"รับสายสิครับ... ประธานคินน์"
รินทร์กระซิบเสียงสั่นระริก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกขั้นสุด
"แม่คุณมาถึงที่นี่แล้ว... และถ้าท่านรู้ว่าเราอยู่กันสองต่อสองในสภาพนี้ ชีวิตฉันจบเห่แน่!"
ปลายนิ้วเรียวที่พยายามดันแผงอกแกร่งออกห่างสั่นเทาจนน่าใจหาย แรงสั่นสะเทือนจากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานที่แผดเสียงแหลมยาวราวกับเสียงไซเรนเตือนภัย ยิ่งขับเน้นบรรยากาศตึงเครียดในห้องทำงานส่วนตัวให้พุ่งทะยานสู่จุดวิกฤต
แต่เจ้าของร่างสูงใหญ่ที่คร่อมทับเธออยู่กลับไม่มีทีท่าว่าจะสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย คินน์ก้มมองเลขาฯ สาวที่กำลังหน้าตาตื่นตระหนกด้วยแววตานิ่งสนิท นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นฉายประกายดุดันและเอาแต่ใจตามประสาคนที่ไม่เคยต้องยอมจำนนต่อสถานการณ์ใดในชีวิต
"ปล่อยฉันนะ!" รินทร์กดเสียงต่ำลอดไรฟัน พยายามบิดตัวหนีวงแขนแข็งแรงที่กักขังเธอไว้ระหว่างพนักโซฟาหนังราคาแพงกับร่างหนาๆ ของเขา "คุณแม่คุณยืนอยู่หน้าลิฟต์แล้วมั้งตอนนี้! ถ้าท่านเปิดประตูเข้ามาแล้วเห็นเรา..."
"เห็นว่าอะไรครับ?" คินน์ขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนเธอด้านชาไปชั่วขณะ ใบหน้าคมคายโน้มต่ำลงมาอีกนิด จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นกาแฟเข้มข้นรินรดอยู่บนพวงแก้มแดงก่ำ "เห็นว่าลูกชายกำลังเคลียร์ใจกับเลขาฯ หรือเห็นว่าเราสองคนกำลังทำเรื่องที่ทำให้ผู้ใหญ่ต้องปวดหัวดีล่ะครับ"
"นี่คุณ!" รินทร์ตาสว่างวาบด้วยความโมโห มือเล็กที่เคยพยายามผลักไสเปลี่ยนเป็นกำหมัดทุบลงบนลาดไหล่กว้างเบาๆ อย่างเหลืออด "มันใช่เวลามาเล่นลิ้นไหมคะ... เอ๊ย! ไหมครับ! คุณนี่มัน..."
เธอเกือบหลุดคำลงท้ายต้องห้ามออกไปเสียแล้ว ดีที่สติสัมปชัญญะอันน้อยนิดดึงกลับมาทันในเสี้ยววินาที ทว่าท่าทางตื่นตูมจนหน้าดำหน้าแดงของเธอกลับทำให้คินน์หลุดหัวเราะในลำคออย่างนึกสนุก
หมอนี่... เขามีอารมณ์ขันในเวลาแบบนี้เนี่ยนะ!
เสียงโทรศัพท์มือถือเงียบลงไปชั่วพริบตา ก่อนจะแผดเสียงแหลมขึ้นมาใหม่อย่างไม่ลดละ ราวกับว่าคุณหญิงมารศรีผู้เป็นมารดาบังเกิดเกล้าของประธานหนุ่มไม่มีทางยอมแพ้จนกว่าจะได้รับคำตอบ
คินน์ถอนหายใจยาวอย่างขัดใจ ยอมผ่อนแรงกดที่ทาบทับลงมาเล็กน้อย เปิดโอกาสให้รินทร์สูดอากาศเข้าปอดได้เต็มอิ่ม ทว่าเขาก็ยังไม่ยอมขยับออกห่างไปไหน มือข้างหนึ่งยังคงยันพนักโซฟาเอาไว้ กักตัวเธอไว้ในอาณาเขตของเขาอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
รินทร์รีบยกมือขึ้นจัดเสื้อสูทเข้ารูปและกระดุมเสื้อเชิ้ตที่เกือบจะหลุดลุ่ยให้เข้าที่เข้าทาง หัวใจในอกเต้นโครมครามราวกับกลองเพลิง ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างกำลังตีรวนอยู่ในอกจนเธอต้องขมวดคิ้วมุ่น
*มันไม่ใช่แค่ความกลัว...*
ความจริงข้อนี้เพิ่งตอกย้ำลงกลางใจเธออย่างรุนแรง ขณะที่สายตาคมกริบของคินน์ไล่สำรวจทุกตารางinchบนใบหน้าของเธอ
ปกติแล้ว... เวลาที่ผู้ชายคนนี้เข้าใกล้ รินทร์จะรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแม่เสือสาวที่พร้อมตะปบหน้าคนที่บังอาจมาล้ำเส้น แต่ทำไมในวินาทีนี้ วินาทีที่ความเสี่ยงระดับหายนะกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ประตูห้องทำงาน ความคิดแรกที่วิ่งเข้ามาในหัวของเธอกลับไม่ใช่การเอาตัวรอดจากการถูกไล่ออก
แต่กลับเป็น... สัมผัสอุ่นๆ จากฝ่ามือของเขาเมื่อครู่ และกลิ่นกายสะอาดๆ ที่เจือจางอยู่ในอากาศรอบตัวเขาต่างหาก!
*บ้าไปแล้ว... รินทร์ เธอต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ*
เธอกัดริมฝีปากแน่น พยายามปัดเป่าความคิดฟุ้งซ่านออกจากหัวสมอง ขณะที่คินน์เอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์บนโต๊ะขึ้นมาด้วยท่าทางเอื่อยเฉื่อยราวกับกำลังจะรับสายเพื่อนสนิท ไม่ใช่คุณแม่ผู้ทรงอิทธิพลที่คุมบังเหียนบริษัทในเครือทั้งหมด
"รับสิครับ... เดี๋ยวมารดาผู้ประเสริฐจะบุกพังประตูเข้ามาจริงๆ" รินทร์กระซิบเตือนด้วยน้ำเสียงคาดโทษ
คินน์ปรายตามองเธอแวบหนึ่ง มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างเหนือกว่า ก่อนจะกดรับสายแล้วกรอกเสียงลงไปนิ่งๆ
"ครับแม่..."
รินทร์กลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ เธอนั่งตัวเกร็ง ขยับตัวขุกขักพยายามจะลุกหนีออกจากโซฟาตัวยาว แต่คินน์กลับไวกว่า เขาใช้มืออีกข้างคว้าข้อแขนเรียวเอาไว้เบาๆ ไม่ให้เธอขยับไปไหน แรงบีบที่พอเหมาะพอเจาะนั้นไม่ได้เจ็บ แต่เด็ดขาดจนเธอต้องจำยอมนั่งนิ่งๆ อยู่ในระยะประชิด
*(เสียงปลายสายลอดออกมา)* "คินน์! ลูกอยู่ไหน ทำไมโทรหาไม่ยอมรับสาย แม่ยืนรออยู่ที่หน้าห้องทำงานร่วมครึ่งชั่วโมงแล้วนะ!"
เสียงทรงอำนาจของคุณหญิงมารศรีดังทะลุโทรศัพท์ออกมาจนรินทร์สะดุ้งสุดตัว เธอนิ่วหน้าส่งสายตาพิฆาตใส่คินน์ เป็นเชิงบอกว่า *'เห็นไหมล่ะ บอกแล้ว!'*
แต่พ่อประธานหนุ่มตัวดีกลับทำหน้าตาย เขายกยิ้มมุมปากอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว "พอดีผมติดประชุมสายด่วนกับต่างประเทศครับแม่... เสียงในห้องประชุมมันค่อนข้างดัง เลยไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ ว่าแต่แม่มีธุระด่วนอะไรเหรอครับ ถึงได้มาหาผมถึงบริษัทเองแบบนี้"
รินทร์แอบเบ้ปากหมั่นไส้ในใจ *ประชุมสายด่วนกับผีส่ะสิ ประชุมบนโซฟากับเลขาฯ น่ะสิไม่ว่า!*
"ประชุมด่วนอะไรของแก หน้าห้องไม่มีใครอยู่เลยสักคน แถมประตูก็ล็อค! นี่ลูกแอบทำอะไรลับลมคมในอยู่ในนั้นหรือเปล่า หืม?" น้ำเสียงของคุณหญิงหรี่ลงอย่างจับผิด ทำเอารินทร์ที่นั่งลุ้นอยู่ข้างๆ เผลอกำชายเสื้อสูทของตัวเองแน่นจนยับยู่ยี่ เหงื่อกาฬเริ่มผุดซึมตามไรผม ทั้งๆ ที่เครื่องปรับอากาศในห้องทำงานตัวนี้เปิดไว้แค่ยี่สิบสององศา
คินน์เหลือบมองใบหน้าหวานที่กำลังซีดเผือดด้วยความหวาดระแวง เขากระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นมากะทันหัน ก่อนจะตอบเสียงนุ่มนวลชวนหมั่นไส้
"ผมจะไปทำอะไรลับลมคมในล่ะครับแม่... ห้องทำงานผม กว้างขวางออกขนาดนี้ ถ้าแม่สงสัย งั้นเดี๋ยวผมเปิดประตูให้เข้ามาดูด้วยตาตัวเองเลยดีไหมครับ ว่าผม 'ทำงาน' อยู่จริงๆ หรือเปล่า"
*อีตาบ้าคินน์! นายจะบ้าเหรอ!*
รินทร์เบิกตากว้างจนแทบหลุดจากเบ้า เธอยกมือขึ้นโบกไม้โบกมือปฏิเสธพัลวัน ปากขยับเป็นคำพูดไร้เสียงว่า *'ห้ามเด็ดขาดนะ!'* พร้อมกับส่งสายตาดุดันคาดโทษไปให้เขาชุดใหญ่
ท่าทางลนลานราวกับแมวตื่นตูมของเลขาฯ สาว ทำให้คินน์นึกอยากแกล้งให้หนักขึ้นไปอีก เขาแกล้งขยับตัวเข้าหาเธออีกนิด จนไหล่กว้างแนบชิดกับลาดไหล่บอบบาง สร้างความตื่นตระหนกให้เธอจนต้องเผลอคว้าปกเสื้อเชิ้ตของเขาไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยว
*(ปลายสายเงียบไปอึดใจหนึ่ง)* "ไม่ต้อง! แม่ไม่ได้ว่างมาตรวจห้องแกนะคินน์ พอดีคุณหญิงพรรณรายเขาชวนแม่ไปจิบน้ำชายามบ่ายที่โรงแรมหรู ฉันแค่แวะเอาเอกสารสำคัญมาให้... วางไว้ที่โต๊ะเลขาฯ หน้าห้องก็สิ้นเรื่อง!"
รินทร์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาด้วยความโล่งอก ราวกับยกภูเขาออกจากอก เธอยกมือขึ้นทาบอก หลับตาปี๋ด้วยความโล่งใจที่รอดพ้นจากหายนะหวุดหวิด
"ครับแม่... วางไว้ตรงโต๊ะหน้าห้องนั่นแหละครับ เดี๋ยวผมให้รินทร์จัดการต่อเอง" คินน์ตอบรับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้พิรุธใดๆ
"อ้อ... แล้วก็บอกเลขาฯ ตัวดีของแกด้วยนะ ว่ารอบหน้าถ้าปล่อยให้แขกผู้ใหญ่มารอเก้อแบบนี้อีก ฉันจะจัดการเอง... แค่นี้แหละ!"
*ติ๊ด!* สัญญาณสายตัดไปแล้ว
ความเงียบสงบกลับคืนสู่ห้องทำงานส่วนตัวอีกครั้ง ทว่าบรรยากาศกลับไม่เหมือนเดิม รินทร์ที่เพิ่งผ่อนคลายลงได้ไม่ถึงวินาที ค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ แล้วก็ต้องพบว่า ระยะห่างระหว่างเธอกับผู้ชายตรงหน้ามันแทบจะไม่มีเหลืออยู่แล้ว
ใบหน้าคมคายอยู่ใกล้แค่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่บริเวณริมฝีปากของเธอ นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นกำลังจ้องมองเธอด้วยประกายแสงบางอย่างที่อ่านไม่ออก แต่มันกลับร้อนแรงเสียจนทำให้ผิวแก้มของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ
รินทร์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเจ้ากรรมเต้นแรงจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก มือข้างที่ยังกำปกเสื้อเชิ้ตของเขาอยู่เผลอออกแรงกำแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
"อ่ะ... คุณ... แม่คุณไปแล้ว ปล่อยฉันได้แล้วมั้งคะ... เอ๊ย! ครับ!" เธอเสียงสั่น พยายามดึงสติกลับมาควบคุมสถานการณ์เฉพาะหน้าให้ได้มากที่สุด
คินน์ไม่ยอมขยับ เขายังคงใช้สายตาคู่นั้นสำรวจเธอนิ่งๆ ราวกับกำลังพิจารณาผลงานชิ้นเอกชิ้นโปรด
"กลัวเหรอครับ?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามแผ่วเบา ชิดริมฝีปากของเธอจนความอุ่นร้อนส่งผ่านถึงกัน
"ใคร... ใครกลัวกันเล่า!" รินทร์เชิดหน้าขึ้นเถียงกลบเกลื่อน ทั้งที่เสียงของตัวเองสั่นจนน่าเกลียด "ฉันแค่ไม่อยากมีปัญหากับคุณผู้หญิงต่างหาก คุณก็รู้ว่าแม่คุณดุแค่ไหน ถ้าท่านเข้าใจเราผิด ชีวิตการทำงานของฉันในบริษัทนี้คงไม่เหลือชิ้นดีแน่ๆ!"
"หึ..." คินน์หลุดหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อย "กลัวแม่ผมเข้าใจผิด... หรือว่ากลัว 'ใจตัวเอง' ที่เผลอคิดอะไรเกินเลยกับผมกันแน่ครับ... รินทร์"
คำถามทิ่มแทงใจดำนั้นพุ่งตรงเข้าเป้าอย่างจัง รินทร์ชะงักกึก ราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางหัวสมอง คำแก้ตัวทั้งหมดที่เตรียมไว้พังทลายลงในพริบตา
ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ ปากอ้าค้างเล็กน้อยราวกับอยากจะเถียง แต่กลับไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาจากลำคอได้เลยสักคำ
ความรู้สึกบางอย่างที่เธอพยายามหลบ
พยายามปฏิเสธ
และพยายามขีดเส้นแบ่งมาตลอด...
ในวินาทีนี้ มันกำลังเริ่มพร่าเลือนจนมองไม่เห็นขอบเขตอีกต่อไปแล้ว!
คินน์โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนริมฝีปากหยักลึกเกือบจะแนบชิดกับริมฝีปากอิ่มของเธอ เขากระซิบด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่สั่นประสาทคนฟังให้หลุดลอยเข้าไปในภวังค์
"ถ้าขอบเขตที่เราขีดไว้... มันเริ่มพังทลายลงเรื่อยๆ แบบนี้..."
นิ้วเรียวแกร่งของเขาเอื้อมขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ระแก้มให้อย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นนุ่มนวลและอันตรายจนเธอแทบหยุดหายใจ
"...เรายังจะแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นมันอีกนานแค่ไหนล่ะครับ... เลขาฯ คนเก่ง"
รินทร์สมองขาวโพลน หัวใจเต้นรัวเร็วราวกับจะระเบิด เธอกำลังจะอ้าปากปฏิเสธข้อกล่าวหานั้น ทว่าก่อนที่เธอจะได้เปล่งเสียงใดออกมา...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับบานประตูกระจกฝ้าที่ค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกโดยฝีมือของใครบางคนที่ถือวิสาสะเข้ามา โดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาตแม้แต่น้อย!
"พี่รินทร์! แกอยู่ข้างในหรือเปล่า ฉันมีเรื่องด่วนจะ..."
เสียงใสแจ๋วของพาย เพื่อนสนิทตัวชงเบอร์หนึ่งดังลั่นห้อง ทว่าประโยคทั้งหมดกลับกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อสายตาเจ้ากรรมดันกวาดมาเห็นภาพบาดตาบาดใจ—
ภาพที่ท่านประธานหนุ่มปากร้าย กำลังคร่อมทับเลขาฯ สาวคนสนิทบนโซฟา ในระยะประชิดที่แนบชิดชนิดที่ว่าแทบไม่มีอากาศแทรกผ่าน!
รินทร์เบิกตากว้างจนแทบถลน ขณะที่คินน์ชะงักค้าง หันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยสายตาดุดันที่พร้อมจะสังหารคนได้ทันที!
---
*ขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของ "มหายุทธ์ไร้เทียมทาน" เสมอมานะครับ!*
เจ้านายครับ...อย่าหาเรื่องรัก•ตอนที่ 11
ขอบเขตที่เริ่มพร่าเลือน
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ...อย่าหาเรื่องรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!