เสียงกริ่งเตือนชั้นจอดรถใต้ดินดังขึ้น ราวกับสัญญาณเตือนภัยในยามที่โลกกำลังจะแตกสลาย รินทร์แทบหยุดหายใจ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก มือเล็กที่เมื่อครู่ยังผลักอกแกร่งของเจ้านายหนุ่มออกไป ตอนนี้กลับเปลี่ยนเป็นกำชายเสื้อสูทราคาแพงของเขาไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว
นอกกระจกใสของตัวลิฟต์ ท่าลานจอดรถวีไอพีที่ควรจะว่างเปล่าในยามวิกาล กลับมีร่างสูงโปรดของ 'ภาคิน' อดีตคู่ค้าคนสำคัญและศัตรูหัวใจเบอร์หนึ่งของคินน์กำลังก้าวเท้าย่างสามขุมเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ
ชายคนนั้นกำลังถือแฟ้มเอกสารบางอย่างพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่รินทร์จำได้แม่น... รอยยิ้มของผู้ชายที่ชอบเข้ามาปั่นป่วนชีวิตเธอและจ้องจะเลื่อยขาเก้าอี้ประธานของคินน์ทุกครั้งที่มีโอกาส
"ซวยแล้ว..." รินทร์พึมพำเสียงสั่น ใบหน้าเนียนซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด "ถ้าเขาเห็นเราอยู่ในสภาพนี้... ผมตายแน่... ไม่สิ คุณนั่นแหละที่จะตาย!"
คินน์ไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกอย่างที่เธอคิด ใบหน้าคมคายฉายแววหงุดหงิดระคนเย็นชา ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบตัวลิฟต์โดยสารที่กำลังเคลื่อนตัวอย่างเชื่องช้าเหลือเกินในความรู้สึกของคนทั้งคู่ ก่อนที่เขาจะตัดสินใจทำบางสิ่งที่ทำให้หัวใจของเลขาฯ สาวกระโดดขึ้นมาอยู่ที่คอหอย
พรึบ!
ร่างสูงใหญ่ดึงตัวรินทร์เข้าไปชิดอกโดยไม่ทันตั้งตัว แผ่นหลังของเธอชนเข้ากับผนังโลหะเย็นเฉียบของลิฟต์ ก่อนที่แขนแกร่งจะยกขึ้นกักขังเธอไว้ด้วยการท้าวแขนทั้งสองข้างคร่อมร่างของเธอไว้ ร่างของคินน์โน้มลงมาประชิดจนหน้าผากของเขากับเธอแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรับรู้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นโครมครามแข่งกับเสียงเครื่องยนต์
"คุณคินน์! บ้าหรือเปล่า หลบไปนะ เดี๋ยวเขาก็เห็นหรอก!" รินทร์กระซิบเสียงลอดไรฟัน มือเล็กดันแผงอกเขาไว้สุดแรง แต่สำหรับคินน์แล้ว แรงแค่นั้นไม่ต่างอะไรกับการแมวข่วน
"อยู่นิ่ง ๆ ยัยตัวแสบ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยคาดโทษ ชิดริมฝีปากจนเธอสัมผัสได้ถึงไออุ่น "ถ้าไม่อยากให้ไอ้สารเลวนั่นรู้ว่าเราสองคนทำอะไรกันอยู่ในนี้ก่อนที่ประตูจะปิดสนิท ก็หุบปากแล้วซุกอกผมซะ"
"ฉันไม่ได้ทำอะไร... อื้อ!"
คำพูดท้วงติงถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อคินน์ก้มลงฉวยโอกาสปิดกั้นริมฝีปากนุ่มที่เอาแต่เถียงเขาไม่หยุด สัมผัสหนักหน่วงแต่แฝงด้วยความเร่าร้อนแผ่ซ่านไปทั่วโพรงปาก รินทร์เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง สมองขาวโพลนไปหมด แรงต้านทานที่มีมลายหายไปในพริบตา กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่จาง ๆ บนตัวเขาทำให้เธอเคลิบเคลิ้มอย่างน่าประหลาด มือที่เคยดันอกเขาเปลี่ยนเป็นกำปกเสื้อสูทของเขาแน่นขึ้นโดยสัญชาตญาณ
ติ๊ง!
เสียงสัญญาณลิฟต์ชั้นจอดรถดังขึ้น พร้อมกับบานประตูเหล็กที่ค่อย ๆ แยกตัวออกจากกันช้า ๆ
ในวินาทีนั้นเอง คินน์ผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง เขาใช้มือหนาอีกข้างโอบท้ายทอยของรินทร์ให้ซบลงกับอกแกร่งของตนเองทันที ขณะที่สายตาคมกริบดุจพญาอินทรีย์หันไปมองแขกที่ไม่ได้รับเชิญซึ่งก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าลิฟต์พอดี
"อ้าว... คุณคินน์ ยังไม่กลับอีกเหรอครับเนี่ย นึกว่ากลับไปเคลียร์งานที่บ้านพักเสียอีก" เสียงทุ้มกวนประสาทของภาคินดังขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่แฝงความเย้ยหยัน
รินทร์ที่ซบอยู่บนอกของคินน์ ตัวแข็งทื่อราวกับถูกแช่แข็ง หัวใจเต้นแรงจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน เธอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ มือจิกเข้าที่เสื้อของคินน์แน่นขึ้นไปอีกเพื่อระบายความตึงเครียด
คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือความเย่อหยิ่งและรำคาญใจอย่างไม่ปิดบัง "เรื่องของผมมันไม่ใช่กงการอะไรที่คุณต้องมาใส่ใจนี่ ภาคิน... หรือว่างานในโปรเจกต์ใหม่มันว่างมาก จนต้องมาเดินตรวจตึกคนอื่นตอนดึก ๆ แบบนี้?"
"เปล่าหรอกครับ ผมแค่ลืมเอกสารสำคัญไว้บนห้องประชุมชั้นสิบ... ว่าแต่..." ภาคินหรี่ตามองเข้าไปในลิฟต์ด้วยความสงสัย เมื่อเห็นสภาพของประธานหนุ่มที่กระดุมเสื้อเชิ้ตหลุดลุ่ยไปสองเม็ด เนคไทหลวมโครก และที่สำคัญ... ข้างกายเขามีร่างของเลขาฯ สาวคนสนิทที่กำลังยืนก้มหน้าหลบสายตาอยู่ "คุณคินน์มาทำอะไรกับคุณรินทร์ดึกดื่นป่านนี้ในลิฟต์ส่วนตัวเหรอครับ? หรือว่า... กำลังตรวจงาน 'เชิงลึก' กันอยู่?"
บรรยากาศในลิฟต์ลดอุณหภูมิลดฮวบทันที ความกดดันแผ่ซ่านจนแทบหายใจไม่ออก คินน์ตวัดสายตาดุดันมองหน้าคู่ปรับเก่า รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างสูงจนภาคินต้องชะงักไปเล็กน้อย
"ปากดีแบบนี้ ระวังโปรเจกต์ที่คุณถืออยู่จะหลุดมือไปแบบไม่รู้ตัวนะ ภาคิน" คินน์เอ่ยเสียงเย็นเยียบไร้ความปรานี "เรื่องของผมกับเลขาฯ จะทำอะไร มันก็สิทธิ์ของผม ไสหัวไปซะ ก่อนที่ผมจะหมดความอดทนแล้วซัดคุณคาตีนตรงนี้"
ภาคินหัวเราะในลำคออย่างไม่สะทกสะท้าน แม้จะแอบเกรงรังสีอำมหิตของอีกฝ่ายอยู่บ้าง "โห... ดุเป็นหมาหวงก้างเลยนะครับ ประธานคินน์ ระวังเถอะ ของดี ๆ แบบนี้ ถ้าดูแลไม่ดี ระวังจะหลุดมือมาอยู่กับผมนะ"
พูดจบ ภาคินก็ยักไหล่อย่างกวนประสาทแล้วเดินเลี่ยงออกไปทางห้องประชุมทันที โดยไม่ทันสังเกตเห็นมือหนาของคินน์ที่กำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนด้วยความโกรธ
ติ๊ง!
ประตูลิฟต์ปิดลงอีกครั้งเมื่อภาคินเดินลับสายตาไป
บรรยากาศภายในกลับมาเงียบสงบ แต่มันอัดแน่นไปด้วยความตึงเครียด รินทร์รีบผละออกจากอกแกร่งทันที ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู เธอหันไปมองคินน์ด้วยสายตาค้อนขวับ
"คุณฉวยโอกาส!" รินทร์เอ่ยตัดพ้อด้วยความโมโห ปนความเขินอายที่ตีรวนอยู่ในอก "ใครใช้ให้คุณจูบฉันเล่า! ถ้าเขาเห็นขึ้นมาจริง ๆ ฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!"
คินน์ถอนหายใจยาวนาน มือหนายกขึ้นเสยผมดกดำของตัวเองลวก ๆ ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดตัวเลขาฯ สาวอีกครั้งจนเธอต้องถอยหลังไปชนมุมลิฟต์ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่กำลังสั่นระริก
"ถ้าผมไม่ทำแบบนั้น แล้วคุณมีวิธีที่ดีกว่านี้หรือไงที่จะทำให้ไอ้บ้านั่นไม่สงสัยเรา?" คินน์เสียงเข้ม แต่แววตาไหววับ "หรือว่า... คุณอยากให้มันรู้ว่าเรากำลังยืนกอดกันกลมอยู่ในลิฟต์?"
"มันก็ไม่ต้องถึงกับจูบไหมล่ะ!" รินทร์เถียงเสียงแข็ง ใบหน้าร้อนผ่าวเมื่อนึกถึงสัมผัสเมื่อครู่ "คุณฉวยโอกาสชัด ๆ เจ้านายบ้าอำนาจ!"
"ปากเก่งนักนะ" คินน์โน้มใบหน้าลงมาใกล้ จนรินทร์ต้องรีบหลบสายตา "จำไว้... ที่ผมทำไป ก็เพื่อปกป้องความลับของเราสองคน"
"ความลับอะไร ไม่มีใครเขามีความลับกับคุณสักหน่อย!"
"ไม่มีเหรอ?" คินน์กระตุกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้รินทร์รู้สึกใจคอไม่ดี "งั้นที่หัวใจคุณเต้นแรงจนผมได้ยินตอนที่กอดเมื่อกี้... จะอธิบายว่ายังไง หืม... ยัยตัวแสบ"
รินทร์อ้าปากค้าง สมองประมวลผลไม่ทันกับคำพูดหน้าไมอายของเขา เธอกำหมัดแน่นเตรียมจะเงื้อมือขึ้นฟาดแขนแกร่งสักทีข้อหาลามปาม แต่ทว่า...
กริ๊งงงง!
เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของคินน์ดังขึ้นทำลายบรรยากาศชวนใจเต้นระทึก ชายหนุ่มขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ เขายอมผละออกห่างจากรินทร์อย่างไม่เต็มใจนัก ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ
เพียงแค่กวาดตามองชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอสมาร์ทโฟน รัศมีคุกรุ่นเมื่อครู่ก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิม
รินทร์แอบชำเลืองมองด้วยความสงสัย และทันทีที่เธอเห็นชื่อบนหน้าจอ หัวใจที่เพิ่งสงบลงก็กลับกระตุกวูบตกลงไปถึงตาตุ่ม...
ชื่อที่แสดงอยู่บนนั้น ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็น 'คุณหญิงแม่' ของคินน์... ผู้หญิงที่เกลียดขี้หน้ารินทร์เข้าไส้ และกำลังเดินทางมาที่บริษัทในยามวิกาลแบบนี้!
"รับสายสิครับ... ประธานคินน์" รินทร์กระซิบเสียงสั่นระริก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกขั้นสุด "แม่คุณมาถึงที่นี่แล้ว... และถ้าท่านรู้ว่าเราอยู่กันสองต่อสองในสภาพนี้ ชีวิตฉันจบเห่แน่!"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "มหายุทธ์ไร้เทียมทาน" เสมอมานะครับ
เจ้านายครับ...อย่าหาเรื่องรัก•ตอนที่ 10
ความลับที่เกือบหลุด
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ...อย่าหาเรื่องรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!