย!” จ๋าชะงักกึก เมื่อเห็นผมกับน้ำนิวที่ยืนซ้อนหลังกันอยู่ในระยะประชิดจนแทบจะเป็นร่างเดียวกัน “พวกแกทำอะไรกันเนี่ย?” จ๋าหรี่ตามองพลางยิ้มกริ่ม “ไม่มีอะไร! จะไปกินข้าวก็ไปดิ!” น้ำนิวรีบผลักผมออกแล้วคว้าเป้ไปสะพายทำท่าจะเดินหนี แต่จ๋ากลับดึงแขนมันไว้แล้วยื่นซองจดหมายสีชมพูแปลกตาให้ “อ้อ! ฝากให้ธามนะ มีรุ่นน้องวิศวะคนนึงฝากมาให้ บอกว่า ‘ขอบคุณสำหรับติวเตอร์เมื่อวันก่อน’ เห็นว่าเจ้าตัวรออยู่หน้าตึกนะ” บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที รอยยิ้มของน้ำนิวหายวับไปกับตา แววตาที่เคยอ่อนแสงลงเมื่อครู่กลับกลายเป็นความเย็นชาที่ผมไม่คุ้นเคย “อ๋อ... รุ่นน้องสินะ” น้ำนิวพึมพำแค่นั้นก่อนจะเดินสวนจ๋าออกไปจากห้องทันที ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่ยังค้างอยู่ในอากาศ ผมคว้าซองจดหมายนั้นมาถือไว้แต่ไม่ได้แกะดู สายตาผมจับจ้องไปที่แผ่นหลังของคนที่เดินกระทืบเท้าออกไปอย่างแรง “ไอ้ธาม... แกทำอะไรลงไปวะเนี่ย?” จ๋าถามเสียงเรียบแต่แฝงความสงสัย ผมไม่ได้ตอบอะไร แต่รีบคว้ากุญแจห้องแล้วก้าวเท้าตามออกไป เพราะรู้ดีว่าถ้าปล่อยให้ไปแบบนี้ เรื่องของเราที่เพิ่งจะเริ่มขยับความสัมพันธ์ อาจจะพังทลายลงตั้งแต่วันแรกที่กลับมาถึงมหา’ลัย ผมสาวเท้าเร็วขึ้นจนทันน้ำนิวที่กำลังยืนกดลิฟต์ด้วยมือที่สั่นเทา ผมคว้าข้อมือมันไว้แล้วดึงให้หันกลับมา “นิว ฟังก่อน...” “ปล่อย! จะไปหาใครก็ไปดิ จะมาตามฉันทำไม!” น้ำนิวตวาด แต่ในดวงตาคู่นั้นกลับมีหยดน้ำตาคลอเบ้าอยู่เล็กน้อย ผมไม่พูดพร่ำทำเพลง ผมยัดซองจดหมายนั้นใส่มือมันแล้วทิ้งลงถังขยะข้างลิฟต์ต่อหน้าต่อตาอีกฝ่าย น้ำนิวเบิกตากว้างด้วยความตกใจ “ทำบ้าอะไรของแกเนี่ย!” “ฉันไม่ต้องการใครทั้งนั้น... นอกจากคนที่ขี้โวยวายและหวงกุญแจเต่าของฉันอยู่ตอนนี้” ผมก้มลงกระซิบเสียงต่ำ ให้ได้ยินกันแค่สองคน “เลิกหึงแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยได้แล้วครับ... เพราะถ้ายังไม่หยุด... ฉันจะจูบให้หายปากแซ่บเลยคอยดู” ลิฟต์เปิดออกพอดี น้ำนิวอ้าปากค้าง ใบหน้าแดงระเรื่อไปถึงลำคอ ผมถือโอกาสนั้นจูงมือน้ำนิวเข้าลิฟต์ไปพร้อมกัน โดยไม่สนว่าจ๋าที่ยืนอึ้งอยู่ข้างหลังจะกรีดร้องยังไง ขณะที่ประตูลิฟต์กำลังจะปิดสนิท เสียงแจ้งเตือนจากมือถือในกระเป๋าน้ำนิวก็ดังขึ้น... มันเป็นข้อความจากรุ่นน้องคนนั้นที่ส่งมาหาผม แต่ดันเด้งเตือนในเครื่องของน้ำนิวที่ผมเผลอหยิบติดมือมาสลับกัน! *ข้อความจากรุ่นน้อง: พี่ธามคะ เรื่องที่หนูบอกให้พี่ช่วยจีบพี่น้ำนิวให้... ตอนนี้แผนไปถึงไหนแล้วคะ?* น้ำนิวอ่านข้อความนั้นด้วยตาค้าง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองผมด้วยสายตาที่เปลี่ยนจากหึงหวง... กลายเป็นความโกรธจัดที่พร้อมจะระเบิดออกมาทุกเมื่อ! ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นไปกับโมเมนต์หัวใจจะวายนี้ด้วยกันนะครับ! - แบกเป้ท่องโลก -
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายปากแซ่บกับยัยรูมเมตตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%