"พูดใหม่อีกทีซิครับคุณโฮมสเตย์... เมื่อกี้คุณว่ายังไงนะ"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความกวนประสาทเป็นเอกลักษณ์เอ่ยขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของธามที่ยืนค้ำหัวผมอยู่หน้าเคาน์เตอร์ไม้เก่าๆ ในโฮมสเตย์ปลายดอย บรรยากาศรอบตัวตอนนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของไม้สนและฝนที่เพิ่งซาลง แต่บอกเลยว่าอุณหภูมิในใจผมมันกำลังพุ่งสูงจนทะลุปรอทแตก
"ขออภัยด้วยจริงๆ นะครับพ่อหนุ่ม พอดีคืนนี้คณะทัวร์ผู้สูงอายุจองเหมาโซนใหญ่ไปหมดแล้ว ห้องพักเตียงคู่หรือห้องเดี่ยวของเราเต็มเกลี้ยงไม่มีเหลือเลยจริงๆ เหลือแค่ 'ห้องชมจันทร์' ห้องสุดท้าย ที่เป็นฟูกนอนคู่กลางห้อง..." เจ้าของโฮมสเตย์วัยกลางคนส่งยิ้มแห้งๆ มาให้ พร้อมกับยื่นกุญแจดอกเบี้ยเหล็กดัดโบราณมาตรงหน้า
ผม—น้ำนิว หนุ่มนักเดินทางผู้พกความมั่นใจมาเต็มร้อยว่าทริปนี้จะชิลและราบรื่น—ถึงกับยืนแข็งเป็นหิน เป้ใบโตที่สะพายอยู่บนบ่ารู้สึกหนักอึ้งขึ้นมาทันทีโดยไม่มีสาเหตุ หันไปมองหน้าไอ้คุณชายวิศวะปากแซ่บที่ยืนอยู่ข้างๆ เจ้าตัวกลับเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างคนเหนือกว่าชัดเจน
"อ้าว น้ำนิว หน้าซีดเป็นไก่ต้มเลยนะ หรือว่ากลัว... กลัวว่าจะอดใจไม่ไหวจนต้องเผลอซบไหล่ผมกลางดึก" ธามกระซิบเสียงพร่า แกล้งโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนผมต้องผงถอยหลังกรูด สัญชาตญาณการเอาตัวรอดร้องเตือนภัยดังลั่น
"ใครกลัวคุณทราบ! ฝันไปเถอะธาม คนอย่างน้ำนิวต่อให้นอนกลางดินกินกลางทรายก็ไม่สะเทือนหรอก แค่เตียงเดียวกัน... สบายมาก!" ผมสวนกลับทันควัน เชิดหน้าขึ้นสู้ทั้งที่ในใจเริ่มสั่นระริกเป็นเจ้าเข้าทรง ใครใช้ให้ไอ้บ้านี่พกเสน่ห์เกินพิกัดมาด้วยเล่า ยิ่งเวลาอยู่ใกล้กันในระยะประชิดแบบนี้ กลิ่นน้ำหอมผสมกับกลิ่นไอฝนจางๆ จากตัวเขามันชวนให้สติหลุดได้ง่ายๆ เลยนะ
ประตูห้อง 'ชมจันทร์' ถูกเปิดออกด้วยเสียงเอี๊ยดอ๊าดตามประสาบ้านไม้โบราณ ภายในห้องตกแต่งด้วยโทนสีอบอุ่น มีหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่มองเห็นวิวทิวเขาหมอกบางๆ ลอยคลอเคลียอยู่เบื้องล่าง แต่อากาศโรแมนติกพวกนั้นไม่ได้ช่วยให้ผมหายใจคล่องคอขึ้นเลยสักนิด เมื่อสายตาปะทะเข้ากับ 'ฟูกนอนขนาดคิงไซส์' ที่ปูลาดอยู่กลางห้องนอนเพียงชุดเดียว ไม่มีหมอนข้างกั้น ไม่มีอาณาเขตแบ่งแยกเขตแดนใดๆ ทั้งสิ้น
บรรยากาศเงียบงันลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ที่ดังสลับกันไปมา
"เชิญครับคุณรูมเมตตัวแสบ เลือกฝั่งได้ตามสบายเลยนะ" ธามโยนเป้ของตัวเองลงบนฟูกฝั่งติดหน้าต่างอย่างไม่ยี่หระ ก่อนจะหันมามองผมด้วยสายตาพราวระยับที่ซ่อนความเจ้าเล่ห์เอาไว้เต็มเปี่ยม "แต่อย่าลืมนะว่าที่นี่อากาศหนาวมาก ระวังกลางดึกคุณจะเผลอทิ้งหมอนข้างแล้วเลื้อยมาซุกผมไม่รู้ด้วยล่ะ"
"ปากเสีย! ใครเขาจะไปเลื้อยใส่คุณฝันไปเถอะ!" ผมแหวใส่หน้าเขาเสียงดังลั่นห้อง พลางรีบคว้าเป้ของตัวเองไปกองไว้ที่มุมฟูกอีกฝั่งอย่างรวดเร็ว พยายามสร้างกำแพงinvisible line ระหว่างเราให้หนาที่สุดเท่าที่จะทำได้
เวลาผ่านไปจนล่วงเข้ายามดึก ความเงียบสงบเข้าปกคลุมทั่วทั้งหุบเขา เสียงจิ้งจือและแมลงนอกหน้าต่างขับกล่อมบรรยากาศให้ชวนเคลิ้มฝัน แต่ภายในห้องชมจันทร์กลับระอุไปด้วยความอึดอัดที่จับต้องได้
ผมนอนตะแคงหันหลังให้ฝั่งของธาม ดวงตากลมโตเบิกกว้างในความมืด สมองพยายามนับแกะนับแพะเพื่อข่มตาหลับ แต่ไม่ว่าจะพยายามสักแค่ไหน ก็สลัดภาพลมหายใจอุ่นๆ และสัมผัสจากไอร้อนที่แผ่มาจากคนด้านหลังออกไปจากหัวไม่ได้เลย
ฟูกนอนขนาดใหญ่ที่ควรจะกว้างขวาง ทำไมตอนนี้มันถึงได้แคบลงถนัดตา แถมอุณหภูมิรอบตัวก็ดูเหมือนจะสูงขึ้นเรื่อยๆ จนเหงื่อซึมตามไรผม
"ยังไม่นอนอีกเหรอครับ..." เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบเบาๆ ลอยมาจากด้านหลัง ใกล้จนผมรู้สึกได้ถึงแรงกระเพื่อมของลมหายใจที่เป่ารดต้นคอ
ผมสะดุ้งเฮือก หัวใจกระตุกวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ไม่อยากจะขยับตัวหรือหันกลับไปเผชิญหน้าเลยแม้แต่น้อย แต่ความเงียบและระยะห่างที่ถูกย่นย่อลงด้วยการขยับตัวของอีกฝ่าย ทำให้ผมรู้ว่าตอนนี้ธามไม่ได้นอนเว้นระยะห่างเหมือนตอนแรกอีกแล้ว
"ย...ยัง คุณนั่นแหละทำไมนอนไม่หลับ หรือผีหลอกรึไง" ผมแกล้งทำเป็นเสียงแข็ง ทั้งที่มือไม้เริ่มเย็นเฉียบ เกร็งไปหมดทั้งร่าง
"เปล่าครับ ผมไม่ได้โดนผีหลอก..."
จังหวะนั้นเอง... แขนแกร่งของคนด้านหลังก็เคลื่อนเข้ามาโอบกอดเอวผมไว้จากด้านหลังอย่างถือวิสาสะ แรงดึงเบาๆ ทำให้ร่างของผมถอยหลังไปแนบชิดกับแผงอกอุ่นของเขาโดยอัตโนมัติ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดอยู่แถวใบหู เสียงหัวใจของธามที่เต้นรัวอยู่แนบแผ่นหลังของผมดังชัดเจนยิ่งกว่าเสียงฝนตกข้างนอกเสียอีก
"แต่โดน 'คุณ' หลอกวิญญาณหลุดออกจากร่างตั้งแต่ตอนเข้าพักแล้วต่างหากล่ะครับ น้ำนิว..."
คำพูดกระซิบแผ่วเบาพร้อมกับอ้อมกอดอุ่นที่รัดแน่นขึ้นทีละน้อย ทำเอาสติสัมปชัญญะของผมกระเจิงหายไปในอากาศ สมองขาวโพลนคิดคำเถียงไม่ออกแม้แต่คำเดียว ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสะกดไว้ด้วยมนต์ตราแห่งค่ำคืนนี้
ในขณะที่ผมกำลังจะอ้าปากโวยวายเพื่อกลบเกลื่อนความเขินจนแทบระเบิด ประตูไม้หน้าห้องพักก็ส่งเสียง 'ก๊อกๆๆ' ดังขึ้นติดต่อกันหลายครั้ง พร้อมกับเสียงเอะอะโวยวายของกลุ่มเพื่อนตัวชงที่คุ้นเคยดังลอดเข้ามา
"ไอ้นิว! ไอ้ธาม! เปิดประตูเดี๋ยวนี้เลยนะเว้ย พวกกูรู้มาว่าห้องพวกมึงเตียงเดี่ยว! เปิดประตูให้พวกกูเข้าไปตรวจสภาพห้องเดี๋ยวนี้!" เสียงตะโกนลั่นของไอ้บอยประสานเสียงมากับเสียงหัวเราะคิกคักของจ๋า ทำเอาผมกับธามที่กำลังตกอยู่ในโมเมนต์หัวใจเต้นแรงถึงกับผละออกจากกันแทบไม่ทัน
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและแบ่งปันรอยยิ้มไปด้วยกันนะครับ
คุณชายปากแซ่บกับยัยรูมเมตตัวแสบ•ตอนที่ 6
โฮมสเตย์ป่วนหัวใจ
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายปากแซ่บกับยัยรูมเมตตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!