เจ้านายครับ...อย่าหาเรื่องรัก•ตอนที่ 19

เช้าวันที่ทุกอย่างเปลี่ยนไป

ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
“ถ้าคุณยังก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ผมจะถือว่าคุณคุกคามทางเพศและเตรียมตัวรับหมายศาลได้เลยครับท่านประธาน” เสียงหอบหายใจระรัวพร้อมประโยคขู่ที่พยายามดัดให้แข็งกรวดดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานที่ถูกล็อคกลอนจากด้านในแน่นหนา ปลายลิ้นของผมกวาดชิมรสชาติความหวานที่ยังคงติดอยู่ริมฝีปาก ขณะที่สายตาคมกริบมองร่างระหงของเลขาฯ ส่วนตัวที่กำลังใช้แฟ้มเอกสารหนาเตอะกั้นขวางระหว่างเราไว้ราวกับมันเป็นโล่ป้องกันตัวชั้นดี เหตุการณ์เมื่อคืนก่อนหน้ายังคงฉายชัดในหัว สมองของผมประมวลผลย้อนกลับไปยังวินาทีที่เสียงเคาะประตูอันทรงพลังดังขึ้นที่หน้าห้องทำงานของผมในตอนแรก รินทร์หน้าถอดสีทันทีด้วยความตกใจกลัวว่าใครจะมาเห็นสภาพที่เสื้อเชิ้ตสีขาวของเธอหลุดลุ่ยกระดุมเม็ดบนหลุดรุ่ย เผยให้เห็นลาดไหล่เนียนและรอยแดงจาง ๆ ที่ผมฝากไว้ด้วยความหมั่นไส้ ส่วนผมเองก็อยู่ในสภาพไม่ต่างกันนัก เสื้อสูทถูกถอดโยนทิ้งไว้บนโซฟา เนคไทหลุดลุ่ย แต่ในจังหวะวิกฤตนั้น แทนที่ความตื่นตระหนกจะทำให้เราผลักไสกัน กลับกลายเป็นว่าแรงดึงดูดประหลาดบางอย่างดึงรั้งเราให้ชิดใกล้กันยิ่งกว่าเดิม คินน์—ประธานหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครอย่างผม กลับต้องยอมจำนนต่อแววตาสั่นระริกแต่ดื้อรั้นของหญิงสาวตรงหน้า ผมตัดสินใจพุ่งตัวเข้าไปคว้าข้อมือเธอแล้วลากหลบเข้ามาซ่อนตัวหลังฉากกั้นห้องทำงาน พร้อมกับเอามือปิดปากเธอไว้แน่นไม่ให้เล็ดลอดเสียงใด ๆ ออกไป เสียงฝีเท้าหนักแน่นของใครบางคนหยุดอยู่ที่หน้าประตูกู่นานสองนาน ก่อนจะเดินผ่านไปอย่างน่าหวาดเสียว และในวินาทีที่ความเงียบกลับคืนมานั่นเอง… ระยะห่างระหว่างเราที่แนบชิดจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นโครมคราม ก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ข้ามเส้นแบ่งระหว่าง "เจ้านาย" กับ "เลขา" ไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ เช้าวันนี้จึงไม่ใช่เช้าธรรมดา... แสงไฟนีออนจากเพดานห้องทำงานที่เปิดทิ้งไว้ตลอดคืนสาดส่องลงมากระทบใบหน้าคมคายของผมที่ตอนนี้กำลังยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงาน สายตาสีเข้มจ้องมองผู้หญิงที่นั่งขดตัวอยู่บนโซฟาหนังแท้ด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย รินทร์ในยามนี้ดูแตกต่างจากเลขาฯ สาวมาดมั่นผู้พร้อมรบกับทุกปัญหาในบริษัทอย่างสิ้นเชิง เธอนั่งกอดเข่า ใบหน้าเนียนซบอยู่กับแขนตัวเอง เส้นผมยาวสลวยระต้นคอขาวเนียน และที่สำคัญที่สุด... ดวงตาคู่นั้นที่มักจะฉายแววท้าทายอยู่เสมอกลับกำลังหลบเลี่ยงการสบตาผมอย่างชัดเจน “เลิกทำตัวเป็นเด็กอมมือแล้วเงยหน้ามาคุยกันให้รู้เรื่องสักทีครับ รินทร์” ผมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ กึ่งดุ กึ่งหยอกล้อ เพื่อทำลายความเงียบที่น่าอึดอัดนี้ รินทร์สะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นมา ตาคู่สวยค้อนขวับส่งค้อนวงใหญ่มาให้ทันที “ใครเด็กอมมือกันคะ... เอ๊ย! ใครเด็กอมมือกันเล่า!” เธอเผลอหลุดปากเกือบใช้สรรพนามคุ้นชิน แต่ก็รีบเปลี่ยนคำแทบไม่ทันเมื่อนึกขึ้นได้ว่าสถานะระหว่างเรามันเปลี่ยนไปแล้ว “แล้วคุณช่วยกรุณาจำใส่สมองอันชาญฉลาดของคุณไว้ด้วยนะคะว่า เมื่อคืนมันเป็น... เป็นอุบัติเหตุ! เป็นความผิดพลาดชั่ววูบของคนสติหลุด เพราะฉะนั้น ถือว่าเราหายกัน ต่างคนต่างอยู่ และลืมมันไปซะ!” คำว่า 'ลืมมันไปซะ' พุ่งชนเข้ากับความรู้สึกบางอย่างในอกของผมจนเกิดเสียงดังเปรอะ ปากบาง ๆ ของเธอนี่ช่างสรรหาคำมาพูดให้คนฟังรู้สึกหงุดหงิดเล่นได้เก่งเสียจริง ลืมงั้นหรือ? รอยจูบอุ่น ๆ และสัมผัสแนบชิดเมื่อคืนน่ะหรือที่จะให้ผมปัดทิ้งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น? ไม่มีทางเสียหละ ผมแค่นسเสียงในลำคอเบา ๆ ก้าวเท้าเข้าไปใกล้โซฟาตัวยาวทีละก้าวอย่างเชื่องช้า แต่มั่นคง แรงกดดันจากตัวตนของผมทำให้รินทร์ต้องขยับถอยหลังโดยอัตโนมัติจนแผ่นหลังชนพนักพิงโซฟา “อุบัติเหตุงั้นเหรอครับ?” ผมทวนคำด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำ โน้มใบหน้าลงไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกับปลายจมูกรั้นของเธอ “คนที่ตั้งใจจูบตอบผมจนแทบขาดใจตายคาอกเมื่อคืน... เขาเรียกกันว่าอุบัติเหตุตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอครับ รินทร์” ใบหน้าของรินทร์แดงก่ำลามไปจนถึงใบหู เธอเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตาคู่สวยฉายแววตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัดเมื่อถูกผมต้อนจนมุม ไร้ทางหนี “คุณคินน์! ถอยไปเลยนะ!” เธอใช้มือเล็ก ๆ ดันแผงอกผมไว้เต็มแรง แต่สำหรับผมแล้ว แรงแค่นั้นไม่ได้ระคายเคืองอะไรเลยแม้แต่น้อย กลับยิ่งทำให้ผมรู้สึกอยากแกล้งให้เธอหลุดฟอร์มมากกว่าเดิม “ไม่ถอยครับ ทำไมผมต้องถอย ในเมื่อคุณเองก็รู้ดีว่า... เราก้าวข้ามเส้นนั้นมาไกลเกินกว่าจะเดินกลับไปจุดเดิมแล้ว” ผมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย ค้นหาความจริงบางอย่างที่เธอกำลังพยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีแข็งกระด้าง รินทร์เม้มปากแน่น หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจที่เริ่มติดขัด เธอย่อมรู้ดีกว่าใครว่าสิ่งที่ผมพูดมันคือความจริง ความสัมพันธ์ของเราในฐานะเจ้านายกับเลขาฯ มันจบลงตั้งแต่ริมฝีปากของเราประกบเข้าหากันท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืนที่ผ่านมาแล้ว “ฉัน... ฉันยังไม่พร้อมจะยอมรับอะไรทั้งนั้นแหละค่ะ” น้ำเสียงของเธออ่อนลงเล็กน้อย เจือความสั่นเครือที่ปกปิดไม่มิด “เราเป็นแค่เจ้านายกับลูกน้อง... ถ้าเรื่องนี้แพรพรายออกไป ชีวิตการทำงานของฉันในบริษัทนี้คงจบเห่แน่ ๆ และที่สำคัญ... ฉันไม่ชอบการผูกมัด ไม่ชอบความสัมพันธ์ที่ต้องมานั่งระแวงว่าใครจะเข้ามาควบคุมชีวิต!” คำพูดประโยคสุดท้ายของเธอสะกิดใจผมเข้าอย่างจัง ปมในอดีตของรินทร์เกี่ยวกับการถูกควบคุมและถูกบงการชีวิตยังคงฝังรากลึก และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้เธอหวาดกลัวความสัมพันธ์ครั้งนี้ ผมถอนหายใจออกมาเบา ๆ ลดความก้าวร้าวลง เหลือไว้เพียงความจริงจังที่สะท้อนผ่านแววตา ผมเอื้อมมือไปจับข้อมือเล็กที่กำลังดันอกผมอยู่ออกอย่างเบามือ แล้วเปลี่ยนมาเป็นฝ่ายกุมมือเธอไว้แน่นแทน “ผมไม่ได้อยากควบคุมคุณ รินทร์” ผมพูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จนเจ้าตัวถึงกับชะงักไป “และผมก็ไม่ได้สนใจด้วยว่าใครจะมองยังไง... สิ่งเดียวที่ผมสนใจตอนนี้ คือความรู้สึกของคุณที่มีต่อผม เมื่อคืน... มันไม่ใช่แค่ความผิดพลาดสำหรับผม และผมมั่นใจว่าคุณก็รู้สึกเหมือนกัน” รินทร์ชะงักงัน เธอนิ่งเงียบไป ดวงตาคู่สวยไหววับด้วยความรู้สึกที่ตีรันกันอยู่ในอก ปากอิมอ้าออกเล็กน้อยคล้ายจะเถียงแต่ก็หาคำพูดมาโต้แย้งไม่ได้ บรรยากาศระหว่างเราอบอวลไปด้วยความหวานปนความอึดอัดที่ชวนให้หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ เคมีที่ดึงดูดเราเข้าหากันมันรุนแรงเสียจนต่อให้พยายามปฏิเสธแค่ไหนก็ทำไม่ได้ ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างกะทันหัน ทำลายความเงียบและบรรยากาศซาบซึ้งลงในเสี้ยววินาที รินทร์สะดุ้งสุดตัวราวกับถูกไฟช็อต รีบดึงมือออกจากกุมมือของผมทันทีแล้วกระเด้งตัวลุกขึ้นยืนจัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เข้าที่อย่างลนลาน ผมขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะในเวลาสำคัญ ใครมันบังอาจกล้ามาเคาะประตูห้องประธานในเวลานี้วะ! “ใคร!” ผมตะโกนถามออกไปด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดระคนรำคาญ “คุณคินน์คะ ดิฉันเองค่ะ... พาย ฝ่ายการตลาดค่ะ พอดีเอาเอกสารด่วนมาให้เซ็น... เอ๊ะ หรือว่าดิฉันมารบกวนเวลาส่วนตัวของคุณกับคุณรินทร์หรือเปล่าคะเนี่ย พอดีประตูไม่ได้ล็อคสนิท... แย่จริง ฉันดันเปิดเข้ามาแล้วสิคะ!” เสียงหวานเจี๊ยบของพาย—เพื่อนสนิทตัวชงเบอร์หนึ่งของรินทร์ดังขึ้น พร้อมกับบานประตูห้องทำงานที่ค่อย ๆ ถูกผลักเปิดออกเผยให้เห็นร่างบางของเพื่อนสนิทเลขาฯ ที่ยืนยิ้มกริ่มถือแฟ้มเอกสารค้างเติ่งอยู่หน้าประชิดวงกว้าง และสายตาซุกซนคู่นั้นก็กำลังกวาดมองสภาพยับเยินของเราสองคนด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่อ่านความหมายทะลุปรุโปร่ง ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความสัมพันธ์ที่ชวนลุ้นระทึกนี้ด้วยกันนะครับ!
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ...อย่าหาเรื่องรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%