แฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานถูกวางลงด้วยแรงกระแทกเบาๆ ทว่าเพียงพอที่จะทำให้เสียงกระดาษเสียดสีกันดังขึ้นในความเงียบงันของห้องทำงานส่วนตัว รินทร์ถอยหลังออกไปหนึ่งก้าวทันทีโดยสัญชาตญาณ ราวกับว่าพื้นที่รัศมีหนึ่งเมตรจากเก้าอี้หนังแท้ตัวนั้นมีสนามแม่เหล็กอันตรายที่เธอไม่อยากเข้าใกล้เกินความจำเป็น
ดวงตาคมกริบของคินน์เงยขึ้นจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ช้าๆ ไล่ระดับขึ้นมามองใบหน้าเรียบนิ่งที่พยายามสร้างกำแพงกั้นไว้อย่างมิดชิดของเลขาฯ สาว เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย สังเกตเห็นอาการเว้นระยะห่างที่อีกฝ่ายจงใจทำมาตลอดทั้งวัน ตั้งแต่ช่วงประชุมผู้บริหารตอนเช้า จนถึงวินาทีนี้ที่พระอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำลง
"เอกสารสรุปยอดโครงการไตรมาสหน้า... ผมสั่งให้คุณใส่ตารางเปรียบเทียบงบประมาณปีที่แล้วมาด้วยไม่ใช่เหรอครับ คุณรินทร์"
น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่แฝงแรงกดดันมหาศาล คินน์เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาสีเข้มยังคงจดจ้องอยู่ที่ใบหน้าของเธอ ไม่ยอมละสายตาไปไหนราวกับกำลังพยายามมองทะลุผ่านหน้ากากความสุภาพที่เธอกำลังสวมอยู่
"รินทร์ตรวจสอบดูแล้วค่ะ... เอ๊ด... รินทร์ตรวจสอบดูแล้วครับ" เธอแก้คำสรรพนามแทบไม่ทันเมื่อเผลอหลุดปากพูดจาคุ้นเคยแบบเดิมออกไป ความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ นี้ยิ่งทำให้เธอรู้สึกหงุดหงิดตัวเอง
คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเย็นชา "แก้คำพูดเร็วจริงนะครับ... วันนี้ทั้งวันคุณเรียกผมว่า 'ท่านประธาน' หรือไม่ก็ 'คุณคินน์' ห่างเหินซะจนผมเกือบคิดว่าบริษัทเราเพิ่งรับเลขาฯ ใหม่เข้ามาทำงานซะอีก"
"เรากำลังอยู่ในเวลางาน และรินทร์ก็แค่วางตัวตามความเหมาะสมที่พึงมีระหว่างเจ้านายกับลูกน้องครับ" รินทร์ตอบกลับทันควัน เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อซ่อนความหวั่นไหวในแววตา เธอไม่อยากให้เขารู้สึกว่าปฏิกิริยาของเธომีอิทธิพลอะไรกับใจดวงนี้อีกแล้ว หลังจากเหตุการณ์เมื่อวานซืนที่เกือบจะเผลอใจไปกับความใกล้ชิดอันตรายนั้น
คินน์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานฝั่งที่เธอยืนอยู่ ร่างสูงใหญ่สร้างแรงกดดันจนรินทร์ต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาไม่ได้พูดอะไรในทันที แต่สายตากลับกวาดมองสำรวจเธอตั้งแต่เส้นผมจรดปลายรองเท้า ท่าทีคุกคามแบบเงียบๆ นี้ทำให้หัวใจของเธอเต้นระรัวผิดจังหวะ
"ความเหมาะสมเหรอครับ?" คินน์ทวนคำ น้ำเสียงนุ่มทุ้มแต่เจือแววไม่พอใจอย่างชัดเจน "แต่ผมไม่ชอบความเหมาะสมแบบที่คุณกำลังทำอยู่... มันน่ารำคาญ"
"ถ้าท่านประธานจะกรุณาช่วยถอยห่างไปสักนิด รินทร์จะได้อธิบายรายละเอียดในแฟ้มนี้ให้ฟัง... การยืนประชิดตัวแบบนี้มันไม่เหมาะกับสถานที่ทำงานเลยสักนิดค่ะ... เอ่อ ครับ!" รินทร์เกือบหลุดคำพูดที่เคยชินอีกรอบ ใบหน้าสวยหวานเริ่มขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความกรุ่นโกรธปนความเขินอายที่ถูกต้อนจนมุม
คินน์โน้มตัวลงมาเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขากับเธอเหลือเพียงแค่คืบ ลมหายใจอุ่นๆ เจือกลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ปะทะเข้ากับผิวแก้มจนรินทร์ต้องเกร็งตัวค้าง
"ถ้าผมบอกว่าไม่ถอยล่ะครับ... คุณจะทำยังไง จะลาออกอีกรอบเพื่อหนีหน้าผมเหมือนคราวก่อนไหม" คำพูดเย้าแหย่แต่จริงจังนั้นทำเอารินทร์ชะงัก
"คุณคินน์! อย่ามาพูดจาไร้สาระนะ... รินทร์ไม่ได้หนี แค่ไม่อยากให้เกิดเรื่องเข้าใจผิดระหว่างเราอีก" เธอกัดริมฝีปากแน่น เผลอแสดงอารมณ์ความอึดอัดออกมาทางน้ำเสียงที่เริ่มสั่นน้อยๆ
คินน์นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง แววตาที่เคยแข็งกร้าวฉายแววไหววับชั่วพริบตา ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความดื้อรั้นเอาแต่ใจตามแบบฉบับของ 'หมาโบ้ขี้หวง' ที่ไม่ยอมรับว่าตัวเองกำลังร้อนรน
"เข้าใจผิดเรื่องอะไรครับ? หรือว่าคุณกลัวว่าตัวเองจะห้ามใจไม่ไหวเหมือนอย่างที่เคยเป็นมา"
"คุณคินน์! มันจะมากเกินไปแล้วนะ!" รินทร์หน้าแดงแจ๋ด้วยความโกรธ เธอยกแฟ้มเอกสารขึ้นมากั้นกลางระหว่างตัวเอกับเขาไว้ "ถ้าไม่มีคำสั่งอะไรเพิ่มเติมแล้ว... รินทร์ขอตัวไปทำงานต่อนะครับ"
พูดจบเธอก็หมุนตัวเตรียมจะเดินหนีออกจากห้องทันที แต่ทว่า...
หมับ!
ข้อมือเรียวถูกคว้าเอาไว้ด้วยมือหนาอย่างรวดเร็ว แรงดึงที่ไม่รุนแรงนักแต่เด็ดขาดทำให้รินทร์เซถลาเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างของคนตัวโตกว่าโดยไม่ได้ตั้งใจ แฟ้มเอกสารในมือร่วงหล่นลงพื้นเสียงดังสนั่น กลิ่นกายคุ้นเคยห้อมล้อมเธอไว้ทุกทิศทางจนสมองขาวโพลนไปหมด
"ปล่อยนะคะ... เอ๊ย ปล่อยครับ!" รินทร์พยายามดึงมือตัวเองกลับ แต่ยิ่งเธอขัดขืน อ้อมแขนแกร่งที่โอบเอวเธอไว้หลวมๆ ก็ยิ่งกระชับแน่นขึ้น
คินน์ก้มลงมองใบหน้าคนที่กำลังดิ้นรนอยู่ในอ้อมกอด แววตาของเขาเต็มไปด้วยความหงุดหงิดที่ซ่อนความห่วงหาไว้ภายใต้ท่าทีเผด็จการ "ผมบอกตอนไหนว่าให้คุณไปได้... หืม?"
"คุณไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้กับรินทร์นะ! เราเป็นแค่เจ้านายกับเลขาฯ..."
"งั้นก็เลิกทำตัวห่างเหินใส่ผมซะทีสิครับ" คินน์ตัดบท น้ำเสียงของเขาอ่อนลงเล็กน้อยอย่างหาได้ยากยิ่ง ดวงตาคมกริบมองลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ "ผมเกลียดเวลาที่คุณทำเป็นตีตัวออกห่าง... รู้ไว้ซะด้วย"
รินทร์ชะงักค้าง หัวใจที่เคยเต้นแรงด้วยความโกรธตอนนี้กลับเต้นผิดจังหวะเพราะประโยคเอาแต่ใจแต่แฝงความรู้สึกบางอย่างที่เธอไม่กล้าตีความ คำพูดจู่โจมอย่างไร้เหตุผลของเขาทำให้เธอพูดไม่ออก ได้แต่ยืนแข็งทื่ออยู่ในอ้อมแขนที่อบอุ่นเกินความจำเป็นนั้น
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ที่สอดประสานกันท่ามกลางแสงไฟยามเย็นที่สาดส่องผ่านกระจกหน้าต่างบานใหญ่
ก๊อกๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่รู้กาลเทศะ ตามด้วยเสียงเปิดประตูที่ผลักเข้ามาทันทีโดยไม่รอให้อีกฝ่ายอนุญาต
"คินน์! ฉันเอาแฟ้มโปรเจกต์ใหม่มาให้... อุ๊ย!"
เสียงหวานใสของบุคคลที่สามหยุดชะงักกะทันหัน รินทร์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบออกแรงผลักอกคินน์สุดแรงจนร่างสูงผละออกห่างจากเธอแทบไม่ทัน เธอรีบก้มลงเก็บแฟ้มเอกสารที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาแนบอก ใบหน้าร้อนผ่าวด้วยความอับอาย
คินน์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง ดวงตาคมตวัดมองไปยังผู้มาใหม่ที่ยืนค้างอยู่ตรงธรณีประตูด้วยแววตาหงุดหงิดระคนรำคาญใจ
"ใครใช้ให้คุณเข้ามาโดยไม่เคาะขออนุญาตให้ดีก่อน... พิมพ์พิชชา"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความซึนของบอสคินน์และน้องรินทร์ในตอนนี้นะครับ
เจ้านายครับ...อย่าหาเรื่องรัก•ตอนที่ 4
รอยร้าวที่ไม่ได้ตั้งใจ
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ...อย่าหาเรื่องรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!