"คุณช่วยหยิบ stapler (ที่เย็บกระดาษ) ให้ผมหน่อยได้ไหมครับ?"
คำพูดของเก่งดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่แสนจะกดดันในห้องทำงานของบริษัทรับจ้างกู้โลก เขาไม่ได้พูดกับเพื่อนร่วมงาน แต่พูดกับ 'ชายชุดดำ' ที่กำลังง่วนอยู่กับการใช้มีดสั้นเล่มบางเฉือนร่องรอยการระเบิดมิติออกจากมุมห้องเหมือนกำลังขูดคราบตะกรันในห้องน้ำ
ชายชุดดำชะงักมือ ใบหน้าที่ไร้อารมณ์หันขวับมามองเก่งที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานกองโตด้วยสายตาเหมือนเห็นมนุษย์ต่างดาว "ท่านเก่งครับ... ผมกำลังกำจัดร่องรอยการรั่วไหลของมิติระดับกึ่งเทพอยู่นะครับ ไม่ได้มาช่วยงานธุรการออฟฟิศ"
เก่งถอนหายใจยาวเหยียด เขาขยับแว่นสายตาที่เบี้ยวไปมาให้เข้าที่พลางพยักหน้าอย่างเข้าใจ "เข้าใจครับ... แต่อีกสิบนาทีหัวหน้าแผนกจะเดินมาตรวจงาน ถ้างานเอกสารผมไม่เสร็จ ผมโดนหักเงินเดือนแน่ๆ ซึ่งถ้าผมไม่มีเงินเดือน ผมก็ไม่มีเงินซื้อบะหมี่ให้เทพแอรีสกิน แล้วเทพที่หิวโซอาจจะไปถล่มตึกข้างๆ เพื่อหาเนื้อย่างทานแทน คุณคงไม่อยากให้มันกลายเป็นเรื่องใหญ่กว่านี้ใช่ไหมครับ?"
มุมปากของชายชุดดำกระตุกวูบ เขาหยิบที่เย็บกระดาษที่วางอยู่ข้างศพสิ่งมีชีวิตจากมิติอื่นแล้วโยนข้ามห้องมาให้เก่งอย่างแม่นยำ ก่อนจะหันไปพึมพำกับตัวเองด้วยความเหนื่อยหน่าย "นี่เราได้รับภารกิจกู้โลกหรือมาเป็นพนักงานธุรการให้ไอ้มนุษย์เงินเดือนจอมซวยกันแน่เนี่ย"
ในมุมห้อง เทพแอรีสในชุดเสื้อกล้ามย้วยๆ นั่งยองๆ อยู่บนเก้าอี้สำนักงาน กำลังใช้ปากกาแดงขีดฆ่าตารางงานในสมุดโน้ตอย่างเอาเป็นเอาตาย "เก่ง! ไอ้ตารางประชุมตอนบ่ายสองน่ะ ยกเลิกไปเลยนะ ข้าจะไปถล่มหอคอยทมิฬที่โผล่มาแถวสุขุมวิท อ้อ... อย่าลืมเตรียมมาม่ารสหมูสับให้ข้าด้วย ใส่ไข่สองฟองนะ ถ้าไข่ลวกไม่สุกดีข้าจะฟันหัวไอ้พวกปีศาจกระจอกนั่นทิ้งให้หมด"
เก่งกุมขมับ พยายามจดจ่ออยู่กับการพิมพ์รายงานการขายที่ดูเหมือนจะไร้ความหมายสิ้นดี "แอรีสครับ... เราตกลงกันแล้วว่าเราจะใช้ชีวิตแบบคนปกติ ผมจะเลิกเป็นหัวหน้าทีมกู้โลก แล้วคุณก็เลิกทำตัวเป็นเทพสงครามขี้โมโหสักที เราจะเป็นแค่พนักงานออฟฟิศธรรมดาที่กินเงินเดือนและเบื่อหน่ายกับชีวิตไปวันๆ เหมือนคนอื่นเขา"
"คนปกติเขาไม่เห็นนิมิตเห็นผีเห็นสางแบบนายหรอกนะไอ้หนู" แอรีสแค่นหัวเราะพลางโยนปากกาในมือทิ้ง "นายพยายามจะหลอกตัวเองว่านายเป็นแค่ไอ้เก่งพนักงานบัญชี ทั้งที่เมื่อคืนนายเพิ่งใช้พลังจิตตบมอนิเตอร์ยักษ์ร่วงลงไปในถังขยะนั่นน่ะนะ?"
เก่งชะงักนิ้วที่กำลังพิมพ์รายงาน แสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์สะท้อนเข้าแว่นตาของเขา เผยให้เห็นแววตาที่สับสนและเหนื่อยล้า เขาอยากจะกลับไปเป็นคนธรรมดาจริงๆ อยากกลับไปใช้ชีวิตที่กังวลแค่เรื่อง KPI หรือเรื่องเพื่อนร่วมงานนินทา แต่ดูเหมือนโลกนี้จะไม่ยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ
เขาลุกขึ้นยืนเดินไปที่หน้าต่างของออฟฟิศชั้น 15 มองลงไปเบื้องล่าง เห็นผู้คนเดินขวักไขว่ไปมา ทุกคนดูมีชีวิตที่เรียบง่าย แต่ในสายตาของเขา เขากลับเห็น 'เส้นใยแห่งความพินาศ' สีดำสนิทที่แฝงตัวอยู่ตามเสาไฟฟ้าและทางม้าลาย เขาพยายามกระพริบตาไล่ภาพเหล่านั้น แต่มันกลับยิ่งชัดขึ้น
"ฉันทำไม่ได้..." เก่งพึมพำกับตัวเอง "ฉันพยายามจะเข้าประชุมเหมือนพนักงานคนอื่น พยายามจะรับมือกับหัวหน้าจอมจู้จี้ แต่สมองฉันมันดันไปวิเคราะห์ทิศทางการโจมตีของปีศาจทุกครั้งที่เห็นคนเดินชนกัน"
"เพราะนายไม่ได้เกิดมาเพื่ออยู่ในคอกม้าไง เก่ง" ชายชุดดำเดินเข้ามาใกล้ พิงกำแพงพลางเช็ดคราบเลือดประหลาดออกจากแขนเสื้อ "นายคือ 'ตัวจุดชนวน' ที่สวรรค์และนรกต่างก็ต้องการ ถ้าวันนี้นายไม่ยอมกู้โลก โลกก็จะกู้นายแทน... ในแง่ที่ว่าจะโดนทำลายทิ้งเพื่อกำจัดจุดเสี่ยงน่ะนะ"
เก่งนิ่งไปครู่หนึ่ง เขากำลังจะเอ่ยปากตอบ แต่แล้วเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ตามด้วยการผลักประตูเข้ามาของหญิงสาวในชุดสูทสีเข้มที่ดูคุ้นตา เธอคือหัวหน้าฝ่ายบุคคลที่เขาเคยคิดว่าเธอเป็นคนธรรมดา แต่ในวินาทีที่เธอก้าวเข้ามา บรรยากาศในห้องก็หนักอึ้งราวกับถูกกดทับด้วยแรงโน้มถ่วงมหาศาล
เธอไม่ได้มองชายชุดดำหรือเทพแอรีส เธอมองตรงมาที่เก่งด้วยสายตาที่เย็นเยียบและรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา
"คุณเก่งคะ... รายงานที่คุณส่งมาเมื่อเช้านี้ มี 'ความผิดปกติ' อยู่หลายจุดเลยนะคะ" เธอวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะเสียงดังปัง "โดยเฉพาะหน้าที่คุณเขียนถึงวิธีการกำจัดมิติรั่วไหล... ดิฉันคิดว่าการประเมินผลงานของคุณในรอบนี้ คงต้องมีการปรับเปลี่ยนขนานใหญ่เลยล่ะค่ะ"
เธอหยิบเอกสารฉบับนั้นขึ้นมา แล้วฉีกมันออกเป็นชิ้นๆ ต่อหน้าต่อตาเขาก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้เลือดในกายของเก่งเย็นเฉียบ
"บริษัทของเราไม่ได้ต้องการพนักงานธรรมดาค่ะ... เราต้องการคนที่จะมานั่งแท่น 'ประธานบริษัท' คนใหม่ที่ดูแลโลกใบนี้แทนคนที่กำลังจะหมดวาระในคืนนี้... และคุณคือผู้ถูกเลือกคนนั้นค่ะ... ท่านประธาน"
เธอยื่นนามบัตรสีดำสนิทที่ไม่มีตัวอักษรใดๆ ให้เก่ง ก่อนจะก้มหัวลงต่ำแบบที่ทำกับผู้เป็นใหญ่ที่สุดในบริษัท และทันใดนั้นเอง พื้นห้องที่เคยเป็นออฟฟิศธรรมดาก็เริ่มสั่นสะเทือน เงาร่างสีดำนับสิบปรากฏขึ้นจากช่องว่างของมิติที่เธอเปิดออกมา ท้องฟ้าภายนอกหน้าต่างเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเลือด และเสียงไซเรนจากทั่วทั้งเมืองก็ดังขึ้นพร้อมกันอย่างไม่มีสาเหตุ
ฮาไม่จำกัดขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 17 นี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
บริษัทรับจ้างกู้โลก(ด้วยความกาว): กู้เงินยังยากกว่ากู้สถานการณ์•ตอนที่ 17
ชีวิตพนักงานออฟฟิศที่น่าเบื่อ
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บริษัทรับจ้างกู้โลก(ด้วยความกาว): กู้เงินยังยากกว่ากู้สถานการณ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!