เจ้านายครับ...อย่าหาเรื่องรัก•ตอนที่ 7

ใครบางคนเริ่มหวง

ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
“คุณรินทร์คิดว่าโปรเจกต์นี้ ถ้าเราเพิ่มงบในส่วนของการตลาดดิจิทัลอีกสักสิบเปอร์เซ็นต์ จะช่วยดันยอดขายให้ทะลุเป้าไตรมาสนี้ได้ไหมครับ” เสียงทุ้มนุ่มนวลของ ‘กรณ์’ ลูกค้าหนุ่มจากบริษัทพาร์ทเนอร์รายใหญ่ดังขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มพิมพ์ใจที่ส่งตรงมาให้หญิงสาวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม รินทร์ในชุดสูทเข้ารูปสีเบจกำลังก้มมองเอกสารในมือ สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วตามสัญชาตญาณของเลขาฯ มืออาชีพ โดยไม่ทันสังเกตเลยว่าบรรยากาศรอบตัวบริเวณมุมกาแฟของชั้นผู้บริหารกำลังลดอุณหภูมิลดลงเรื่อยๆ จนติดลบ “ดิฉันคิดว่าคุ้มค่ากับการลงทุนนะครับคุณกรณ์ เพราะฐานลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของเราตอนนี้เริ่มย้ายไปอยู่ในแพลตฟอร์มออนไลน์...” “ผมก็คิดเช่นนั้นครับ และถ้าประชุมเสร็จช่วงเย็นนี้ พอจะมีเวลาให้ผมเลี้ยงกาแฟเป็นการขอบคุณสำหรับคำแนะนำดีๆ สักแก้วไหมครับ” กรณ์รุกคืบด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง ดวงตาเป็นประกายพราวระยับอย่างคนมีเสน่ห์แพรวพราว รินทร์ชะงักไปนิด กำลังจะอ้าปากปฏิเสธตามมารยาททางธุรกิจที่มักเว้นระยะห่างจากลูกค้า ทว่ายังไม่ทันที่คำพูดใดจะหลุดจากริมฝีปาก เสียงกระแอมที่ดังขึ้นจากด้านหลังด้วยโทนเสียงต่ำทุ้มอันคุ้นเคยจนน่าขนลุกก็แทรกเข้ามาเสียก่อน “เวลาทำงาน... เขามีไว้คุยเรื่องงานครับ ไม่ใช่สถานที่นัดเดท” รินทร์สะดุ้งเฮือก หันขวับไปมองก็พบกับร่างสูงใหญ่ของ ‘คินน์’ ประธานหนุ่มแห่งอาณาจักรธุรกิจที่กำลังยืนกอดอก ใบหน้าคมคายบึ้งตึงจนแทบจะเป็นเส้นตรง นัยน์ตาคมกริบดุจพญาอินทรีคู่นั้นไม่ได้มองรินทร์เลยสักนิด แต่กลับจ้องเขม็งไปที่กรณ์ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ กรณ์กระพริบตาปริบๆ ด้วยความงุนงงกับท่าทีคุกคามอย่างไร้สาเหตุของประธานหนุ่ม “เอ่อ... ท่านประธานคินน์ สวัสดีครับ ผมแค่ปรึกษาเรื่องโปรเจกต์...” “โปรเจกต์เหรอ?” คินน์ทวนคำ น้ำเสียงเยียบเย็นจนน่ากลัว เขาก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานชั่วคราว รัศมีกดดันแผ่ซ่านจนรอบข้างเงียบกริบ “เอกสารหน้าไหนระบุว่าต้องชวนเลขาฯ ผมไปจิบกาแฟหลังเลิกงาน? หรือสมองคุณคิดแต่เรื่องนอกเวลางาน จนลืมไปว่ากำลังคุยกับใครอยู่” รินทร์อ้าปากค้าง รีบยกมือขึ้นดันแขนแกร่งของเจ้านายหนุ่มเบาๆ เป็นเชิงปราม “ท่านประธานครับ คุณกรณ์แค่พูดเล่นน่ะครับ อย่าไปถือสาเลย...” “ผมไม่ได้พูดเล่นครับคุณรินทร์” คินน์หันขวับมามองเธอทันที น้ำเสียงขุ่นมัวจนสัมผัสได้ถึงความหึงหวงที่เจ้าตัวพยายามกลบเกลื่อนแต่ไม่เนียนเอาเสียเลย “คุณเป็นเลขาฯ หน้าห้องผม หน้าที่ของคุณคือบริหารตารางงานให้ผม ไม่ใช่มานั่งยิ้มรับมุกจีบแป้กๆ ของใครหน้าไหนทั้งนั้น!” คำว่า ‘จีบแป้ก’ ทำเอากรณ์หน้าเสียไปเล็กน้อย ส่วนรินทร์ถึงกับคิ้วกระตุก เลือดขึ้นหน้าด้วยความหมั่นไส้ทันที เธอเป็นคนทำงานมืออาชีพนะ ทำไมเขาต้องมาทำตัวเป็นเด็กหวงของกลางออฟฟิศแบบนี้ด้วย! “ท่านประธานกรุณาให้เกียรติลูกค้าของเราด้วยครับ!” รินทร์กระซิบลอดไรฟัน ดวงตากลมโตตวัดมองเขาอย่างเอาเรื่อง “อีกอย่าง ดิฉันจะไปดื่มกาแฟกับใคร มันก็เป็นเวลาส่วนตัวหลังเลิกงาน ไม่เกี่ยวกับกฎระเบียบของบริษัทสักหน่อย” “เวลาส่วนตัว?” คินน์ทวนคำ เสียงสูงขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาดำขลับวาวโรจน์ด้วยความหงุดหงิดที่พุ่งทะลุขีดจำกัด “เงินเดือนที่คุณได้ทุกวันนี้ มาจากบริษัทผมครับ เพราะฉะนั้น... เวลาของคุณทั้ง 24 ชั่วโมงในหนึ่งวัน อยู่ภายใต้การควบคุมของผม!” ให้ตายเถอะ! ผู้ชายคนนี้นี่มัน... เผด็จการตัวพ่อไม่มีใครเกิน! กรณ์ที่นั่งอยู่ตรงกลางเริ่มรู้สึกหายใจไม่ออก รีบเก็บเอกสารใส่แฟ้มแล้วลุกขึ้นโค้งศีรษะให้อย่างรวดเร็ว “เอ่อ... ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวไปเคลียร์เอกสารก่อนดีกว่าครับ ไว้ค่อยคุยกันใหม่นะครับคุณรินทร์” พูดจบ กรณ์ก็เผ่นแน่บหายลับไปจากมุมกาแฟทันที ทิ้งให้รินทร์ยืนกำมือแน่นด้วยความโกรธ เธอดึงเอกสารในมือกระแทกโต๊ะดังปัง หันมาเผชิญหน้ากับร่างสูงที่ยังคงยืนกอดอกตีหน้ายักษ์ใส่เธอไม่เลิก “คุณทำแบบนี้ทำไมวะคะ... เอ๊ย! ทำไมล่ะคะ!” รินทร์เผลอหลุดคำหยาบออกมานิดหน่อยด้วยความโมโห ก่อนจะเปลี่ยนสรรพนามแก้ตัวแทบไม่ทัน “ท่านประธานกำลังไล่ลูกค้าชั้นดีของเรานะ!” “ผมไม่ได้ไล่ ผมแค่ปกป้องผลประโยชน์ของบริษัท” คินน์เถียงหน้าตาย ดวงตาคมกริบกวาดมองสำรวจตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าของหญิงสาวด้วยความไม่พอใจ “แล้วนี่ใส่สูทตัวนี้ทำไม ดูคับเกินไปหรือเปล่า” “มันคือสูทมาตรฐานค่ะ! สายตาคุณมีปัญหาหรือไง!” “ผมสายตาปกติ และผมก็เห็นชัดเจนว่าไอ้เด็กนั่นมันมองคุณด้วยสายตาแบบไหน” คินน์ก้าวเข้ามาประชิดตัวรินทร์มากขึ้นจนเธอต้องถอยหลังจนสะโพกชนขอบโต๊ะ พื้นที่ว่างระหว่างเขากับเธอลดลงจนแทบไม่เหลืออากาศให้หายใจ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นกาแฟเข้มๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัสจนรินทร์หัวใจเต้นผิดจังหวะ “จำใส่สมองเอาไว้... คุณเป็นเลขาฯ ของคินน์คนนี้ ห้ามไปยิ้มเรี่ยราดให้ใครหน้าไหนอีก ไม่อย่างนั้น... ผมจะหักเงินเดือนคุณฐานทำให้ผมหงุดหงิด” “คุณมัน... คนเผด็จการ ใจแคบที่สุด!” รินทร์เงยหน้าขึ้นเถียง พยายามดันอกแกร่งออกไปให้พ้นทาง แต่คนตัวโตกลับนิ่งเฉยราวกับภูเขาหิน แถมยังโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มเนียน “ใช่... ผมใจแคบ และผมก็หวงของของผมมากด้วย” คินน์กระซิบเสียงพร่า, ริมฝีปากหยักได้รูปยกยิ้มมุมปากอย่างเหนือกว่า “โดยเฉพาะกับเลขาฯ ปากเก่งอย่างคุณ... จำไว้” รินทร์ใจเต้นรัวแรงจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก สมองขาวโพลนไปหมดกับความใกล้ชิดที่อันตรายเกินต้านทานนี้ เธอกำลังจะอ้าปากด่ากลับเพื่อกู้ศักดิ์ศรี แต่ทว่า... *กริ๊งงงง!* เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของคินน์ดังขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูแกมดุเดือดนั้นทันที ประธานหนุ่มขมวดคิ้วด้วยความขัดใจ แต่ก็ยอมผละถอยออกห่างจากรินทร์อย่างไม่เต็มใจนัก เขากดรับสายด้วยสีหน้าเรียบเฉย “มีอะไร... เออ... ว่ามา” รินทร์รีบสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ยกมือขึ้นตบแก้มตัวเองที่ร้อนผ่าวเพื่อเรียกสติ เธอกำลังจะก้าวเดินหนีจากสถานการณ์ชวนใจสั่นนี้ แต่เสียงทุ้มของคินน์ที่กรอกลงไปในโทรศัพท์กลับทำให้ฝีเท้าของเธอต้องชะงักกึกทันที “อะไรนะ... แม่กลับมาจากต่างประเทศแล้วเหรอ? แล้วตอนนี้อยู่ที่ไหน... อ๋อ... กำลังมาที่บริษัทเหรอครับ?” คินน์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมเข้มหันกลับมามองรินทร์ที่ทำท่าจะเดินหนี ร่างสูงเอื้อมมือไปคว้าข้อแขนเรียวเอาไว้แน่นทันทีโดยไม่ยอมให้เธอไปไหน พร้อมกับเอ่ยประโยคถัดมาที่ทำให้เลือดในกายของรินทร์เย็นเฉียบลงในพริบตา “ดีเลยครับแม่... พอดีผมกำลังจะพา *‘ว่าที่ภรรยา’* ที่แม่หาให้ ไปแนะนำตัวพอดี...” ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "มหายุทธ์ไร้เทียมทาน" ด้วยดีเสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ...อย่าหาเรื่องรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%