คุณชายปากแซ่บกับยัยรูมเมตตัวแสบ•ตอนที่ 26

เปิดใจทีละนิด

ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
"ถ้าคุณยังเดินยิ้มร่าเริงแบบนี้อีกสามก้าว ผมจะเอาเป้ใบนี้ฟาดหน้าคุณจริงๆ ด้วยนะ, ธาม!" ผมลั่นวาจาออกไปพร้อมกับพยายามสาวเท้าให้ยาวขึ้นเพื่อหนีให้พ้นจากรังสีความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ของคนที่เดินนำหน้าอยู่ ท่ามกลางบรรยากาศยามเย็นของตลาดริมทางในเมืองเล็กๆ แห่งนี้ กลิ่นหอมของอาหารท้องถิ่นลอยอวลปะปนไปกับฝุ่นควันจางๆ แต่สิ่งที่กวนใจผมมากที่สุดในตอนนี้ไม่ใช่ฝุ่น หรือความเหนื่อยล้าจากการเดินทางข้ามเมืองนับร้อยกิโลเมตร แต่มันคือไอ้รอยยิ้มมุมปากเจ้ากรรมของนายวิศวะปากแซ่บที่หันกลับมามองผมเป็นระยะด้วยสายตาที่ระยิบระยับราวกับเด็กน้อยได้ของเล่นชิ้นโปรด "อ้าว นิวครับ เดินให้มันดีๆ หน่อยสิ ระวังสะดุดรากไม้แถวนี้ล้มมา ผมไม่มีมือไปคอยรับหรอกนะ... มืออีกข้างต้องถือถุงขนมจีบให้คุณอยู่เนี่ย" ธามหยุดเดินแล้วหันกลับมาเลิกคิ้วกวนประสาทใส่ผม ดวงตาคมกริบภายใต้แสงไฟนีออนสลัวๆ ของร้านค้าข้างทางทำให้ใบหน้าหล่อเหลานั้นดูมีเสน่ห์จนเกินต้านทาน ให้ตายเถอะ... นี่มันคือแผนการทำลายล้างหัวใจชัดๆ! ผมยืนกอดอกสะบัดหน้าหนี พยายามซ่อนใบ้าร้อนผ่าวที่ตอนนี้คงแดงก่ำลามไปถึงใบหู ไม่ต้องส่องกระจกผมก็รู้ว่าตัวเองกำลังแสดงอาการ "แพ้ทาง" ชัดเจนขนาดไหน ตั้งแต่เหตุการณ์กระชากหัวใจที่ระเบียงห้องพักเมื่อคืนก่อน ธามก็ดูเหมือนจะถอดรหัสความรู้สึกของผมได้หมดจด เขาไม่ได้รุกหนักจนน่าอึดอัด แต่เขากลับใช้ความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ ที่โคตรจะอันตรายต่อสุขภาพจิตเข้ามาบั่นทอนกำแพงที่ผมสร้างไว้ทีละนิด ทีละนิด... เช่นการที่เขาคอยจำได้ว่าผมไม่ชอบกินผักชีในชามก๋วยเตี๋ยว การที่เขาหยิบยื่นพลาสเตอร์ยามาให้เงียบๆ ตอนที่รองเท้ากัด หรือแม้แต่สายตาอบอุ่นยามที่เขาคอยมองดูผมเถียงกับแม่ค้าท้องถิ่น มันคือความรู้สึกแปลกประหลาดที่ทั้งต่อต้านและโหยหาในเวลาเดียวกัน "ใครใช้ให้คุณมาซื้อให้เล่า ผมบอกตอนไหนว่าอยากกิน?" ผมทำเสียงแข็งกลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง พยายามขยับเป้สะพายหลังให้เข้าที่เพื่อเรียกความมั่นใจกลับคืนมา "เก็บความหวังดีของคุณไปใช้กับสาวๆ ในคณะวิศวะโน่นเถอะครับ คุณชายธาม คนอย่างผมไม่ต้องมาดูแลหรอก อยู่รอดปลอดภัยมาได้จนถึงทุกวันนี้ก็บุญโขแล้ว" ธามหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าอยู่ในอกเสื้อจนผมรู้สึกได้ แม้เราจะยืนห่างกันแค่ก้าวเดียวก็ตาม เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ผมอีกนิด ชิดเสียจนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นแดดและเหงื่อจางๆ ลอยเข้าจมูก "ปากเก่งจังนะครับ..." ธามโน้มใบหน้าลงมาเล็กน้อย สายตาคู่นั้นกวาดมองสำรวจใบหน้าผมอย่างพิจารณา เหมือนจิตรกรกำลังมองดูผลงานชิ้นเอก "แต่หูแดงแจ๋เลยนะนิว... นี่อากาศมันร้อน หรือว่าเขินที่ผมแอบมองคุณตอนกินข้าวเมื่อกี้กันแน่ล่ะหึ" "ใครเขิน! บ้าหรือเปล่า!" ผมโวยวายเสียงดังลั่นจนหมาแถวนั้นสะดุ้งหันมามอง รีบยกมือขึ้นจับใบหูตัวเองที่ร้อนผ่าวทันที "อากาศมันร้อนต่างหากเล่า เมืองนี้บ้าบอชะมัด ฮีตเตอร์ก็ไม่มี ทำไมมันร้อนตับแล่บแบบนี้วะเนี่ย!" "ครับๆ ร้อนก็ร้อน..." ธามยิ้มกริ่ม ยอมถอยหลังกลับไปหนึ่งก้าวอย่างรู้งาน แต่รอยยิ้มพรายในดวงตานั้นฟ้องชัดเจนว่าเขากำลังสนุกกับการได้แกล้งผมแค่ไหน "งั้นเดินต่อเถอะครับคุณรูมเมตตัวแสบ เดี๋ยวถ้ามืดกว่านี้ทางกลับโฮมสเตย์จะเปลี่ยว แล้วถ้าเกิดคุณกลัวผีขึ้นมาแล้วมากอดแขนผม ผมไม่รับประกันนะว่าจะหักห้ามใจไหวหรือเปล่า" "อีตาบ้าธาม! ใครจะไปกอดคุณ!" ผมแยกเขี้ยวใส่แล้วรีบเดินแซงหน้าเขาไปทันที ปล่อยให้เสียงหัวเราะทุ้มๆ ของอีกฝ่ายดังไล่หลังมาอย่างอารมณ์ดี ระหว่างทางเดินกลับโฮมสเตย์ ท่ามกลางความเงียบสงบของหมู่บ้านชนบท มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรร้องระงมและแสงดาวระยิบระยับบนท้องฟ้า บรรยากาศรอบตัวมันช่างเป็นใจเสียจนความเกร็งในใจผมเริ่มคลายลงทีละน้อย ความรู้สึกพองโตแปลกๆ ตีตื้นขึ้นมาในอก ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า... การมีผู้ชายปากร้ายคนนี้ร่วมเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาด้วยกัน มันทำให้การเดินทางที่เคยคิดว่าเหงา กลับกลายเป็นเรื่องราวที่มีสีสันที่สุดในชีวิต ผมเหลือบสายตาไปมองเงาสะท้อนของธามที่เดินเคียงข้างกันผ่านกระจกหน้าร้านค้าข้างทาง มือใหญ่ข้างหนึ่งของเขายังคงถือถุงขนม ส่วนมืออีกข้างก็ปล่อยทิ้งไว้ข้างลำตัว ห่างกันแค่ไม่กี่คืบ... ถ้าเพียงแค่ผมเอื้อมมือไปคว้าปลายนิ้วก้อยของเขา มันจะเป็นการยอมรับความพ่ายแพ้ที่เร็วเกินไปหรือเปล่า? เราเดินเลี้ยวเข้าสู่ซอยแคบๆ ที่นำไปสู่โฮมสเตย์ไม้เก่าแก่ที่เป็นที่พักของเราในคืนนี้ ไฟถนนดวงน้อยส่องสว่างรำไรเผยให้เห็นระเบียงไม้หน้าห้องพักที่เงียบเชียบ ทันทีที่ผมไขกุญแจเปิดประตูห้องพักเข้าไป กลิ่นอฝนและกลิ่นไม้เก่าๆ ก็ลอยมาแตะจมูก ธามเดินตามเข้ามาปิดประตูห้อง พร้อมกับวางกระเป๋าเดินทางและถุงขนมลงบนโต๊ะไม้กลางห้อง ผมถอนหายใจยาวเหยียด ทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงนอนนุ่มอย่างคนหมดแรง ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางตลอดทั้งวันเริ่มถาโถมเข้ามา แต่ในขณะเดียวกัน สมองกลับตื่นตัวจนนอนไม่หลับเมื่อรู้ว่ามีสายตาคู่หนึ่งกำลังมองมาที่ผมไม่วางตา ธามเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าผม เขาทิ้งตัวลงนั่งยองๆ ให้ระดับสายตาของเราเสมอกัน มือใหญ่เอื้อมมาดึงสายกระเป๋าเป้ที่ผมยังสะพายคาดไว้ออกอย่างเบามือ โดยที่ผมไม่ได้ขัดขืน ปล่อยให้เขาจัดการทุกอย่างด้วยความเงียบที่เต็มไปด้วยความหมาย "เหนื่อยไหมครับ?" น้ำเสียงของธามเปลี่ยนเป็นความนุ่มนวลอย่างกะทันหัน ความกวนประสาทหายวับไป เหลือเพียงความห่วงใยที่จริงใจจนผมเกือบจะตั้งรับไม่ทัน ผมเม้มริมฝีปากแน่น เบือนหน้าหนีไปทางหน้าต่างเพื่อหลบสายตาคู่นั้น หัวใจเจ้ากรรมเต้นรัวแรงจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน "ก็... นิดหน่อยครับ วันนี้เดินเยอะไปหน่อย" ธามไม่ได้พูดอะไรต่อ เขายื่นมือมาแตะเบาๆ ที่หลังมือผม สัมผัสอุ่นจัดจากฝ่ามือของเขาทำให้ผมสะดุ้งเล็กน้อยแต่ไม่ได้ดึงมือกลับ "นิว..." เสียงทุ้มเรียกชื่อผมเบาๆ ราวกับกระซิบ "ขอบคุณนะที่ยอมให้ผมเดินทางร่วมทางมาด้วย... แล้วก็... ขอบคุณที่ยอมเปิดใจให้ผมเข้ามาใกล้กว่าเดิมทีละนิดแบบนี้" ประโยคเรียบง่ายแต่ทรงพลังนั้นทำเอาขอบตาผมร้อนผ่าวมันวับ ความรู้สึกอัดอั้นบางอย่างจุกอยู่ที่ลำคอ ผมหันกลับมามองสบตาเขาตรงๆ เป็นครั้งแรกที่ผมไม่เห็นความเจ้าเล่ห์ในดวงตาคู่นั้น มีเพียงความจริงจังและความรอคอยที่เปี่ยมล้น ผมอ้าปากเตรียมจะพูดแซะกลบเกลื่อนความซาบซึ้งตามนิสัยเดิม แต่ยังไม่ทันที่คำพูดประชดประชันจะหลุดออกจากริมฝีปาก เสียงเคาะประตูดังปึงปังขัดจังหวะขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงโวยวายคุ้นเคยที่ดังทะลุไม้กระดานเข้ามา "ไอ้ธาม! ไอ้ dernière นิว! เปิดประตูเดี๋ยวนี้เลยนะเว้ย! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!" เสียงตะโกนแหกปากของบอยดังลั่นตามด้วยเสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหว ทำเอาผมกับธามผุดลุกขึ้นยืนพร้อมกันด้วยความตกใจ ธามขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะสำคัญ ขณะที่ผมรีบพุ่งตัวไปเปิดประตูห้องด้วยความระทึก ทันทีที่บานประตูไม้เปิดผางออก ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าไม่ใช่บอยหรือจ๋าอย่างที่คิด แต่เป็นร่างของใครบางคนที่ยืนกอดอกพิงเสาไฟอยู่ ท่ามกลางความมืดสลัว... ใบหน้านั้นหันมามองผมด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบลงชั่วขณะ "ไง... ไม่เจอกันนานเลยนะ นิว" --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความสัมพันธ์ซึมลึกของทั้งคู่ในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายปากแซ่บกับยัยรูมเมตตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%