"ถ้าเธอยังยัดหมอนข้างลงเป้ใบนั้นอีกใบเดียว ฉันจะเทหมอนนั่นทิ้งกลางสถานีขนส่งแล้วเอาเธอยัดใส่กระเป๋าแทนนะครับน้ำนิว"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือแววเหนื่อยหน่ายดังขึ้นจากปลายสาย พร้อมกับร่างสูงโปร่งของธามที่ก้าวขาฉับๆ เข้ามาหยุดยืนค้ำหัวผมอยู่หน้าหอพักด้วยชุดลุยป่ากึ่งสตรีทแฟชั่น เสื้อฮู้ดสีดำสนิทกับกางเกงคาร์โก้ตัวเก่งทำให้พ่อคุณดูเหมือนนายแบบนิตยสารท่องเที่ยวมากกว่าเด็กวิศวะที่จะออกไปทำภาคสนามตากแดดตากลมกับอาจารย์
ผมที่กำลังนั่งยองๆ หน้าดำคร่ำเครียดพยายามรูดซิปเป้คู่ชีพขนาดเจ็ดสิบลิตรซึ่งตอนนี้ป่องราวกับพร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ สะดุ้งโหยงจนเกือบหงายหลังเงิบ ขมวดคิ้วมุ่นเงยหน้าขึ้นมองคนปากแซ่บที่ยืนกอดอกมองผมด้วยสายตารjระอาแกมเอ็นดู
"นายรู้ไหมว่าเตียงโฮมสเตย์ที่เราจะไปนอนมันแข็งยิ่งกว่าหินแกรนิต! ถ้าฉันไม่มีหมอนใบนี้นอนนะ คอฉันได้เคล็ดก่อนส่งงานอาจารย์แน่ๆ ธามนั่นแหละ... ทำไมพกเป้ใบจิ๋วแค่นั้นวะ จะไปออกค่ายหรือจะไปเดินห้างสยามครับคุณชาย" ผมสวนกลับทันควันตามสัญชาตญาณความปากเก่ง ปัดมือที่ยื่นเข้ามาช่วยกดทับซิปกระเป๋าออกอย่างไม่ไยดี
"ของฉันเน้นความคล่องตัว ไม่เหมือนคนบางคน..." ธามย่อตัวลงยองๆ ระดับเดียวกับผม กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นความสะอาดสดชื่นลอยเข้าจมูกจนผมต้องแอบชะงัก นิ้วเรียวยาวของเขาเอื้อมมาจิ้มหน้าผากผมเบาๆ ทีหนึ่งอย่างหมั่นไส้ "พกแม้กระทั่งเครื่องหนีบผม... น้ำนิว เธอจะไปทำวิจัยป่าไม้หรือจะไปประกวดนางงามภูธรครับ หืม?"
"ไอ้ธาม!" ผมร้องเสียงหลง หน้าเรื่อสีด้วยความอายเพราะความลับในเป้ถูกแฉต่อหน้าต่อตา รีบตะครุบปากกระเป๋าเป้ของตัวเองไว้แน่นจนแขนกาง "เรื่องของฉันสิ! ผมเผ้ามันก็ต้องดูแลป่ะวะ เกิดไปถ่ายงานกลางป่าแล้วหัวฟูถ่ายรูปออกมาไม่ปัง คะแนนกลุ่มเราก็พังตามดิ นายไม่เข้าใจศิลปะการใช้ชีวิตแบบบล็อกเกอร์สายเที่ยวเอาซะเลย"
"ครับ... ศิลปะการยัดบ้านทั้งหลังใส่เป้ใบเดียว" ธามหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพ่าห์จนผมรู้สึกเหมือนมีผีเสื้อบินวนอยู่ในท้องแปลกๆ ก่อนที่เขาจะถอนหายใจยาว ยื่นมือมาฉวยสายสะพายเป้ใบยักษ์ของผมไปแบกขึ้นบ่าตัวเองหน้าตาเฉย "ลุกขึ้นได้แล้วครับคุณหญิง แม่ประธานกลุ่มโทรตามสามรอบแล้ว รถตู้คณะรออยู่ที่หน้าคณะวิศวะโน่น ไม่เดินตอนนี้เราได้ตกรถแล้วไปนั่งรถเครื่องตามไปเองกลางเขาแน่นอน"
"เฮ้ย! เอาเป้ฉันคืนมานะเว้ย มันหนักนะเว้ยธาม!" ผมโวยวายลั่น พลางคว้าเป้ใบเล็กของตัวเองสะพายแล้ววิ่งตามแผ่นหลังกว้างที่ก้าวขายาวๆ นำลิ่วไปแล้ว
ตลอดทางเดินไปขึ้นรถตู้ เสียงบ่นกระปอดกระแปดของผมกับเสียงกวนประสาทของธามดังสลับกันไม่ขาดระยะ จนกระทั่งมาถึงรถตู้ประจำทริปที่จอดสตาร์ทเครื่องรออยู่ จ๋าและบอย สองสหายตัวชงประจำแก๊งโผล่หน้าออกมาจากกระจกหลังพร้อมทำหน้าล้อเลียนทันทีที่เห็นพวกเราเดินมาด้วยกัน
"แหมมม เดินถือกระเป๋าให้กันด้วย งูยยย เคมีคู่รักนักท่องเที่ยวสุดๆ อะแกรรร" จ๋าแกล้งทำเสียงสูงปรี๊ดจนเพื่อนร่วมกลุ่มคนอื่นหันมามองเป็นตาเดียว บอยก็ไม่น้อยหน้า ทำท่าเป่าปากแซวประกอบฉาก
"เงียบไปเลยนะยัยจ๋า!" ผมถลึงตาใส่เพื่อนสนิทพร้อมหน้าร้อนผ่าว รีบก้าวขึ้นรถแล้วพุ่งตัวไปนั่งเบาะหลังสุดริมหน้าต่างทันทีเพื่อหลบสายตาแซววอนโดนตบของเพื่อนรัก ส่วนธามเดินตามขึ้นมาเงียบๆ วางกระเป๋าเป้ทั้งของผมและของเขาไว้บนที่เก็บของด้านบนอย่างเป็นระเบียบ ก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งเบาะข้างๆ ผมอย่างเนียนๆ
พื้นที่เบาะหลังสุดค่อนข้างแคบเมื่อเทียบกับช่วงตัวของพวกเรา ไหล่กว้างของธามแทบจะเบียดชิดติดกับไหล่ของผมทุกครั้งที่รถตู้โยกยกลงตามแรงกระแทกของถนน ผมพยายามขยับตัวชิดริมหน้าต่างให้มากที่สุดจนแทบจะสิงร่างกับกระจกรถอยู่แล้ว แต่ดูเหมือนพ่อคุณจะแกล้ง ปล่อยให้ไหล่หนาๆ เบียดเข้ามาเรื่อยๆ จนผิวเนื้อผ่านเนื้อผ้าฮู้ดอุ่นๆ ส่งไอความร้อนแผ่ซ่านมาถึงตัวผม
"จะเบียดอะไรนักหนาวะเนี่ย ที่ตั้งกว้าง" ผมกระซิบเสียงลอดไรฟัน เอียงตัวไปกระแทกศอกใส่แขนเขาเบาๆ
"เบียดตรงไหนครับ ผมนั่งตรงกลางที่ของผมดีๆ" ธามทำหน้ามึนตีมึนใส่ ยักไหล่กวนๆ ก่อนจะเอียงตัวเข้ามาใกล้กว่าเดิมจนลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดซอกคอผม ทำเอาขนลุกซู่ "รถมันโค้งเยอะ น้ำนิวตัวเบา เดี๋ยวก็กลิ้งตกเบาะไปหรอก... มานี่มา"
พูดจบ มือหนาก็คว้าหมวกฮู้ดของผมดึงเข้ามาใกล้ แล้วใช้นิ้วเกี่ยวสายเข็มขัดนิรภัยดึงล็อกให้เสร็จสรรพในจังหวะเดียว ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างกันแค่คืบ ดวงตาคมกริบคู่นั้นมองตรงมาที่ผมด้วยประกายวิบวับบางอย่างที่ทำเอาสติสตางค์ของผมกระเจิงไปชั่วขณะ
"ข...ขอบใจ" ผมเสียงเบาหวิว หลบตาวูบหันหน้ามองออกไปนอกกระจกทันที หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมันประท้วงความตื่นเต้นนี้
รถตู้เคลื่อนตัวออกจากมหาวิทยาลัย มุ่งหน้าสู่เส้นทางธรรมชาติภาคเหนือ บรรยากาศสองข้างทางค่อยๆ เปลี่ยนจากตึกรามบ้านช่องเป็นทิวเขาเขียวขจี ท้องฟ้าโปร่งใสรับลมร้อนต้นฤดูฝน เพลงโฟล์คซองเบาๆ จากวิทยุหน้ารถคลอเคล้าไปกับการเดินทาง
ผ่านไปเกือบสามชั่วโมง ความเงียบเริ่มเข้าครอบงำผู้โดยสารในรถ หลายคนเริ่มสัปหงกหลับกันไปทีละคน รวมถึงผมที่เมื่อคืนมัวแต่จัดเป้จนนอนไปแค่สามชั่วโมง หนังตาเริ่มหนักอึ้ง หัวโยกซ้ายโยกขวาตามแรงเหวี่ยงของรถจนกระทั่ง... *โป๊ก!*
ศีรษะของผมโขกเข้ากับกระจกหน้าต่างรถเต็มแรงจนร้องโอ๊ยเบาๆ ยกมือขึ้นกุมขมับป้อยๆ
"เจ็บไหมล่ะ"
เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาข้างหูก่อนที่ฝ่ามืออุ่นจัดของธามจะเอื้อมมาวางทับลงบนกลุ่มผม นวดคลึงเบาๆ ตรงจุดที่โขกกระจกเมื่อครู่ ความอบอุ่นจากมือเขาถ่ายทอดความนุ่มนวลชวนใจสั่นเข้ามาจนผมลืมความเจ็บไปสนิท ธามขยับตัวเข้ามาอีกนิด แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนจนผิดคาด
"ซุ่มซ่ามจริง... อยากนอนก็ซบไหล่ฉันนี่ มา... ไม่ให้ยืมค่าเช่าหรอกนะ"
ผมช้อนตาขึ้นมองเขาอย่างลังเล แต่ความง่วงและอาการปวดหัวมันรุมเร้าเกินกว่าจะฟอร์มจัดต่อได้ ผมค่อยๆ เอนศีรษะลงซบลงบนไหล่กว้างของธามอย่างจำยอม กลิ่นหอมสะอาดประจำตัวของเขาลอยวนอยู่ใกล้จมูกยิ่งทำให้รู้สึกผ่อนคลาย มือหนาของธามขยับมาโอบไหล่ผมไว้หลวมๆ คอยประคองไม่ให้หัวผมโขกกระจกอีกระหว่างทาง
ทริปแรกของการเดินทางครั้งนี้เริ่มต้นด้วยความวุ่นวายและเสียงทะเลาะ แต่วินาทีที่รถตู้แล่นผ่านโค้งภูเขาเข้าสู่เขตป่าเขา ลมเย็นๆ ที่พัดผ่านกระจกกับไออุ่นจากคนที่นั่งข้างๆ กลับทำให้ผมรู้สึกว่า... การเดินทางครั้งนี้ อาจจะไม่แย่อย่างที่คิด
หรือบางที... มันอาจจะดีเกินไปจนน่ากลัวเลยด้วยซ้ำ
แชตกลุ่ม **"แก๊งตัวชงกระโดดตบ"** เด้งเตือนขึ้นมาบนหน้าจอมือถือที่คว่ำอยู่บนตักผม ธามที่เหลือบไปเห็นหน้าจอพอดีเอื้อมมือไปหยิบขึ้นมาเปิดอ่านด้วยความถือวิสาสะ หน้าจอแสดงข้อความล่าสุดจากจ๋าที่ส่งเข้ามาแบบสดๆ ร้อนๆ
*[จ๋า]: แกๆ ดูรูปที่ฉันแอบถ่ายดิ... พระเอกนางเอกซบไหล่กันหวานฉ่ำกลางรถตู้ ทริปนี้มีแววได้แต่งแน่ๆ ฮิ้วววว!*
*[บอย]: เหมาะสม! แจกการ์ดเมื่อไหร่บอกด้วยนะเพื่อน*
ธามอ่านข้อความนั้นแล้วแค่นเสียงหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ นิ้วเรียวยาวกดพิมพ์ตอบกลับไปในกลุ่มโดยที่ผมยังไม่ทันได้แย่งมือถือคืน
*[ธาม]: กำลังคิดอยู่เหมือนกันครับว่าจะขอหมั้นที่ยอดดอยเลยดีไหม*
ดวงตาคมหันกลับมามองผมที่กำลังเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นสีแดงจัดจนลามไปถึงใบหู หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าตอนรถตกหลุมเสียอีกเมื่อรอยยิ้มเจ้าเลفةปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของคนปากแซ่บ
"ไอ้ธาม! นายส่งอะไรไปวะ! ยกเลิกเดี๋ยวนี้เลยนะ!" ผมโวยวายเสียงดังลั่นรถจนเพื่อนๆ ในรถหันมามองเป็นตาเดียว แต่ธามกลับหัวเราะร่วน รวบมือผมทั้งสองข้างไว้ด้วยมือเดียวแล้วดึงมากดแนบอกตัวเองแน่น
"ไม่ยกเลิกครับ... และเตรียมตัวไว้เลยนะน้ำนิว ว่าจบทริปนี้ เรามีเรื่องต้องเคลียร์กันยาวแน่ๆ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและแบ่งปันรอยยิ้มไปด้วยกันในทุกๆ หน้ากระดาษนะครับ
คุณชายปากแซ่บกับยัยรูมเมตตัวแสบ•ตอนที่ 4
ทริปแรกก็เจอเรื่อง
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายปากแซ่บกับยัยรูมเมตตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!