เจ้านายครับ...อย่าหาเรื่องรัก•ตอนที่ 14

เกมหึงหวง

ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
ประโยคค้างคาจากวินาทีนั้นยังคงแขวนลอยอยู่ในอากาศ ทว่ารินทร์เลือกที่จะตอบรับมันด้วยการหมุนตัวหันหลังให้ ร่างเพรียวในชุดสูทเข้ารูปก้าวฉับๆ ไปยังประตูกระจกฝ้า ท่าทางเด็ดเดี่ยวราวกับนางพญาที่พร้อมจะสลัดทิ้งทุกพันธะสัญญาโง่เง่า ทว่าปลายนิ้วเรียวที่กำลังจะแตะลงบนลูกบิดกลับต้องชะงักค้าง เมื่อเสียงฝีเท้าหนักหน่วงก้าวเข้ามาประชิดตัวในระยะประชิด ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหง พร้อมกับท่อนแขนแข็งแรงที่ยื่นมาทาบกระจกบานใหญ่ขนาบกักร่างเธอไว้ตรงกลาง “ผมบอกแล้วไงครับว่าอย่าไปไหน” เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดใบหู น้ำเสียงของคินน์ในยามนี้ไม่มีเค้าลางของความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่เหลืออยู่เลย มีเพียงความดุดันเจือความเว้าวอนที่ถูกกดต่ำลงจนน่ากลัว “ดื้อด้านไม่เปลี่ยน... รินทร์” รินทร์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ หัวใจเจ้ากรรมทรยศด้วยการเต้นโครมครามจนแทบทะลุออกมานอกอก เธอกัดริมฝีปากแน่นก่อนจะหันขวับกลับไปเผชิญหน้า ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายอย่างไม่เกรงกลัว แม้ว่าระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ในตอนนี้จะแทบไม่เหลือพื้นที่ให้หายใจก็ตาม “ปล่อยค่ะ... อ๊ะ! ปล่อยสิคะท่านประธาน!” รินทร์เกือบหลุดปากคำห้ามปรามตามความคุ้นชิน แต่เมื่อเห็นแววตาคมกริบที่หรี่ลงอย่างจับผิด เธอจึงรีบเปลี่ยนสรรพนามและน้ำเสียงให้แข็งกร้าวขึ้น “กรุณาให้เกียรติเลขาฯ ของคุณด้วยครับ... เอ้ย! ด้วยค่ะ! ฉันหมายถึง ด้วยค่ะ!” รินทร์อยากจะกัดลิ้นตัวเองให้ขาดเสียตรงนั้น เผลอหลุดภาษาพูดตามใจตัวเองจนได้ เมื่อเห็นมุมปากหยักลึกของอีกฝ่ายยกยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ “อ๋อเหรอครับ เมื่อกี้คุณเกือบหลุดปากเรียกผมว่า ‘คุณ’ แบบไม่มีพิธีรีตองแล้วนะรินทร์” คินน์โน้มใบหน้าลงมาอีกนิด จนจมูกโด่งเกือบจะชนกับปลายจมูกรันของเธอ ดวงตาคมกريบพินิจพิเคราะห์ทุกตารางนิ้วบนใบหน้าหวานที่กำลังแดงก่ำด้วยความโกรธ (หรือความเขินกันแน่ เจ้าตัวคงตอบตัวเองไม่ได้) “อีกอย่าง... คำว่า ‘ให้เกียรติ’ ของคุณเนี่ย มันหมายถึงการเดินหนีเจ้านายกลางคันแบบนี้หรือเปล่าครับ?” “ฉันไม่ได้หนี ฉันแค่จะไปทำงานต่อ!” รินทร์เถียงเสียงแข็ง พยายามดันแผงอกกว้างให้ออกห่าง แต่วรรคทองของเธอกลับไร้ผลเมื่อร่างหนานิ่งสนิทราวกับกำแพงหินปูน “งานกองโตบนโต๊ะรอให้ฉันไปเคลียร์ ไม่ว่างมาเล่นเกมจิตวิทยากับคุณหรอกนะคะ!” “งานเหรอครับ?” คินน์ทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอทุ้มนุ่มน่าฟังแต่มันกลับทำให้รินทร์รู้สึกหมั่นไส้จนอยากจะฝากรอยเล็บไว้บนหน้าหล่อๆ นั้นสักที “สำหรับผมแล้ว... การเคลียร์ความรู้สึกของคุณตอนนี้ สำคัญกว่าเอกสารร้อยแผ่นนั้นเสียอีก” “ประธานคินน์!” รินทร์ตادเสียงกร้าว ดวงตาวาวโรจน์ “อย่ามาพูดจาไร้สาระน่ารำคาญนะ คุณเป็นเจ้านาย ฉันเป็นลูกน้อง สถานะเรามันชัดเจนอยู่แล้ว ทำไมต้องทำตัวมีปัญหาไม่เลิกด้วย!” “มีปัญหาเหรอครับ?” คินน์ทวนคำอีกครั้ง ดวงตาคู่คมเปลี่ยนเป็นวับวาวด้วยประกายความดื้อรั้นที่ซ่อนอยู่ใต้มาดนักบริหาร “ใช่... ผมมีปัญหา และปัญหาเดียวของผมก็คือ คุณกำลังทำตัวห่างเหินเกินไป ทั้งที่เมื่อก่อน... เราไม่ได้เป็นแค่เจ้านายกับลูกน้อง” บรรยากาศในห้องทำงานกว้างขวางพลันเงียบงันลงทันที คำพูดนั้นทำเอารินทร์ชะงัก ร่องรอยความเจ็บปวดที่เธอพยายามฝังกลบมันไว้ตลอดหลายปีที่ผ่านมาถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้งด้วยปลายนิ้วของเขาเอง ดวงตาคู่สวยไหววูบไปชั่วขณะ ก่อนที่กำแพงความเย็นชาจะถูกยกขึ้นมาตั้งรับอย่างรวดเร็ว “เรื่องมันผ่านมานานเท่าไหร่แล้วล่ะคะท่านประธาน” รินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงราบเรียบจนน่าใจหาย “อดีตก็คืออดีต คนฉลาดเขาไม่เอาอดีตมารกสมองในเวลาทำงานหรอกค่ะ หรือว่า... คุณบริหารบริษัทจนสมองเสื่อม ถึงได้แยกแยะเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานไม่ออก” คินน์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบวาดมองรอยยิ้มเยาะหยันบนริมฝีปากบางนั้น ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาในอก แต่มันไม่เท่ากับความต้องการที่จะเอาชนะทิฐิของหญิงสาวตรงหน้า ในเมื่อเธอกล้าท้าทาย เขาก็พร้อมจะสนองคืนให้สาสม “ปากเก่งขึ้นเยอะนี่ครับ” คินน์กระซิบชิดริมฝีปากเธอ น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าเลือนจนน่าขนลุก “สงสัยต้องหาทางพิสูจน์เสียหน่อยแล้วว่า... ปากเก่งๆ แบบนี้ เวลาอยู่บนเตียง... เอ้ย! เวลาทำงาน จะยังเถียงผมได้อีกกี่น้ำ” “คุณคินน์! ทะลึ่ง!” รินทร์หน้าแดงแจ๋จนลามไปถึงใบหู เธอผลักอกเขาเต็มแรงจนคินน์ต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่ง เปิดโอกาสให้เธอรีบหมุนตัวบิดลูกบิดประตูแล้วพุ่งพรวดออกไปจากห้องทำงานนรกแตกนั่นทันที ปัง! เสียงประตูปิดกระแทกไล่หลังดังสนั่น แต่คินน์กลับไม่ได้วิ่งตามออกไป เขายังคงยืนอยู่ที่เดิม มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นอย่างอารมณ์ดี ดวงตาคมมองตามบานประตูที่ปิดลงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความท้าทาย *‘หนีไปเถอะรินทร์... เพราะไม่ว่าคุณจะหนีไปไกลแค่ไหน สุดท้ายคุณก็หนีหัวใจตัวเองไม่พ้นหรอก’* ผ่านไปเกือบยี่สิบนาที ณ โซนพื้นที่ทำงานด้านนอก รินทร์นั่งหายใจฮึดฮัดหน้าจอคอมพิวเตอร์ นิ้วเรียวกดแป้นพิมพ์รัวเร็วจนเกิดเสียงดังปังๆ ระบายความหงุดหงิดที่อัดแน่นอยู่ในอก ใบหน้าสวยยังคงแดงก่ำด้วยความเคืองโกรธผสมความเขินอายที่ยังจางหายไปไม่หมด “ยัยรินทร์ แกเป็นบ้าอะไรเนี่ย ทำไมต้องใจเต้นแรงกับอีตาบ้านั่นทุกที!” เธอพึมพำกับตัวเองเบาๆ พยายามดึงสติกลับมายังกองเอกสารตรงหน้า “ใครทำให้เพื่อนรักของฉันหน้าดำคร่ำเครียดขนาดนี้เนี่ย หืม?” เสียงทุ้มคุ้นเคยเอ่ยทักขึ้น พร้อมกับแก้วกาแฟเย็นที่ถูกยื่นมาแตะแก้มเนียน รินทร์สะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันไปมอง พบกับ ‘พาย’ เพื่อนสนิทและคู่คิดคนสำคัญที่กำลังยืนส่งยิ้มกริ่มมาให้ด้วยแววตาจับผิด “พาย! มาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย ทำไมไม่ให้ซุ่มให้เสียง” รินทร์ถอนหายใจยาว วางมือจากแป้นพิมพ์แล้วคว้าแก้วกาแฟมาดูดอึกใหญ่เพื่อดับความร้อนรุ่มในใจ “ฉันมาทันตอนที่เธอกำลังทำหน้าเหมือนคนกินพริกขี้หนูสิบเม็ดพอดี” พายหย่อนตัวลงนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม เท้าคางมองเพื่อนรักด้วยสายตาจับผิด “ว่ามาเลยนะยะ ไปโดนท่านประธานสุดหล่อปากร้ายคนนั้นแกล้งอะไรมาอีก หน้าตาถึงได้ฟ้องว่าหงุดหงิดจนแทบจะกินหัวคนได้แบบนี้” “อย่าพูดชื่อผู้ชายคนนั้นให้ฉันได้ยินนะพาย!” รินทร์ทำหน้ายู่ “เขาเป็นโรคจิตหรือไงก็ไม่รู้ ชอบกวนประสาท ชอบพูดจาชวนโมโห แล้วก็ชอบทำตัวรุ่มร่าม!” “รุ่มร่าม?” พายเลิกคิ้วสูง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากทันที “โอ้โห... ใช้คำนี้แสดงว่าต้องมีสกินชิพสินะ เล่ามาเดี๋ยวนี้เลยนะยัยรินทร์ อย่ามาอมพะงำ ไม่งั้นฉันจะไปฟ้องอีตาคินน์ว่าเธอนินทร์เขา” “เธอจะบ้าเหรอ! ไปสนิทกับเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ถึงจะไปฟ้องน่ะ” รินทร์ค้อนขวับใส่เพื่อนรักตัวแสบ “ไม่มีอะไรทั้งนั้น แค่เถียงกันเรื่องงานนิดหน่อยตามประสาเจ้านายกับลูกน้อง” “เหรอจ๊ะ? เจ้านายกับลูกน้องที่ไหนเขาจ้องตากันจนไฟลุกพรึบ แถมตอนเดินออกมาหน้ายังแดงแจ๋เหมือนคนเพิ่งผ่านศึกหนักมาแบบนั้น” พายหรี่ตามองอย่างรู้ทัน “บอกมาซะดีๆ ว่าถ่านไฟเก่ามันกำลังจะคุ หรือว่าเธอกำลังหวั่นไหวกับลูกไม้เดิมๆ ของเขา” “ฉันเนี่ยนะหวั่นไหว!” รินทร์ทำเสียงสูงกลบเกลื่อนพิรุธ “ฝันไปเถอะพาย ผู้ชายปากเสียแบบนั้น ต่อให้เหลือผู้ชายคนเดียวบนโลกนี้ ฉันก็ไม่มีวัน...” กริ๊งงงง! เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานของรินทร์ดังขัดจังหวะขึ้นกะทันหัน รินทร์สะดุ้งเฮือก รีบคว้าหูโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยความหงุดหงิดเพื่อหวังจะปฏิเสธงานเร่งด่วนจากห้องเจ้านาย “มีอะไรคะท่านประธาน! ฉันกำลังยุ่งอยู่—” *(เข้ามาพบผมที่ห้องทำงานเดี๋ยวนี้ครับ...)* เสียงทุ้มต่ำรอดผ่านสายมาด้วยจังหวะราบเรียบแต่น่าเกรงขาม *(...และกรุณาพาเพื่อนสนิทตัวดีของคุณเข้ามาด้วย พาย... ผมรู้ว่าเธอยืนอยู่ตรงนั้น)* รินทร์ชะงักกึก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อหันไปสบตากับพายที่กำลังทำหน้าเลิกลั่กไม่แพ้กัน ก่อนที่รินทร์จะทันได้อ้าปากปฏิเสธ เสียงเคาะประตูกระจกห้องทำงานด้านนอกก็ดังขึ้น... *ก๊อก ก๊อก ก๊อก* พร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกเผยให้เห็นร่างสูงของคินน์ที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตู รอยยิ้มร้ายกาจปรากฏบนมุมปากหยักลึก ดวงตาคมกริบกวาดมองตรงมาที่รินทร์ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาลมหายใจของเธอนิ่งค้าง “ในเมื่อคุณไม่ยอมมาหาผมดีๆ... งั้นผมมารับคุณด้วยตัวเองก็แล้วกันครับ... ที่รัก” *(โปรดติดตามตอนต่อไป)* --- *ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "เจ้านายครับ...อย่าหาเรื่องรัก" มาจนถึงตอนนี้ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้คนแต่งด้วยนะครับ* — **มหายุทธ์ไร้เทียมทาน**
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ...อย่าหาเรื่องรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%