กลิ่นอายความเย็นเฉียบของเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุด ดูจะไร้ความหมายไปเลย เมื่อเทียบกับอุณหภูมิความตึงเครียดที่พุ่งสูงจนแทบจะเผาไหม้ทุกอย่างเป็นจุล
“คุณจะก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวของฉันมากเกินไปแล้วนะ, คุณคินน์!”
เสียงหอบสะท้านของรินทร์ดังขึ้น พร้อมกับร่างระหงที่ถอยหลังกรูดจนสะโพกไปชนเข้ากับมุมโต๊ะทำงานราคาแพง เอกสารในมือสั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความโกรธที่อัดแน่นจนล้นปรี่ ดวงตากลมโตฉายแวววาววับด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นใจที่พยายามกัก Nเก็บบเอาไว้
คินน์ยืนค้ำฟ้าอยู่ตรงหน้า ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มถอดเนคไทออกจนหลวมลุยนิดๆ ยิ่งขับเน้นให้ภาพลักษณ์ของประธานหนุ่มผู้เผด็จการดูอันตรายและดุดันเป็นทวีคูณ มือหนาทั้งสองข้างทาบลงบนขอบโต๊ะ กักขังร่างของเลขาคนเก่งเอาไว้ตรงกลางราวกับนักล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุม
“ก้าวก่ายงั้นเหรอ?” คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นแหบพร่าและเจือไปด้วยความเยียบเย็นที่น่ากลัว “ในฐานะเจ้านาย... ผมมีสิทธิ์ตรวจสอบทุกอย่างที่อาจส่งผลกระทบต่อบริษัท และในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง... ผมก็มีสิทธิ์ที่จะหวงของของตัวเองเหมือนกัน!”
“ของ... ของอะไรล่ะคะ! ฉันไม่ใช่สิ่งของของคุณนะ!” รินทร์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงสั่นเครือแต่ยังคงความดื้อรั้นเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น “คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งว่าฉันต้องคบใคร หรือห้ามไปไหนกับใครทั้งนั้น! เรื่องนั้นมันเป็นสิทธิส่วนบุคคล!”
คำว่า *‘สิทธิส่วนบุคคล’* กระแทกเข้าโสตประสาทของคินน์อย่างจัง ประธานหนุ่มนิ่งงันไปชั่ววินาที ก่อนที่กรามคมสันจะขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความมั่นใจและอำนาจฉายแววสั่นไหววูบหนึ่ง—แววตาที่เจ็บปวดและเวิ้งว้างอย่างน่าประหลาด จนรินทร์ที่กำลังฮึดฮัดต่อปากต่อคำถึงกับชะงักไป
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนจากความเดือดดาลเป็นความเงียบงันที่บีบคั้นหัวใจ
คินน์ไม่ได้ตะคอกกลับเหมือนทุกที เขากลับค่อยๆ ลดมือลงจากโต๊ะ ถอยหลังออกไปหนึ่งก้าว ร่างสูงใหญ่ที่เคยดูมั่นคงราวกำแพงเหล็กกลับดูโดดเดี่ยวและทรุดโทรมลงถนัดตา แผ่นหลังกว้างนั้นดูแบกรับภาระอะไรบางอย่างที่หนักอึ้งเกินกว่าที่ใครคนหนึ่งจะทานทนไหว
“สิทธิส่วนบุคคลงั้นเหรอ...” คินน์พึมพำกับตัวเองด้วยรอยยิ้มหยันที่มุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความสุขเลยแม้แต่น้อย “ใช่สิ... ผมมันก็แค่เจ้านายจอมเผด็จการ ปากร้าย เอาแต่ใจ ที่ไม่มีสิทธิ์อะไรในตัวคุณเลยนี่รินทร์”
รินทร์ขมวดคิ้วแน่น หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่แล่นริ้วขึ้นมาในอก น้ำเสียงตัดพ้อแกมตัดพ้อของคนตรงหน้ามันคืออะไรกัน? นี่ไม่ใช่คินน์คนที่เธอรู้จัก คนที่ชอบออกคำสั่งและจิกกัดเธอด้วยวาจาร้ายกาจทุกครั้งที่มีโอกาส
“คุณ... เป็นอะไรของคุณคะ?” รินทร์ถามเสียงเบาลงโดยไม่รู้ตัว ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความสับสน
คินน์ไม่ตอบ เขาสบตาเธอนิ่ง ดวงตาคู่นั้นแดงก่ำขึ้นทีละน้อยจนน่าตกใจ ความเปราะบางที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความเย่อหยิ่งมาตลอดพังทลายลงในชั่วพริบตา มือหนายกขึ้นเสยผมลวกๆ ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาอย่างสมเพชตัวเอง
“คุณเคยรู้บ้างไหม... ว่าเวลาที่ผมเห็นคุณไปยืนยันยิ้มหัวเราะกับไอ้ผู้ชายคนอื่น มันรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออกแค่ไหน” คินน์เอ่ยออกมาในที่สุด เสียงทุ้มนั้นแหบพร่าจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ “คุณคิดว่าผมสนุกนักเหรอที่ต้องคอยหาเรื่องด่าคุณ คอยจับผิดคุณทุกฝีก้าว... ถ้าผมไม่ทำแบบนั้น ถ้าผมไม่ดึงคุณไว้ใกล้ๆ ตัว...”
น้ำเสียงของเขาขาดห้วงไป ประธานหนุ่มก้มหน้าลงเล็กน้อย ไหล่กว้างไหวสะท้อนวูบหนึ่ง—และในวินาทีนั้นเอง ที่รินทร์เบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด
หยดน้ำใสๆ ร่วงหล่นจากปลายขนตาดกหนา กระทบลงบนพื้นพรมราคาแพงในห้องทำงานเงียบกริบ...
คินน์... กำลังร้องไห้
เจ้านายปากร้าย ผู้ชายที่พยับแดดและพายุทอร์นาโดในร่างเดียวคนนี้ กำลังหลั่งน้ำตาออกมาต่อหน้าเธอ
หัวใจของรินทร์หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความรู้สึกชาดิ่งแล่นพล่านไปทั่วร่าง ความโกรธเกรี้ยว หงุดหับ หรือต่อต้านเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความตื่นตระหนกและความเจ็บแปลบที่แล่นริ้วขึ้นมาในอกอย่างไม่มีสาเหตุ มือเรียวบางที่เคยกำแน่นแนบลำตัวค่อยๆ คลายออกโดยอัตโนมัติ
“คุณ... คินน์...” รินทร์เอמהชื่อเขาด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่ากว่าเดิม สมองขาวโพลนไปหมด เธอไม่เคยเตรียมใจรับมือกับมุมนี้ของเขาเลยแม้แต่นิดเดียว
ผู้ชายที่เข้มแข็งที่สุดในบริษัท คนที่ทำตัวราวกับเป็นเจ้าชีวิตของคนอื่น กลับมีมุมที่แตกสลายได้ง่ายดายขนาดนี้... และคนที่ทำร้ายเขาให้แตกสลาย ก็คือตัวเธอเองอย่างนั้นหรือ?
“อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น...” คินน์เงยหน้าขึ้น ปาดหยาดน้ำตาออกจากแก้มลวกๆ ด้วยหลังมืออย่างลนลาน ดวงตาคมกริบที่แดงก่ำพยายามฝืนฉายแววดุดันกลบเกลื่อนความอ่อนแอ แต่ยิ่งทำมันก็ยิ่งดูน่าสงสารจับใจ “อย่าทำหน้าเหมือนผมเป็นตัวน่าสมเพชเลยรินทร์... ผมแค่มัน... เหนื่อย”
ก้าวเท้าสั้นๆ ของรินทร์ขยับเข้าไปใกล้โดยไม่รู้ตัว มือเรียวสั่นเทายื่นออกไปหมายจะแตะที่แขนแกร่งเพื่อปลอบประโลม แต่ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะได้สัมผัสกับเนื้อผ้า ประตูห้องทำงานบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดผางเข้ามาด้วยแรงมหาศาล พร้อมกับเสียงใสแจ๋วของเพื่อนสนิทตัวแสบที่ตะโกนเสียงดังลั่น
“รินทร์! แกเอกสารงบประมาณของไตรมาสนี้อยู่... เอ้ย!”
พายที่ถือแฟ้มเอกสารพรวดพรากเข้ามาหยุดชะงักกึก ดวงตากลมโตเบิกกว้างเท่าไข่ห่าน เมื่อเห็นภาพตรงหน้า—เจ้านายหนุ่มสุดโหดยืนหน้าตาแดงก่ำ มีร่องรอยน้ำตาคลอเบ้าอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่เลขาคนเก่งของเธอกำลังยืนง้างมืออยู่ใกล้ๆ ชนิดที่ระยะห่างระหว่างทั้งคู่แทบไม่มีเหลือ
บรรยากาศในห้องหยุดนิ่งราวกับถูกกดปุ่มหยุดเวลา
คินน์หันขวับไปมองหน้าพายด้วยแววตาฆ่าคนตาย รังสีอำมหิตแผ่พุ่งออกมาจากตัวประธานหนุ่มในเสี้ยววินาทีที่ความอ่อนแอถูกขัดจังหวะ ขณะที่พายอ้าปากค้าง ทำท่าจะถอยหลังกรูดหนีออกไปจากห้องแทบไม่ทัน
“เอ่อ... คือ... ฉัน... ฉันเข้ามาผิดจังหวะใช่ไหมคะ?” พายยิ้มแห้งๆ กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก “งั้น... เชิญพวกคุณเคลียร์กันต่อตามสบายเลยค่ะ เดี๋ยวฉันค่อยมาใหม่... นะคะ!”
พายทำท่าจะหมุนตัววิ่งหนีออกจากห้อง แต่เสียงทุ้มต่ำและเยียบเย็นของคินน์ก็ดังขัดขึ้นเสียก่อนในจังหวะที่หัวใจของรินทร์กำลังเต้นระรัวราวกับกลองเพล
“หยุดอยู่ตรงนั้น... พาย” คินน์เหยียดยิ้มเย็นเยียบ แววตาดุดันกลับมาทรงอำนาจอีกครั้ง แต่มีความลับบางอย่างถูกประกาศออกมาเพื่อผูกมัดรินทร์ไว้จนดิ้นไม่หลุด “ในเมื่อเธอเข้ามาเห็นแล้ว ก็ช่วยอยู่เป็นพยานให้ชัดเจนซะเลย... ว่าตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ฉันจะไม่ยอมปล่อยเลขาคนนี้ให้หลุดมือไปไหนอีกเด็ดขาด!”
ดวงตาคมกริบของคินน์หันกลับมาจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของรินทร์ที่กำลังยืนแข็งค้างอยู่เบื้องหน้า—คำประกาศก้องที่เต็มไปด้วยความดุดันและคลั่งรักฉายชัดอยู่ในแววตานั้น จนคนฟังถึงกับลมหายใจสะดุดกレイ
---
*(ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความปากแข็งของเจ้าโบ้ตัวนี้ด้วยกันนะครับ — มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)*
เจ้านายครับ...อย่าหาเรื่องรัก•ตอนที่ 15
น้ำตาของคนปากร้าย
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ...อย่าหาเรื่องรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!