บริษัทรับจ้างกู้โลก(ด้วยความกาว): กู้เงินยังยากกว่ากู้สถานการณ์•ตอนที่ 34

เมื่อความซวยกลายเป็นพลัง

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
"วางตะเกียบลงซะ ถ้าเจ้าไม่อยากให้ร้านมาม่าเจ๊ต้อยกลายเป็นสนามรบ" เสียงของหญิงสาวแปลกหน้าดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่แผ่ซ่านไปทั่วโต๊ะ เก่งนั่งตัวเกร็งจนแทบจะกลืนไปกับพนักเก้าอี้พลาสติกสีซีด เขาเห็นเทพแอรีส—ชายผู้ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเทพสงครามผู้ยิ่งใหญ่ บัดนี้กำลังกำตะเกียบแน่นจนไม้แทบหัก—ค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกมาเป็นไอเย็นเฉียบ กุ้งที่นั่งตัวสั่นอยู่ข้างๆ เก่งพยายามขยับปากจะพูดอะไรสักอย่าง แต่เสียงของเธอกลับหายไปในลำคอราวกับถูกใครบางคนบีบไว้อยู่ "เจ้าคือใคร?" แอรีสถาม เสียงของเขาทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้อากาศรอบข้างหนักอึ้ง หญิงสาวคนนั้นยิ้ม—ไม่ใช่ยิ้มแบบเป็นมิตร แต่เป็นยิ้มแบบที่นักล่ามองดูเหยื่อที่ติดกับดัก "ชื่อของฉันไม่สำคัญเท่ากับสิ่งที่เจ้ากำลังพยายามทำหรอก เทพตกอับ... เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าการมานั่งกินมาม่าต้มยำกุ้งน้ำข้นในโลกมนุษย์ จะช่วยให้เจ้าลืมเลือนเรื่องที่เจ้าทำพลาดไปในสภาเทพได้?" เก่งรู้สึกได้ทันทีว่าความซวยของเขากำลังเริ่มทำงาน บรรยากาศรอบตัวเริ่มผิดปกติ พัดลมเพดานเก่าๆ เริ่มหมุนส่ายไปมาอย่างบ้าคลั่งจนเสียงดังอี๊ดอ๊าดเหมือนจะหลุดลงมาใส่หัวพวกเขา และที่แย่ไปกว่านั้น คือแก้วน้ำที่วางอยู่บนโต๊ะของโต๊ะข้างๆ จู่ๆ ก็เลื่อนไถลไปเองจนเกือบจะหล่นลงพื้น "โอ๊ะ... ขอโทษครับ!" เก่งรีบเอื้อมมือไปคว้าแก้วน้ำนั้นไว้ด้วยสัญชาตญาณ แต่มันกลับพลิกคว่ำหกใส่เสื้อของหญิงสาวคนนั้นแทน *ซวยแล้ว เก่งเอ๊ย ซวยแบบวินาศสันตะโรแน่ๆ* เก่งสบถในใจ หน้าของเขาถอดสี ทว่า... แทนที่หญิงสาวจะโกรธ เธอคนนั้นกลับหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเย็นยะเยือก เธอปัดเศษน้ำออกจากเสื้อผ้าพลางจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเก่ง "ความซวยของเจ้านี่เอง... พลังที่ไร้ระเบียบแต่น่าสนใจ ช่างเถอะ เก่ง เอ๊ย เก่ง... วันนี้ฉันมาเพื่อสอนวิธีควบคุมมันให้เจ้า ไม่ใช่มาเพื่อฆ่าใคร" "คุม... คุมความซวย?" เก่งทวนคำด้วยความงุนงง "ผมแค่เป็นคนดวงซวยตามปกติครับ ไม่ใช่ยอดมนุษย์ที่จะควบคุมโชคชะตาได้" แอรีสหัวเราะหึในลำคอ "เจ้าหนู เจ้าคิดว่าที่เจ้ายังไม่ตายจากเหตุการณ์ถล่มตึกเมื่ออาทิตย์ก่อน หรือการที่เจ้าพามนุษย์กลุ่มหนึ่งรอดพ้นจากภัยพิบัติมาได้ ทั้งที่ตัวเจ้าเองทำอะไรแทบไม่เป็น... มันเป็นเรื่องบังเอิญหรือไง?" เก่งนิ่งไป ความเงียบเข้าครอบงำชั่วขณะ เขาเริ่มย้อนกลับไปคิดถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา สิ่งของที่ตกลงมาทับศัตรูพอดีเป๊ะ โจรที่สะดุดขาตัวเองจนล้มหัวฟาดพื้นตอนพยายามจะวิ่งไล่เขา... ทั้งหมดนั้นมันดูเหมือนความบังเอิญ แต่ถ้ามันไม่ใช่ล่ะ? "ฟังให้ดีนะ" หญิงสาวขยับเข้ามาใกล้จนเก่งได้กลิ่นจางๆ ของกลิ่นโอโซนและดินฝน "ความซวยของเจ้าไม่ใช่คำสาป แต่มันคือ 'แรงดึงดูดของเหตุและผล' ที่บิดเบี้ยว เจ้าสามารถดึงดูดหายนะมาหาตัวได้ เจ้าก็สามารถ 'หักเห' มันไปหาคนอื่นได้เช่นกัน เหมือนกับกระจกที่สะท้อนแสงอาทิตย์ไปเผาไหม้ทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้า" เธอยื่นมือมาแตะที่หน้าอกของเก่ง เบาๆ แต่เขากลับรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่าน "ลองทำดูสิ... หลับตาลง แล้วจินตนาการถึงความซวยที่กำลังถาโถมเข้ามาหาเจ้าตอนนี้น่ะ" เก่งหลับตาลงตามคำบอก เขาพยายามสัมผัสถึงความรู้สึกแปลกๆ ที่มักจะเกิดขึ้นก่อนที่เหตุการณ์ไม่คาดฝันจะเกิด—ความรู้สึกที่เหมือนเข็มเล็กๆ ทิ่มแทงที่ต้นคอ ความรู้สึกที่โลกหมุนคว้างไปหนึ่งจังหวะ เขารู้สึกถึงบางอย่างที่กำลังจะพุ่งเข้ามา... รถบรรทุกที่วิ่งเบรกแตกอยู่นอกร้าน? พายุทอร์นาโดขนาดย่อมที่ก่อตัวขึ้นหลังร้าน? หรือจะเป็นเครื่องบินที่กำลังร่วงลงมา? เก่งไม่รู้ แต่มันหนักอึ้งและรุนแรง "ผลักมันออกไป!" หญิงสาวสั่งเสียงเฉียบ เก่งจินตนาการว่าความหนักอึ้งนั้นเป็นลูกบอลสีดำที่อัดแน่น เขาตัดสินใจสะบัดมือออกไปข้างหน้าพร้อมกับลมหายใจที่พุ่งออกมา *ครืน!* โต๊ะในร้านที่ห่างออกไปสองโต๊ะจู่ๆ ก็พังครืนลงมาเอง ราวกับมีค้อนยักษ์มองไม่เห็นทุบลงไปที่กลางโต๊ะ ทั้งจานชามมาม่ากะเทาะกระจายเกลื่อนพื้น แต่คนในร้านกลับปลอดภัยอย่างปาฏิหาริย์ ราวกับว่า 'ความซวย' ถูกส่งไปลงที่ไม้กระดานแทนที่จะเป็นชีวิตคน เก่งลืมตาขึ้น เขาหอบหายใจถี่ด้วยความตื่นเต้น มือของเขาสั่นระริก "ผม... ผมทำได้" "เพิ่งจะเริ่มเท่านั้น" หญิงสาวกล่าวพลางถอยห่าง "พลังของเจ้าไม่ได้มีไว้แค่ทำลาย แต่มีไว้เพื่อเปลี่ยนผลลัพธ์ของโลกที่บิดเบี้ยวนี้" "แล้วคุณเป็นใครกันแน่?" เก่งถามเสียงเครือ หญิงสาวหยิบการ์ดใบหนึ่งออกมาวางบนโต๊ะ ข้างบนการ์ดไม่มีชื่อ มีเพียงตราสัญลักษณ์เป็นรูปนาฬิกาทรายที่กำลังแตกสลาย เธอหันหลังเดินออกจากร้านไป ท่ามกลางสายฝนที่เริ่มตกลงมาอย่างหนัก แอรีสมองตามหญิงสาวคนนั้นไป แววตาที่เคยเป็นนักฆ่าตอนนี้เปลี่ยนเป็นความหวาดหวั่นที่เก่งไม่เคยเห็นมาก่อน "เจ้าหนู... เตรียมตัวให้พร้อมเถอะ เพราะนั่นไม่ใช่แค่คนธรรมดา" "แล้วเธอคือใคร?" เก่งถามอีกครั้งอย่างกังวล แอรีสหยิบมาม่าที่เหลือขึ้นมาซดจนหมดถ้วย ก่อนจะวางตะเกียบลงด้วยมือที่สั่นเทา "ผู้คุมกฎแห่งโชคชะตาที่ถูกเนรเทศ... คนเดียวกับที่เคยขังข้าไว้ในคุกมิติก่อนจะโดนไล่ออกมานั่นแหละ... และถ้าเธอมาหาเจ้า นั่นหมายความว่า 'เป้าหมาย' ของเธอไม่ได้มีแค่การสอนเจ้า แต่เธอต้องการใช้เจ้าเป็นหมากตัวสำคัญในการเปิดประตูมิติที่หายไป" ทว่าในวินาทีนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือของเก่งก็ดังขึ้น เป็นสายโทรเข้าจากเบอร์แปลกที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เก่งกดรับสาย เสียงที่ตอบกลับมาไม่ใช่เสียงคน แต่เป็นเสียงสังเคราะห์ที่ฟังดูคุ้นหูอย่างน่าประหลาด "บริษัทรับจ้างกู้โลกงั้นหรือ? เรามีงานด่วน... งานที่อาจจะทำให้ทั้งโลกนี้หายไปจากแผนที่ภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง... ถ้าเจ้าอยากรู้ว่าฉันเป็นใคร และทำไมฉันถึงต้องเลือกเจ้า... หันไปมองที่กระจกหลังร้านเดี๋ยวนี้" เก่งหันไปมองกระจกเงาบานใหญ่หลังร้าน ตามคำสั่งนั้นทันที ทว่าสิ่งที่เขาเห็นในกระจกกลับไม่ใช่ภาพสะท้อนของตัวเขาเองหรือร้านมาม่า แต่เป็นภาพของเมืองทั้งเมืองที่กำลังถูกแช่แข็งในเวลาที่หยุดนิ่ง และท่ามกลางความว่างเปล่านั้น มีร่างหนึ่งกำลังยืนรอเขาอยู่... ร่างที่เหมือนกับเขา... เหมือนเปี๊ยบ... ราวกับเป็นตัวเขาจากอนาคตที่กำลังหลั่งเลือด! ฮาไม่จำกัดขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเรื่องราวความวายป่วงมาถึงตอนที่ 34 นี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับผม!
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บริษัทรับจ้างกู้โลก(ด้วยความกาว): กู้เงินยังยากกว่ากู้สถานการณ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%