"ถ้าจัดกระเป๋าอีกรอบแล้วยังล้นเกินโควตา ผมจะเทยาสระผมยี่ห้อโปรดของคุณทิ้งถังขยะตรงนี้นะครับ น้ำนิว"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือแววตลกขบขันดังขึ้นทันทีที่ผมก้าวขึ้นมาบนรถตู้ปรับอากาศคันโต ธามนั่งไขว่ห้างอยู่เบาะแถวสอง สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองสภาพผมที่เหงื่อตกโซกเพราะแบกเป้ใบยักษ์พะรุงพะรัง แถมยังมีหมอนรองคอตุ๊กตาเป็ดน้อยห้อยต่องแต่งอยู่ข้างกระเป๋าอีก
"ยาสระผมฉันเกี่ยวอะไรด้วยเล่าคุณธาม! คนมันเตรียมพร้อมเผื่อกรณีฉุกเฉินต่างหากเกิดตกเขาแล้วไม่มีแชมพูสระผมขึ้นมา จะทำยังไงล่ะฮะ" ผมสวนกลับทันควัน หน้ามุ้ยใส่ไอ้คุณชายวิศวะปากแซ่บที่วันนี้อุตส่าห์สวมเสื้อฮู้ดสีดำสนิทขับผิวให้ดูโดดเด่นจนสาวๆ แถวเบาะหลังแอบเหลียวมองกันเป็นแถบ
"ตกเขาเหรอครับ? นึกว่าคุณจะไปเปิดร้านขายของชำเคลื่อนที่ซะอีก ยัดมาได้ไงตั้งสามกระเป๋า... มานี่เลยครับ อย่าลีลา เบาะแถวสามฝั่งนู้นมันแคบ นั่งตรงนี้ข้างผมนี่แหละ รถออกตัวแล้ว"
ธามไม่พูดเปล่า มือหนาเอื้อมมาคว้าสายเป้ของผมแล้วกระชากเบาๆ จนเซถลาเข้าไปทรุดตัวนั่งลงบนเบาะข้างๆ โดยอัตโนมัติ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายสะอาดๆ ผสมกับกลิ่นไอเย็นจากแอร์รถตู้ลอยเข้าจมูกจนต้องแอบสูดหายใจเข้าลึกโดยไม่รู้ตัว
ให้ตายเถอะ... ทำไมระยะห่างระหว่างเบาะมันถึงได้แคบเบอร์นี้วะครับเนี่ย!
รถตู้คันโตเคลื่อนตัวออกจากสถานีขนส่งมุ่งหน้าสู่เส้นทางสายเหนือ มุ่งสู่จุดหมายปลายทางของการเดินทางครั้งใหม่ บรรยากาศภายในรถค่อนข้างเงียบสงบเพราะผู้ร่วมทริปคนอื่นๆ เริ่มผลอยหลับกันไปบ้างแล้ว เหลือเพียงเสียงเพลงบรรเลงคลอเบาๆ จากวิทยุหน้ารถ กับเสียงแจ้งเตือนข้อความแชตในโทรศัพท์มือถือที่สั่นเบาๆ เป็นระยะ
"อะ แฮ่ม! นั่งดีๆ หน่อยสิคุณธาม ตัวโตเป็นควายป่า จะเบียดมาฝั่งผมทำไมนักหนาเนี่ย" ผมกระซิบเสียงลอดไรฟัน พยายามขยับสะโพกหนีเบาะที่ชิดกันจนไหล่แทบจะเกยกันอยู่แล้ว
"ใครเบียดคุณครับน้ำนิว... ทางมันแคบต่างหาก เบาะรถตู้สมัยนี้เขาออกแบบมาให้คนรักกันนั่งนะครับ ไม่ใช่ให้คนปากแข็งนั่ง" ธามหันมาตอบหน้าตาเฉย ดวงตาเรียวรีพราวระยับด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่เห็นแล้วหมั่นไส้จนอยากจะหยิกเนื้อสักที
"ใครรักกับคุณ ทะลึ่งละ!" ผมเบือนหน้าหนีออกไปนอกหน้าต่าง มองทิวทัศน์สองข้างทางที่เริ่มเปลี่ยนจากตึกรามบ้านช่องกลายเป็นผืนป่าเขียวขจีและภูเขาสลับซับซ้อน ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางตั้งแต่เช้าเริ่มกัดกินเปลือกตาจนรู้สึกหนักอึ้ง หัวสมองเริ่มตื้อตันและโยกคลอนไปตามแรงกระแทกเบาๆ ของรถตู้ที่แล่นไปตามถนนคดเคี้ยว
ในจังหวะที่รถตู้หักเลี้ยวโค้งหักศอกอย่างกะทันหัน ร่างของผมก็เซถลาวูบไปด้านข้างตามแรงเหวี่ยง
*ตึ้ง!*
แทนที่จะหัวโขกกระจกหน้าต่างรถอย่างที่ควรจะเป็น หน้าผากและหัวไหล่ของผมกลับปะทะเข้ากับบางอย่างที่อบอุ่นและนุ่มนวลกว่านั้น... แผงอกกว้างของธามนั่นเอง
ผมสะดุ้งสุดตัว รีบผงะถอยหลังกลับแทบไม่ทัน หัวใจเต้นรัวโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ด้วยความเขินอายปนตกใจ "เอ่อ... ขอโทษทีครับ รถมันเลี้ยวแรงไปหน่อย ฉันไม่ได้ตั้งใจจะ..."
"ใครว่าผมว่าอะไรล่ะครับ" เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบแผ่วเบาอยู่ใกล้ใบหู จนขนลุกซู่ไปทั้งตัว
ธามไม่ได้ขยับหนี เขากลับเอื้อมมือข้างหนึ่งขึ้นมาจัดปอยผมที่ปรกหน้าผากให้อย่างเบามือ สัมผัสอุ่นจัดจากปลายนิ้วที่ปัดผ่านผิวแก้มทำเอาผมแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ดวงตาคู่คมจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาของผมด้วยประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก... มันทั้งลึกซึ้ง อ่อนโยน และร้อนรุ่มในเวลาเดียวกัน
"ถ้าเมื่อกี้เจ็บ... ไหล่ผมนี่ยินดีให้พิงฟรีตลอดทางนะครับ น้ำนิว"
น้ำเสียงนั้นนุ่มนวลจนน่ากลัว ไม่มีแววขี้เล่นหรือกวนประสาทเหมือนทุกที มีเพียงความจริงจังที่สะท้อนผ่านแววตาคู่นั้น จนผมต้องเป็นฝ่ายหลบสายตาก่อนเพราะทนรับความวับวาวของมันไม่ไหว
ผมเม้มปากแน่น หัวใจเต้นรัวระรัวยิ่งกว่าตอนวิ่งหนีหมาไล่กัดเสียอีก มือเล็กกำชายเสื้อฮู้ดของตัวเองแน่นเพื่อระบายความประหม่า ขณะที่ธามกลับค่อยๆ ขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด แล้วใช้มือข้างที่ว่างดึงศีรษะของผมให้เอนลงไปซบลงบนลาดไหล่กว้างของเขาอย่างถือวิสาสะ
"พักเถอะครับ ทางข้างหน้ายังอีกไกล... ถึงที่พักเมื่อไหร่ เดี๋ยวผมปลุกเองนะ"
ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดอยู่เหนือศีรษะทำให้ผมไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวปฏิเสธ ความเหนื่อยล้าผสมผสานกับกลิ่นกายสะอาดๆ ของคนตัวโตทำให้เปลือกตาที่หนักอึ้งค่อยๆ ปิดลงในที่สุด... โดยที่ริมฝีปากยังคงแอบคลี่ยิ้มออกมาบางๆ โดยที่เจ้าตัวก็ไม่รู้ตัวเช่นกัน
แต่ทว่า... ในขณะที่ลมหายใจเริ่มสม่ำเสมอและผมกำลังจะเคลิ้มหลับไปกับความอบอุ่นนี้ เสียงเตือนข้อความแชตจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกางเกงของธามก็สว่างวาบขึ้นมา พร้อมกับข้อความป๊อปอัปสั้นๆ ที่เด้งขึ้นมาเตะตาผมพอดิบพอดี
*[ข้อความจาก: จ๋าตัวชง]*
*"ไอ้ธาม เป็นไงบ้างวะ แผนแกล้งให้น้ำนิวมานั่งเบาะหลังแล้วแกล้งหลับซบไหล่เนี่ย แนบเนียนพอจะทำให้ยัยปากแข็งใจอ่อนบ้างยังวะฮะเพื่อนรัก?"*
ผมลืมตาโพลงขึ้นทันที ความง่วงงุนทั้งหมดหายเป็นปลิดทิ้ง สมองประมวลผลคำว่า 'แผน' และ 'แกล้ง' วนซ้ำไปซ้ำมาในหัวอย่างรวดเร็ว
ไอ้คุณชายธาม... ที่แท้ทั้งหมดนี่มันคือแผนการต้มตุ๋นของนายทุนหน้าเลือดคนนี้นี่เอง!
ผมกัดฟันกรอด เตรียมจะเงยหน้าขึ้นไปโวยวายใส่คนที่แกล้งทำเป็นหลับอยู่ข้างๆ ให้หูชาไปข้างหนึ่ง แต่ทว่า... จังหวะนั้นเอง ธามกลับกระชับวงแขนที่โอบไหล่ผมไว้แน่นขึ้นกว่าเดิม พร้อมกับกระซิบเสียงกระเส่าชิดริมหูด้วยประโยคที่ทำให้ลมหายใจของผมสะดุดกึก
"รู้ตัวแล้วเหรอครับคนเก่ง... แต่สายไปแล้วนะ เพราะตอนนี้... คุณหนีผมไม่พ้นแล้วล่ะครับน้ำนิว"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและแบ่งปันรอยยิ้มไปด้วยกันนะครับ
คุณชายปากแซ่บกับยัยรูมเมตตัวแสบ•ตอนที่ 5
เบาะหลังที่ไม่น่ารักเอาซะเลย
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายปากแซ่บกับยัยรูมเมตตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!