เจ้านายครับ...อย่าหาเรื่องรัก•ตอนที่ 2

กฎสามข้อของเจ้านาย

ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
หน้าจอโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานสั่นครืดคราดติดต่อกันจนแทบจะกระโดดลงไปนอนแอ้งแม้งบนพื้นพรม เสียงแจ้งเตือนแอปพลิเคชันแชทและสำนักข่าวออนไลน์ดังระรัวราวกับเสียงกลองศึก ประโคมข่าวอื้อฉาวชิ้นโบว์แดงที่กำลังสั่นคลอนเสาหลักของบริษัทมหาชนอย่าง "คินน์กรุ๊ป" ให้สั่นสะเทือนในชั่วพริบตาเดียว "รินทร์! คินน์! พวกแกหยุดก่อน... ชิบหายแล้ว! ตอนนี้ข่าวเรื่องสัญญาปลอมแปลงหนี้ของบริษัทเรากำลังหลุดว่อนโซเชียล และคนที่ปล่อยคลิปเสียงเมื่อกี้... คือท่านประธานใหญ่ พ่อของคินน์เอง!" เสียงของพายผ่านสายโทรศัพท์แบบเปิดสపీกเกอร์โฟนดังทะลุห้องทำงานส่วนตัวของท่านประธานออกมา จนทำให้บรรยากาศที่คุกรุ่นอยู่แล้วระหว่างคนทั้งคู่ระเบิดเปรี้ยงขึ้นมาทันที รินทร์สะดุ้งเฮือก นัยน์ตากลมโตคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก มือเรียวที่กำลังถือแฟ้มเอกสารคดีหนี้สินถึงกับสั่นเทา เธอหันขวับไปมองหน้าเจ้านายหนุ่มผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการทันที คินน์ไม่ได้มีท่าทีตกใจอย่างที่ควรจะเป็น ใบหน้าหล่อเหลาคมคายยังคงนิ่งสนิท ดวงตาคมกริบสีนิลกาฬวาวโรจน์ด้วยความเยือกเย็นและดุดันจนน่ากลัว เขาแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ ราวกับคาดเดาเกมนี้เอาไว้ล่วงหน้าแล้ว "หึ... ในที่สุดตาแก่ก็เปิดหน้ากากออกมาเองสินะ" คินน์พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาล เขาก้าวเท้าฉับๆ เข้ามาประชิดตัวหญิงสาว ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปทำให้รินทร์ต้องก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติจนแผ่นหลังบอบบางแนบชิดติดกับบานกระจกใสของหน้าต่างห้องทำงาน "ทะ... ท่านประธาน คุณคินน์ ตั้งสติก่อนค่ะ... เอ๊ย! ตั้งสติก่อนครับ!" รินทร์เผลอหลุดคำลงท้ายแบบเดิมออกไปเพราะความลนลาน แต่คินน์ในตอนนี้ไม่มีอารมณ์มานั่งจับผิดเรื่องสรรพนามหรือคำลงท้ายของเธอ สายตาของเขาจับจ้องมาที่เธอราวกับเสือร้ายที่กำลังจ้องตะครุบเหยื่อ "เธอคิดว่าใครเป็นคนขโมยไฟล์เสียงการประชุมลับนั้นออกไป, รินทร์?" คินน์ก้มหน้าลงมา กระซิบชิดริมหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับต้นคอระหงจนขนลุกซู่ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายปนกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัสจนสมองของเธอแทบจะหยุดทำงาน "ฉัน... ฉันจะไปรู้เหรอคะ... เอ๊ย! ผมจะไปรู้เหรอครับ!" รินทร์พยายามเบี่ยงหน้าหนี พยายามรักษาระยะห่างแต่พื้นที่จำกัดทำให้เธอไม่มีทางหนีรอด "คุณก็รู้ว่าฉันเป็นแค่เลขาหน้าโง่ที่ต้องมารับเคราะห์แทนพวกคุณพ่อลูกตระกูลนี้!" "ปากดี" คินน์ยื่นมือหนาข้างหนึ่งไปทาบกระจกด้านหลังศีรษะของเธอ กักขังเธอไว้ในอ้อมแขนอย่างเบ็ดเสร็จ นัยน์ตาดุดันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ฉายแววพยศ "ในสถานการณ์ที่คนทั้งบริษัทกำลังชิบหายวายป่วงเพราะคลิปเสียงหลุด เธอยังมีอารมณ์มาเถียงฉันฉอดๆ อีกเหรอ?" "ก็เพราะคุณมันเอาแต่ใจตัวเองไงคะ! เอ่อ... ครับ!" รินทร์ชักสีหน้าใส่ทันที ไม่มีความกลัวหลงเหลืออยู่ในแววตาคู่นั้น มีเพียงความท้าทายที่พุ่งพล่าน "ถ้าคุณไม่เอาแต่ใช้อำนาจกดขี่คนอื่น ท่านประธานใหญ่จะมีหลักฐานมาเล่นงานคุณเหรอ? เรื่องนี้คุณต้องรับผิดชอบคนเดียว..." "ใครบอกว่าฉันจะรับคนเดียว?" คินน์ขัดขึ้นเสียงทุ้มต่ำ ดวงตาคมปลาบกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังขยับเถียงเขาไม่หยุด "ในเมื่อตอนนี้เธอกับฉันกลายเป็น 'ผู้ต้องสงสัยร่วม' ในคดีทุจริตบริษัทไปเรียบร้อยแล้ว ตามข่าวลือที่ตาแก่ปล่อยออกมา... เธอคิดว่าเรายังมีทางเลือกอื่นอีกงั้นเหรอ?" คำพูดของคินน์ทำให้รินทร์ชะงักไป เธอรีบหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมาดูหน้าจอ พาดหัวข่าวในทวิตเตอร์และเพจธุรกิจชื่อดังพากันตีแผ่เรื่องราวของ "ท่านรองประธานคินน์ สมคบคิดกับเลขาฯ ส่วนตัว ยักยอกและปลอมแปลงเอกสารบริษัท" ภาพถ่ายของเธอและเขาตอนเดินออกจากห้องประชุมด้วยกันเมื่อวานถูกนำมาตัดต่อแปะหราเป็นข่าวหน้าหนึ่ง ให้ตายเถอะ! นี่เธอกลายเป็นแพะรับบาปในสงครามชิงอำนาจของสองพ่อลูกตระกูลนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย! "ไอ้... ไอ้คุณคินน์!" รินทร์สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ระงับความโกรธที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด "คุณต้องออกไปแถลงข่าวเดี๋ยวนี้! บอกความจริงว่าฉันเป็นแค่ลูกจ้างตาดำๆ ที่ทำตามคำสั่ง ไม่ได้มีส่วนรู้เห็นเรื่องการยักยอกอะไรทั้งสิ้น!" "คิดว่าคนพวกนั้นจะเชื่อเลขาฯ ตัวเล็กๆ อย่างเธอ หรือจะเชื่อประธานใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลมากกว่ากันล่ะ, รินทร์?" คินน์ย้อนถามด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เย้ยหยันแต่แฝงไว้ด้วยความเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด "ตอนนี้ทางเดียวที่เราจะรอด... คือเราต้องร่วมมือกัน" "ร่วมมือ?" รินทร์ทวนคำ เสียงสูงปรี๊ด "กับคุณเนี่ยนะ? ฝันไปเถอะค่ะ! เอ่อ... ฝันไปเถอะครับ!" "ใช่ ร่วมมือกับฉัน" คินน์ขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนหน้าอกแกร่งเกือบแนบชิดกับร่างบาง "และเพื่อความปลอดภัยของเธอเอง รวมถึงเพื่อไม่ให้แผนการของตาแก่สำเร็จ ฉันมีข้อเสนอ... ที่เธอปฏิเสธไม่ได้" รินทร์หรี่ตามองเขาอย่างระแวง "ข้อเสนออะไรของคุณ? ถ้าเป็นเรื่องพิลึกๆ ละก็บอกเลยว่า..." "ข้อแรก..." คินน์ชูนิ้วขึ้นมาหนึ่งนิ้ว น้ำเสียงจริงจังปราศจากแววหยอกล้อ "นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป เธอกับฉันต้องย้ายไปอยู่ที่คอนโดส่วนตัวของฉัน ห้ามกลับคอนโดเดิมเด็ดขาด เพราะนักข่าวและคนของตาแก่กำลังไปดักรอเธออยู่ที่นั่น" "ห๊ะ?! บ้าหรือเปล่า ให้ฉันไปอยู่คอนโดคุณเนี่ยนะ ไม่มีทาง!" "ข้อสอง..." คินน์ชูนิ้วที่สองขึ้นมา โดยไม่สนใจเสียงโวยวายของหญิงสาวแม้แต่น้อย "ตลอดเวลาที่เราอยู่ในสถานการณ์นี้ ความสัมพันธ์ของเราทั้งคู่ในที่สาธารณะและในที่ลับ จะต้องอยู่ภายใต้ 'เงื่อนไขห้ามผูกมัดเด็ดขาด' ห้ามหลงรัก ห้ามก้าวก่ายเรื่องส่วนตัว และห้ามมีความรู้สึกอื่นใดนอกเหนือจากความเป็น 'เจ้านายกับลูกน้องที่ร่วมชะตากรรม' เข้าใจไหม?" รินทร์อ้าปากค้าง สมองของเธอประมวลผลคำพูดเหล่านั้นอย่างรวดเร็ว การไปอยู่ร่วมชายคาเดียวกับผู้ชายอันตรายอย่างคินน์คือหายนะชัดๆ แต่การปฏิเสธในตอนนี้เท่ากับการเดินไปให้หมาป่าขย้ำข้างถนน เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ "แล้วข้อสามล่ะคะ... เอ๊ย! ข้อสามคืออะไร?" รินทร์เค้นเสียงถามด้วยความคับแค้นใจ คินน์เงียบไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบจดจ้องมองใบหน้าเนียนใสที่กำลังแดงก่ำด้วยความโกรธ แววตาของเขาไหววับชั่ววินาทีหนึ่งก่อนจะกลับมาเรียบเฉยดังเดิม รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากหยักลึก "ข้อสาม..." คินน์โน้มใบหน้าลงมาจนริมฝีปากเกือบจะชิดกับใบหูของเธอ กระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่าที่ทำเอาสติของรินทร์กระเจิดกระเจิง "ห้ามใจสั่น เวลาที่ฉันอยู่ใกล้... เกินความจำเป็น" รินทร์ถึงกับหายใจสะดุด หัวใจในอกเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพล เธอนึกอยากจะยกมือขึ้นตบหน้าคนหลงตัวเองสักฉาดใหญ่ๆ ให้หายหมั่นไส้ แต่ก่อนที่เธอจะได้อ้าปากด่าทออะไรกลับไป เสียงเคาะประตูก็รัวดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างเร่งร้อน ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! "ท่านประธานครับ! แย่แล้วครับ!" เสียงของเลขาหน้าห้องดังแทรกเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก "ตอนนี้... ตอนนี้ตำรวจเศรษฐกิจมาถึงล็อบบี้บริษัทแล้วครับ กำลังขึ้นมาที่ชั้นนี้พร้อมหมายศาล... ข้อหายักยอกทรัพย์และฟอกเงินครับ!" รินทร์หน้าถอดสีทันที เธอมองหน้าคินน์ด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด สถานการณ์บีบคั้นจนแทบไม่เหลือทางหนีทีไล่ คินน์สบถเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะตัดสินใจคว้าข้อมือเรียวของรินทร์เอาไว้แน่น ไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ปฏิเสธหรือลังเลอีกต่อไป แรงบีบที่อบอุ่นและมั่นคงส่งผ่านจากฝ่ามือของเขามายังเธอ "ถ้าไม่อยากติดคุกแทนฉัน..." คินน์กระซิบด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด เด็ดเดี่ยว และเปี่ยมด้วยอำนาจที่ปฏิเสธไม่ได้ "ก็จับมือฉันไว้ แล้ววิ่งหนีไปด้วยกัน... รินทร์" ร่างสูงออกแรงดึงรินทร์ให้พุ่งตัวตามเขาไปยังประตูลับด้านหลังห้องทำงาน ประตูบานนั้นเปิดออกเผยให้เห็นบันไดหนีไฟที่ทอดยาวลงสู่ชั้นจอดรถใต้ดิน ท่ามกลางเสียงฝีเท้าของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังดังใกล้เข้ามาทุกที... ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความสัมพันธ์ที่ทั้งดุเดือดและน่าลุ้นนี้ด้วยกันนะครับ มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ...อย่าหาเรื่องรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%