เสียงตบโต๊ะดังปังจนแฟ้มเอกสารในมือผมแทบจะร่วงหล่นลงพื้น ท่ามกลางเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ของเพื่อนร่วมเซกชันที่นั่งล้อมวงกันอยู่ในห้องสมุดคณะ
"ไม่เอา! อาจารย์ครับ เปลี่ยนคู่เถอะครับ ผมขอร้อง หน้าตาก็ออกจะหล่อเหลาเอาการ ทำไมต้องมาตกกรรมลำบากจับคู่กับยัยเป้ติดล้อคนนี้ด้วยล่ะครับเนี่ย"
เสียงทุ้มติดกวนประสาทของธามดังขึ้นทันทีที่รายชื่อโปรเจกต์กลุ่มสุดท้ายถูกประกาศบนโปรเจกต์เตอร์ เจ้าตัวทิ้งน้ำหนักตัวพิงพนักเก้าอี้ กอดอกมองผมด้วยสายตาพราวระยับที่เห็นแล้วอยากจะหยิบหนังสือเล่มหนาฟาดหน้าผากสักทีสองที
ผม—น้ำนิว—ที่เพิ่งสะพายเป้คู่ใจใบเก่งหย่อนก้นลงนั่งข้างๆ รีบหันขวับไปแยกเขี้ยวใส่ทันที
"นี่นาย! ใครอยากจะคู่กับนายนักฟะยะ... เอ้ย! นายนักเล่าธาม! ฉันต่างหากที่ต้องซวย หน้าตาดีแต่ปากเสียแบบนี้ ต่อให้โลกนี้เหลือผู้ชายคนเดียวฉันก็ขอไปนั่งสคริปต์งานคนเดียวดีกว่า!" ผมโต้กลับเสียงดังจนบรรณารักษ์ต้องส่งเสียงชูนิ้วจุ๊ปากเตือน แต่มีหรือที่คนอย่างธามจะสะเทือน
"เบาๆ หน่อยครับคุณรอมคอมเคลื่อนที่ เดี๋ยวเป้ของคุณจะร่วงลงมาทับตีนผมซะก่อน" ธามยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ช1ยตามองเป้เดินทางใบโตที่ผมวางไว้ข้างเก้าอี้ด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "อีกอย่าง อาจารย์เขาบังคับว่าโปรเจกต์นี้ต้องทำร่วมกันตลอดสองสัปดาห์เต็ม ย้ายไม่ได้หรอกครับ... ทำใจซะเถอะนะ ยัยตัวแสบ"
ให้ตายเถอะครับ บรรยากาศรอบตัวผมตอนนี้มันช่างอบอวลไปด้วยความอึดอัดปนหมั่นไส้จนแทบจะระเบิด จากเดิมที่ชีวิตในมหาวิทยาลัยของผมก็วุ่นวายกับการวิ่งรอกส่งงานและการเดินทางไปทำอีเวนต์นู่นนี่นั่นอยู่แล้ว การมี 'ธาม' เดือนวิศวะปากแซ่บเข้ามาพัวพันในชีวิตประจำวันแบบ 24 ชั่วโมงผ่านโปรเจกต์ตัวร้ายนี้ มันคือหายนะดีๆ นี่เองครับ
"สองสัปดาห์เหรอ..." ผมพึมพำกับตัวเองขณะกวาดตามองหัวข้อโปรเจกต์ *'การจำลองเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและระบบโลจิสติกส์อัจฉริยะ'* ซึ่งเป็นวิชาเลือกเสรีที่พวกเราดันไปลงเรียนร่วมกันอย่างไร้สติ "นี่มันวิชาบริหารธุรกิจผสมวิศวะชัดๆ แล้วฉันที่เป็นเด็กมนุษยศาสตร์สายท่องเที่ยว จะไปรู้เรื่องระบบโลจิสติกส์บ้าบออะไรเล่า!"
"ก็ไม่ต้องรู้เรื่องอะไรมากหรอกครับ..." ธามขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นแดดอ่อนๆ ลอยมาแตะจมูก "แค่นั่งฟังผมวางแผน แล้วก็ทำหน้าตาน่ารักๆ คอยพยักหน้าตาม คอยถือกระเป๋าให้ผม... แค่นี้ก็ผ่านแล้วครับคุณ"
"ฝันไปเธอก่อนเถอะ!" ผมผลักไหล่กว้างนั้นออกเบาๆ แต่เจ้าตัวกลับหัวسเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ดวงตาคมกริบคู่นั้นมองสำรวจใบหน้าผมที่คงจะบึ้งตึงสุดขีดด้วยความเอ็นดูที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความกวนประสาท
ในจังหวะที่เรากำลังจะเปิดฉากสงครามประสาทกันต่อ จ๋าและบอย สองเพื่อนสนิทตัวชงก็เดินถือแก้วกาแฟเข้ามาสมทบพอดี
"อุ๊ย วาสนาใครหนอได้คู่กับเดือนคณะสุดฮอต ทำงานใกล้ชิดกันขนาดนี้ ระวังจะได้มากกว่าโปรเจกต์ส่งอาจารย์นะจ๊ะเพื่อนรัก" จ๋าแซวพร้อมกับทำหน้าทำตาล้อเลียนจนผมอยากจะมุดแผ่นดินหนี
"ใช่ๆ น้าาา ธามมันดูแลดีนะเว้ย ยิ่งเวลาไปภาคสนามต่างจังหวัดด้วยกันนี่ รับรองว่าอบอุ่นกว่าเตาไมโครเวฟอีก" บอยเสริมทัพด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ไม่แพ้กัน
"พวกแกนี่นะ!" ผมแยกเขี้ยวใส่เพื่อนสนิททั้งสองคนที่พร้อมใจกันทรยศหักหลังไปเข้าข้างศัตรูหัวใจ (เอ้ย! ศัตรูคู่หู) อย่างรวดเร็ว
"เอาล่ะครับ ในเมื่อเสียงส่วนใหญ่เขาเห็นพ้องต้องกันว่าเราควรเริ่มงานกันเลย..." ธามลุกขึ้นยืนเต็มความสูง คว้ากระเป๋าเป้ของตัวเองขึ้นพาดบ่า ก่อนจะหันมามองผมด้วยสายตาที่เปลี่ยนจากความขี้เล่นเป็นความจริงจังขึ้นมาวูบหนึ่ง "เย็นนี้ หกโมงตรง ที่ห้องสมุดคณะวิศวะ ห้ามเลท ห้ามเบี้ยว ไม่งั้นผมจะไปลากคุณออกจากหอพักด้วยตัวเอง เข้าใจไหมครับ คุณรูมเมตจำเป็น"
พูดจบเจ้าตัวก็ส่งยิ้มมุมปากแบบที่ทำให้ใจผมกระตุกวูบหนึ่งอย่างไม่ทันตั้งตัว ก่อนจะเดินผิวปากหายออกไปจากห้องสมุด ทิ้งให้ผมนั่งหน้าแดงก่ำอยู่กับกองหนังสือและเสียงแซวคิกคักของจ๋าและบอย
โปรเจกต์คู่ครั้งนี้... ดูท่าทางแล้ว ผมคงไม่ได้แค่ปวดหัวกับงานวิชาการแน่ๆ ครับ แต่น่าจะปวดหัวกับหัวใจตัวเองมากกว่าเสียอีก
...
ตกเย็น เวลา 18:02 น.
ณ มุมลับตาคนในห้องสมุดคณะวิศวะที่เงียบสงบ แสงไฟสีส้มวลีอ่อนๆ ส่องกระทบลงบนโต๊ะไม้ตัวยาวที่มีโน้ตบุ๊กเปิดค้างไว้สองเครื่อง ผมนั่งเท้าคางถอนหายใจเป็นรอบที่สิบของนาที ขณะที่คนตัวโตฝั่งตรงข้ามกำลังก้มหน้าก้มตาพิมพ์คีย์บอร์ดด้วยความเร็วแสง
"มาช้าไปสองนาทีนะครับคุณน้ำนิว" ธามเงยหน้าขึ้นมาปรายตามองผมด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "โดនปรับเป็นค่าทำโทษโดยการ... เลี้ยงกาแฟผมพรุ่งนี้หนึ่งแก้ว ตกลงตามนี้นะครับ"
"นายนี่มันเผด็จการชะมัด!" ผมโวยวายเบาๆ ก่อนจะดึงแฟ้มข้อมูลของตัวเองมากางออก "เอาล่ะ ไหนล่ะแผนงานที่นายโม้ไว้เมื่อกลางวัน ฉันมีเวลาให้แค่นั่งถึงทุ่มครึ่งนะ ต้องรีบกลับไปเคลียร์งานทริปแบกเป้ของฉันต่อ"
ธามไม่ตอบทันที เขานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ดวงตาคมกริบจ้องมองผมด้วยแววตาที่ลุ่มลึกขึ้นจนผมต้องเป็นฝ่ายหลบสายตาเสียเอง มือหนาเอื้อมมาเลื่อนแก้วโกโก้เย็นที่ผมชอบวางไว้ตรงหน้า โดยที่ผมยังไม่ได้สั่งด้วยซ้ำ
"ดื่มซะครับ จะได้มีแรงเถียงผมต่อ" เสียงทุ้มเอ่ยอย่างอ่อนโยนผิดคาด
ผมชะงักไปเล็กน้อย หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะขึ้นมาดื้อๆ กับความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำพูดกวนประสาทนั้น บรรยากาศรอบตัวในห้องสมุดที่เงียบเชียบราวกับถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ทำให้เสียงหัวใจของตัวเองดังชัดเจนเสียจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
เราสองคนนั่งทำงานเคียงข้างกัน ท่ามกลางเสียงกระซิบเบาๆ ของตัวเลข แผนที่ท่องเที่ยว และเสียงหัวเราะขัดคอที่เป็นเอกลักษณ์ของเรา การต้องใช้เวลาอยู่ร่วมกันอย่างไร้ทางเลี่ยงแบบนี้ กลับไม่ได้น่าอึดอัดอย่างที่คิด... แต่มันกลับทำให้ผมได้เห็นมุมที่อบอุ่นและจริงจังของนายธาม ซึ่งเป็นมุมที่อันตรายต่อหัวใจของผมเอามากๆ
หน้าจอโน้ตบุ๊กสะท้อนเงาของเราสองคนที่นั่งใกล้กันจนไหล่แทบจะชิดกัน ในขณะที่ผมกำลังก้มหน้าจดบันทึกย่อ ธามก็เอื้อมมือมาปอยผมที่ตกลงมาบังหน้าผากของผมออกให้อย่างเบามือ สัมผัสอุ่นๆ จากปลายนิ้วนั้นทำเอาผมแข็งทื่อไปทั้งร่าง
"ผมบอกแล้วไงครับ..." ธามกระซิบเบابข้างหู น้ำเสียงนุ่มทุ้มที่จงใจลดระดับลงจนชวนใจสั่น "ว่าโปรเจกต์คู่ครั้งนี้... มันไม่ได้มีแค่เรื่องงานหรอกนะ"
นิ้วชี้ของเขาแตะเบาๆ ที่หน้าจอโทรศัพท์มือถือของผมที่วางคว่ำไว้ ซึ่งหน้าจอเพิ่งจะสว่างวาบขึ้นมาด้วยข้อความแชตบางอย่างที่ผมเพิ่งพิมพ์ค้างไว้และยังไม่ได้ส่ง—แต่สายตาคมกริบคู่นั้นดันก้มลงอ่านมันทันทีด้วยความไวแสง
*(โปรดติดตามตอนต่อไปในวันพรุ่งนี้)*
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับคู่กัดคู่นี้เสมอนะครับ
คุณชายปากแซ่บกับยัยรูมเมตตัวแสบ•ตอนที่ 27
โปรเจกต์คู่คือตัวเร่ง
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายปากแซ่บกับยัยรูมเมตตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!