กลิ่นแอลกอฮอล์จาง ๆ ที่ปะปนกับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงบนตัวคินน์ ไม่ได้ทำให้สติของผมกระเจิงเท่ากับประโยคกำกวมที่เขากระซิบไว้เมื่อครู่ ประโยคมันยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท วนเวียนซ้ำไปซ้ำมาราวกับแผ่นเสียงตกร่อง
*“ผมจะขังคุณไว้ข้างกายผมแบบนี้... ไปตลอดชีวิตครับ”*
บ้าที่สุด... นี่มันประโยคสารภาพรักหรือคำประกาศิตของมาเฟียกันแน่ครับ
ผม—รินทร์ เลขานุการผู้กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตการณ์หัวใจครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต พยายามดันแผงอกกว้างของเจ้านายหนุ่มออกให้ห่าง แต่มือเจ้ากรรมดันสั่นระริกเสียจนความน่าเกรงขามที่สะสมมาทั้งปีหล่นหายไปในพริบตา คินน์ในยามนี้ไม่ใช่ท่านประธานผู้เย่อหยิ่งและเผด็จการคนเดิม แต่ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววดุดันคู่นั้น กลับฉาบไล้ด้วยประกายความอ้อนวอนบางเบาที่ถูกแอลกอฮอล์แผดเผาจนไร้เกราะป้องกัน
"คุณคินน์ครับ..." ผมพยายามกดเสียงให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งที่หัวใจข้างซ้ายเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุกระดูกซี่โครงออกมาอยู่แล้ว "คุณเมามากแล้วนะครับ ปล่อยผมได้แล้ว"
"ผมไม่ได้เมา..." เสียงทุ้มต่ำพึมพำชิดริมฝีปากของผม ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นเหล้าเบียร์รินรดอยู่บนพวงแก้ม จนผมต้องเอียงคอหลบโดยสัญชาตญาณ "รินทร์... คุณเคยฟังเวลาที่คนเราพูดความจริงตอนเมาไหมครับ?"
"ไม่เคยครับ และไม่อยากฟังด้วย ปล่อยสิครับ!"
ผมออกแรงผลักอีกครั้งอย่างเต็มแรง คราวนี้คินน์ยอมถอยหลังไปครึ่งก้าวตามแรงผลัก แต่สายตาคมกราบยังคงจดจ้องผมไม่วางตา ราวกับกลัวว่าถ้าเขากะพริบตาเพียงเสี้ยววินาที ผมจะหายตัวทะลุกำแพงหนีไปเสียอย่างนั้น
บรรยากาศในห้องทำงานส่วนตัวที่ปิดไฟมืดสนิท มีเพียงแสงไฟนีออนจากตึกสูงระฟ้าภายนอกที่สาดส่องเข้ามาผ่านกระจกใส ยิ่งขับให้บรรยากาศระหว่างเราสองคนชวนอึดอัดและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด คินน์ยกมือขึ้นเสยผมที่ปรกลงมาปรกหน้าผากอย่างหงุดหงิด ก่อนจะสาวเท้าเข้ามาประชิดตัวผมอีกครั้งด้วยความเร็วที่ตั้งตัวไม่ทัน
พรึบ!
แผ่นหลังของผมชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบอย่างจัง ก่อนที่ฝ่ามือหนาจะยกขึ้นทาบลงบนผนังทั้งสองข้าง กักขังร่างของผมไว้ในอาณาเขตของเขาโดยสมบูรณ์ ท่าทางแบบนี้... มันคือท่าคลาสสิกที่ผมมักจะเห็นในนิยายรักน้ำเน่าที่พายเพื่อนสนิทของผมชอบอ่านไม่มีผิดเพี้ยน แต่พอมาเกิดขึ้นกับตัวเองจริง ๆ แล้วบอกเลยว่ามันไม่มีความโรแมนติกหลงเหลืออยู่เลย มีแต่ความหวาดเสียวว่าสติของท่านประธานจะหลุดไปถึงดาวอังคารเมื่อไหร่ต่างหาก
"คุณรินทร์..." คินน์เรียกชื่อผมด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มนุ่มและแหบพร่าเป็นพิเศษ ดวงตาคู่คมจ้องลึกลงมาในดวงตาของผมราวกับต้องการจะทะลวงเข้าไปอ่านความคิดข้างใน "ตลอดเวลาที่ผ่านมา... คุณคิดว่าผมแกล้งทำเป็นใจร้ายกับคุณเพราะอะไรครับ?"
ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ปลายจมูกของเราแทบจะชนกันอยู่รอมร่อ "เพราะคุณเป็นคนเผด็จการไงครับ... และชอบแกล้งผมเป็นงานอดิเรก"
มุมปากหยักสวยยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้กวนประสาทเหมือนทุกที แต่กลับเปี่ยมไปด้วยความเหนื่อยล้าและจริงจังอย่างน่าประหลาด "ผิดครับ..." คินน์กระซิบแผ่วเบา "เหตุผลเดียวที่ผมทำแบบนั้น... ก็เพราะว่าผม..."
คำพูดถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อดวงตาคู่คมของคินน์หลุบต่ำลงมองริมฝีปากของผมชั่วขณะหนึ่ง จังหวะหัวใจของผมกระตุกวูบ สัญญาณเตือนภัยในหัวร้องระรัวจนแทบจะประสาทกิน ผมรู้ว่าเขากำลังจะพูดอะไร ประโยคที่ถูกทิ้งค้างไว้เมื่อตอนที่แล้วกำลังจะถูกเติมเต็มให้สมบูรณ์ในวินาทีนี้... วินาทีที่แอลกอฮอล์ในกระแสเลือดกำลังทำงานอย่างเต็มที่
"เพราะผม... รัก..."
"ท่านประธานคะ! แย่แล้วค่ะ!"
ปัง!
เสียงเปิดประตูห้องทำงานดังขึ้นพร้อมกับร่างของพนักงานต้อนรับหน้าตาตื่นที่พุ่งพรวดเข้ามาโดยไม่เคาะประตูแม้แต่น้อย แสงไฟนีออนสว่างวาบขึ้นทั่วทั้งห้องจากการที่ผู้มาใหม่กดสวิตช์ไฟโดยอัตโนมัติ ทำลายบรรยากาศสีชมพูแกมอันตรายที่กำลังก่อตัวขึ้นจนย่อยยับในพริบตา
ผมสะดุ้งสุดตัว รีบผลักอกคินน์ออกสุดแรงด้วยความตกใจและอับอายจนหน้าดำหน้าแดง ส่วนคินน์ที่กำลังจะหลุดคำสารภาพสำคัญออกมาถึงกับชะงักกึก เขาผละตัวออกด้วยความหงุดหงิดสุดขีด ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นมาทันทีราวกับภูเขาไฟที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ
"ใครอนุญาตให้เข้ามาในห้องผมโดยไม่เคาะประตู!" คินน์ตวาดกร้าว เสียงเข้มดุดันจนพนักงานสาวหน้าซีดเผือดเข่าแทบทรุด
"ขอ... ะ... ขอประทานโทษค่ะท่านประธาน!" พนักงานสาวละล่ำละลักด้วยความหวาดกลัว "แต่... แต่ข้างล่างมีเรื่องใหญ่แล้วค่ะ! คุณแม่ของท่านประธาน... จู่ ๆ ก็นั่งรถมาที่บริษัทตอนนี้เลยค่ะ ตอนนี้กำลังขึ้นมาที่ชั้นนี้แล้วค่ะ!"
ร่างของผมแข็งทื่อไปในทันที สมองที่กำลังตื้อตันจากเหตุการณ์เมื่อครู่สว่างวาบขึ้นมาในเสี้ยววินาที
คุณแม่ของคินน์เหรอครับ?
แม่ของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้านายจอมเผด็จการ และเป็นคนที่เกลียดขี้หน้าผมเข้าไส้คนนั้นน่ะนะ... แล้วเธอดันมาถึงหน้าห้องทำงานในวินาทีที่ผมเกือบจะโดนลูกชายเมา ๆ ของเธอสารภาพรักเนี่ยนะ!
ผมหันขวับไปมองหน้าคินน์ที่ตอนนี้สีหน้าเคร่งเครียดและสบถออกมาเบา ๆ อย่างหัวเสีย ขณะที่เสียงฝีเท้าหนักแน่นและคุ้นเคยกำลังดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ที่หน้าประตูห้องทำงาน
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ!
เจ้านายครับ...อย่าหาเรื่องรัก•ตอนที่ 18
คำสารภาพในจังหวะผิดที่
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ...อย่าหาเรื่องรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!