บริษัทรับจ้างกู้โลก(ด้วยความกาว): กู้เงินยังยากกว่ากู้สถานการณ์•ตอนที่ 33

ศึกชิงแชมป์ดื่มนมจืด

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
"ถ้าคุณยังไม่เลิกทำหน้าบูดเหมือนยักษ์วัดแจ้งที่โดนแย่งไอศกรีม ผมสาบานเลยว่านมจืดกล่องนี้จะเป็นสิ่งสุดท้ายที่ได้ผ่านลำคอคุณในชาตินี้" ผมเคาะนิ้วลงบนโต๊ะไม้สักตัวเก่า กลิ่นอายความตายแผ่ซ่านออกมาจากร่างมหึมาของ 'เบลเซบับ'—ปีศาจแห่งความตะกละที่ตอนนี้ดูเหมือนนักเลงหัวไม้ในคราบมนุษย์ ร่างของเขาสั่นระริกด้วยความโกรธ เส้นเลือดปูดโปนบนขมับขณะจ้องมองกล่องนมจืดรสจืดสนิทที่ตั้งอยู่เบื้องหน้า สถานการณ์ตอนนี้น่ะหรือครับ? ก็แค่การตัดสินชะตากรรมของพวกเราด้วย 'การแข่งดื่มนม' ในขณะที่กุ้ง—เลขาจอมซุ่มซ่ามประจำบริษัท—เพิ่งจะทำพลาดมหันต์ด้วยการกดปุ่ม 'ล้างบางพนักงาน' ขององค์กรลึกลับที่เราดันไปรับงานมาผิดจังหวะที่สุดในรอบร้อยปี "มนุษย์..." เบลเซบับเค้นเสียงออกมาจากลำคอ เสียงนั้นฟังดูเหมือนแผ่นหินครูดกัน "เจ้ากล้าดียังไงเอาของเหลวไร้รสชาติแบบนี้มาดูหมิ่นข้า ข้าคือเจ้าแห่งความหิวโหย ข้ากินได้กระทั่งดวงดาว แต่เจ้า... เจ้าให้ข้าดื่มนมกล่องละสิบบาทเนี่ยนะ?" เทพแอรีสที่นั่งอยู่ข้างผม กระดกมาม่าคัพในมือขึ้นซดอย่างไม่สะทกสะท้าน แม้ชุดสูทราคาแพงที่เจ้าตัวใส่จะเริ่มมีคราบน้ำซุปกระเด็นใส่จนดูเหมือนชุดผ้าขี้ริ้วไปเสียแล้ว "เงียบปากน่าเจ้าปีศาจ กฎคือการพนัน ถ้ามึงแพ้ มึงต้องพาพวกกูออกไปจากไอ้ตึกนรกนี่แบบครบสามสิบสอง ถ้ามึงชนะ... มึงก็เอาวิญญาณไอ้เก่งไปได้เลย แต่นมกล่องนี้เป็นยี่ห้อที่ผมชอบ ถ้ามึงไม่แดก มึงก็ถือว่าแพ้ฟาวล์" ผมเหลือบมองเทพสงครามด้วยสายตาอาฆาต นี่ตกลงคุณกำลังกู้โลกหรือกำลังหาเรื่องให้ผมไปปรโลกกันแน่ครับ? "เริ่มได้!" แอรีสประกาศกร้าวโดยไม่สนสีหน้าซีดเผือดของผม เบลเซบับคำรามลั่น ก่อนจะกระชากกล่องนมขึ้นมาเจาะด้วยเล็บที่แหลมคมของเขา ของเหลวสีขาวขุ่นทะลักออกมา แต่เขากลับซดมันลงไปอึกใหญ่ด้วยความกระหายที่ถูกกดทับ ผมรีบหยิบกล่องนมของตัวเองขึ้นมาบ้าง พยายามรวบรวมสมาธิ กลิ่นนมจืดอบอวลอยู่ในปาก ความเย็นของมันช่างขัดกับบรรยากาศที่ร้อนระอุราวกับภูเขาไฟในห้องนี้ ผมสังเกตเห็นกุ้งที่ยืนหลบอยู่มุมห้อง มือของเธอยังคงสั่นเทา เธอเพิ่งกู้โลก(ด้วยการทำลายโลก)สำเร็จในแง่ของแผนการกำจัดเหยื่อ ผมอยากจะตะโกนถามเหลือเกินว่าปุ่มที่กดไปน่ะ มันมีปุ่มยกเลิกไหม แต่สถานการณ์ตอนนี้ การหายใจยังเป็นเรื่องฟุ่มเฟือย 'อึก... อึก...' เสียงกลืนนมดังแข่งกับเสียงหัวใจของผม ปีศาจตนนั้นดื่มรวดเร็วราวกับปั๊มสูบน้ำ แต่น่าแปลก นมจืดกล่องแล้วกล่องเล่าถูกเบลเซบับกระดกเข้าปากโดยไม่มีทีท่าว่าจะอิ่ม เขากลับเริ่มตัวบวมขึ้นราวกับลูกโป่งที่ถูกอัดลมเข้าไป สีหน้าของเขาเปลี่ยนจากความโกรธเกรี้ยวเป็นความสับสน "ทำไม..." เบลเซบับวางกล่องที่สิบลงบนโต๊ะ ดวงตาเบิกโพลง "ทำไมข้าถึงรู้สึก... อิ่ม?" ผมอาศัยจังหวะที่เขากำลังมึนงง กระดกกล่องที่ห้าลงคอจนหมด แสร้งทำเป็นไม่สะทกสะท้าน ทั้งที่ความจริงแล้วนมจืดปริมาณมหาศาลกำลังจะตีกลับออกมาทางจมูกอยู่รอมร่อ "นมจืดตรายี่ห้อนี้มีส่วนผสมลับครับ เบลเซบับ... มันไม่ใช่แค่นม แต่มันคือนมที่ผสมความ 'ขี้เกียจ' ของมนุษย์เงินเดือนเข้าไป ถ้าคุณดื่มเยอะเกินไป คุณจะไม่มีแรงแม้แต่จะยกมือก่ออาชญากรรม" เทพแอรีสทำหน้าตกใจสุดขีดก่อนจะหัวเราะร่า "เป็นแผนที่ยอดเยี่ยมมากไอ้เก่ง! เอาเลย อัดนมเข้าไปอีก!" "ฮ่าๆๆ! นมจืดน่ะเหรอจะหยุดข้าได้!" เบลเซบับหัวเราะลั่น แต่ทว่าเสียงหัวเราะของเขากลับแผ่วลงเรื่อยๆ ร่างกายที่เคยใหญ่โตเริ่มหดเล็กลงจนเหลือขนาดเท่ามนุษย์ปกติ เขาทรุดลงกับเก้าอี้ ดวงตาที่เคยเป็นสีแดงฉานเริ่มหรี่ลงด้วยความง่วงงุนอย่างรุนแรง กุ้งค่อยๆ ย่องเข้ามาใกล้กระซิบข้างหูผม "พี่เก่งคะ... จริงๆ แล้วหนูหยิบนมมาจากตู้แช่ที่หมดอายุไปตั้งแต่ปีมะโว้แล้วค่ะ" ผมแทบจะสำลักนมที่ค้างอยู่ในคอ นี่เรากำลังฆ่าปีศาจระดับตำนานด้วย 'นมบูด' ใช่ไหม? นี่คือแผนกู้โลกหรือแผนการทำให้อาหารเป็นพิษกันแน่! ทว่า ท่ามกลางความตึงเครียดที่กำลังจะคลี่คลาย ประตูห้องโถงที่ถูกล็อคไว้อย่างแน่นหนากลับค่อยๆ เลื่อนเปิดออกช้าๆ พร้อมกับเสียงฝีเท้าของรองเท้าส้นสูงที่กระทบพื้นหินดัง 'ก๊อก... ก๊อก...' อย่างเป็นจังหวะที่ชวนให้ขนลุก เงาร่างที่ปรากฏตัวขึ้นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น 'ผู้หญิง' ในชุดสูทสีแดงเพลิงที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาด เธอถือแฟ้มเอกสารในมือข้างหนึ่ง และอีกข้างหนึ่งถือรีโมทคอนโทรลสีเงินวาววับ "กุ้ง... ขอบใจมากนะที่กดปุ่มนั้น" หญิงสาวคนนั้นแสยะยิ้มพลางปรายตามองมาที่พวกเรา "ถ้าเธอไม่กด ระบบป้องกันตัวเองของตึกนี้ก็คงไม่ทำงานจนทำให้ปีศาจพวกนี้ติดอยู่ในห้องที่ถูกปิดตายแบบนี้" เธอเดินเข้ามาใกล้เบลเซบับที่กำลังหลับใหล แล้วหยิบกล่องนมบูดขึ้นมาพิจารณา ก่อนจะหันมามองผมด้วยสายตาที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็ง "สวัสดีค่ะคุณเก่ง... ฉันคือหัวหน้าแผนกตรวจสอบพฤติกรรมพนักงาน ส่วนคนที่จะมาเป็นเหยื่อรายต่อไปน่ะ ไม่ใช่ใครหรอกค่ะ..." เธอยกนิ้วขึ้นชี้มาที่หน้าอกของผม "แต่เป็น 'เทพ' ที่นั่งกินมาม่าอยู่ข้างคุณต่างหาก" กุ้งหน้าซีดเผือดเหมือนเห็นผี ส่วนเทพแอรีสชะงักตะเกียบที่กำลังคีบเส้นมาม่า ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวคนนั้นด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป... ไม่ใช่แววตาของเทพที่ตกอับ แต่เป็นแววตาของนักฆ่าที่รอคอยเหยื่อมานานแสนนาน ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับความกาวของทีมเรานะครับ! - ฮาไม่จำกัด -
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บริษัทรับจ้างกู้โลก(ด้วยความกาว): กู้เงินยังยากกว่ากู้สถานการณ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%