กลิ่นอับของกาวตราช้างและพลาสติกโพลีเอทิลีนรีไซเคิลตีเข้าจมูกเก่งอย่างจัง จนเขาต้องยกมือขึ้นมาขยี้ดั้งจมูกด้วยความหงุดหงิด
"นายแน่ใจนะว่าสัมผัสด้านล่างนี่คือพลังแห่งเทพสงครามยุคบรรพกาล ไม่ใช่กลิ่นพลาสติกจีนแดงเกรดต่ำที่เพิ่งออกจากโรงงานเถื่อนเมื่อวาน?"
เก่งกระซิบถามพลางเหลือบมองซ้ายมองขวา ร้าน 'สวรรค์ของเล่นเด็ก' ที่ตั้งอยู่หลบมุมในชั้นใต้ดินของตึกแถวเก่าๆ แถวย่านสะพานเหล็กแห่งนี้ ไม่ได้ให้บรรยากาศของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เลยแม้แต่น้อย เพดานต่ำเตี้ยเรี่ยดิน หลอดไฟนีออนกระพริบวิบวับส่งเสียงฮัมต่ำๆ ชวนประสาทกิน ชั้นวางเหล็กขึ้นสนิมอัดแน่นไปด้วยหุ่นยนต์แปลงร่างหัวหลุด, ปืนฉีดน้ำรูปจระเข้ และตุ๊กตาบาร์บี้ที่ตาข้างหนึ่งหลุดหายจนกลายเป็นเอกลักษณ์สยองขวัญ
ข้างกายเขา เทพแอรีสในร่างชายวัยกลางคนสวมเสื้อกล้ามย้วยๆ และกางเกงเล สีซีด กำลังนั่งยองๆ อยู่หน้ากองกล่องสบู่ที่ถูกดัดแปลงมาใส่ดาบของเล่นพลาสติกสีสะท้อนแสง ดวงตาคมกริบของอดีตเทพสงครามเบิกกว้าง จ้องมองดาบพลาสติกสีชมพูฟูเชียที่มีปุ่มกดมีเสียงดนตรีปิ๊งป่องราวกับเจอขุมทรัพย์ล้ำค่า
"เจ้าเด็กมนุษย์โง่เขลา... เจ้าไม่รู้หรอกว่าภายใต้รูปลักษณ์อันน่าขบขันนี้ มันซ่อนพลังงานที่สามารถผ่าปฐพีเป็นสองท่่อนได้!" แอรีสกระซิบตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเทาด้วยความตื่นเต้น น้ำลายสอตรงมุมปาก "ข้าจำออร่านี้ได้ แม่นยำยิ่งกว่าลายแทงสมบัติของโจรสลัดเคราแดง นี่คือ 'ดาบเพลิงสุริยันต์อัคคี' ที่ข้าทำตกหายไประหว่างเมาสุราหมักจากทุ่งนาสวรรค์เมื่อสามพันปีก่อน!"
"แต่มันมีปุ่มกดตรงด้ามจับนะท่านแอรีส... แล้วตรงปลายดาบเนี่ย มันมีรูปหัวเป็ดพลาสติกที่พอกดแล้วจะมีเสียง 'กั๊บๆ' ด้วยซ้ำ" เก่งหยิบดาบพลาสติกเล่มนั้นขึ้นมาพินิจพิเคราะห์ด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่ายใจ ดวงตาปลาตายมองสลับกับเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ "ถ้าผมเอาดาบอันนี้ไปฟันสัตว์ประหลาดต่างดาวระดับอัลฟ่าในสัปดาห์หน้า สิ่งเดียวที่เราจะได้ยินคงไม่ใช่เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด แต่มันจะเป็นเสียงเป็ดบีบเคลือบดนตรี EDM แน่ๆ"
"เจ้าไม่เข้าใจศิลปะแห่งการอำพรางตัว!" แอรีสลุกพรวดขึ้นมา แย่งดาบพลาสติกสีชมพูหัวเป็ดไปกอดแนบอกราวกับไข่ในหิน ใบหน้าเคร่งขรึมจริงจังจนน่าหมั่นไส้ "ในยุคโบราณ อาวุธที่ทรงพลังที่สุดคืออาวุธที่ศัตรูคาดไม่ถึง! ลองคิดดูสิ ถ้าจอมมารแห่งความมืดกำลังยืนหัวเราะเยาะเราอยู่ แล้วเราชักดาบเล่มนี้ออกมาพร้อมเสียง 'กั๊บๆ!' เจ้าคิดว่าจิตวิทยาของมันจะพังทลายแค่ไหน? มันจะสับสน! มันจะลังเล! และในเสี้ยววินาทีนั้นแหละ... เราจะเสียบพุงมันด้วยพลาสติกเกรดบีนี้แหละ!"
เก่งถอนหายใจยาวเหยียดจนลมในปอดแทบหมด พนักพิงหลังเก้าอี้พลาสติกสีแดงที่เจ้าของร้านตั้งไว้หน้าร้านส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด เขานวดขมับที่เริ่มตุบๆ สมองอันน้อยนิดพยายามคำนวณงบประมาณบริษัท 'รับจ้างกู้โลก(ด้วยความกาว)' ที่ตอนนี้เหลือเงินสดติดบัญชีอยู่สามร้อยบาทถ้วน ค่าเช่าห้องยังค้างจ่าย ค่ามาม่าตุนไว้ใต้เตียงก็ใกล้หมดอายุ และไอ้เทพข้างกายนี่ดันอยากได้ดาบของเล่นราคาเก้าสิบเก้าบาทเพื่อไปกอบกู้จักรวาล
"แล้วเรามีเงินพองั้นเหรอท่าน?" เก่งแบมือออก "ราคามันเก้าสิบเก้าบาทก็จริง แต่ถ้าเราซื้ออันนี้ เราจะไม่มีเงินกินข้าวเที่ยงนะท่านเทพผู้ยิ่งใหญ่"
แอรีสชะงัก ชำเลืองมองป้ายราคาที่ติดอยู่บนกล่องพลาสติกเก่าๆ ก่อนจะหันมามองหน้าเก่งด้วยสายตาจริงจังระดับที่ใช้ตอนวางแผนยุทธศาสตร์รบที่ทุ่งทรอย
"มนุษย์... เจ้าเคยได้ยินคำว่า 'การลงทุนมีความเสี่ยง' หรือไม่?"
"นั่นมันตลาดหุ้น ไม่ใช่การไปซื้อของเล่นเด็ก!"
ก่อนที่เก่งจะได้อ้าปากเถียงต่อ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่บันไดทางลง เสียงโลหะกระทบพื้นคอนกรีตดัง *กริ๊ง... กริ๊ง...* เป็นจังหวะน่ากลัว บรรยากาศในร้านขายของเล่นที่เคยอับทึบและมีกลิ่นพลาสติก จู่ๆ ก็เปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือกจนขนแขนของเก่งลุกชันขึ้นพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
แอรีสหุบปากฉับ ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองที่ทางเข้าทันที มือหนากำด้ามดาบพลาสติกหัวเป็ดแน่นจนพลาสติกราคาถูกส่งเสียงกรอบแกรบ
เงาร่างหนึ่งทาบทับลงมาบนกองกล่องของเล่น ร่างนั้นสูงใหญ่ผิดมนุษย์มนา สวมเสื้อโค้ทกันหนาวสีดำสนิททั้งที่อากาศกรุงเทพฯ ร้อนตับแลบ และที่สำคัญที่สุด... บนศีรษะของมันสวมหมวกกันน็อกเต็มใบแบบทึบแสงสีดำสนิท ไม่มีช่องมองเห็น ร่างนั้นก้าวเข้ามาในร้าน ช้าๆ ทว่ามั่นคง แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจนกล่องหุ่นยนต์บนชั้นวางสั่นสะเทือน
"เจอตัวจนได้..." เสียงทุ้มต่ำลอดออกมาจากหมวกกันน็อก ฟังดูเหมือนเสียงสังเคราะห์จากคอมพิวเตอร์รุ่นโบราณ "เทพผู้ตกอับ... และทาสรับใช้ผู้โชคร้าย"
เก่งกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก เขาค่อยๆ ขยับถอยหลังไปหลบหลังแผ่นหลังกว้างของเทพแอรีสโดยอัตโนมัติ สมองสั่งการว่านี่ไม่ใช่แก๊งทวงหนี้แน่นอน แต่มันต้องเป็นภัยพิบัติระดับจักรวาลที่ตามกลิ่นดาบพลาสติกเล่มนี้มาแน่ๆ
แอรีสยิ้มเยาะมุมปาก ชู "ดาบเพลิงสุริยันต์อัคคี" ขึ้นเหนือหัว แสงไฟนีออนกระพริบสาดส่องลงบนหัวเป็ดพลาสติกสีชมพูสะท้อนแสง
"หึ... คิดไม่ถึงเลยว่าพวกสภาเทพจะส่ง 'หมาล่าเนื้อ' อย่างแกมาตามเก็บกวาดถึงที่นี่..." แอรีสแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ บรรยากาศรอบตัวเริ่มแผ่รังสีอำมหิตออกมาจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว "อยากลองลิ้มรสชาติของอาวุธระดับตำนานหน่อยไหมล่ะ เจ้าสวะ!"
ชายในชุดโค้ทดำไม่ตอบคำถาม เขาค่อยๆ ยกมือขึ้นช้าๆ แล้วดึงวัตถุบางอย่างออกจากกระเป๋าเสื้อโค้ท วัตถุที่เมื่อแสงไฟนีออนกระทบเข้า มันก็สะท้อนแสงสีเงินวาววับบาดตา...
ไม่ใช่ปืน ไม่ใช่ระเบิด และไม่ใช่เวทมนตร์
แต่มันคือ 'เครื่องสแกน QR Code จ่ายเงินสด' ของธนาคารแห่งหนึ่ง พร้อมกับหน้าจอที่ขึ้นข้อความกระพริบสีแดงแจ๋ว่า: *'โปรดชำระค่ายอดค้างชำระสินค้า จำนวนเก้าสิบเก้าบาท ถ้วน'*
"พวกคุณยังไม่ได้จ่ายเงินค่าดาบพลาสติกเล่มนั้นครับ..." เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบเอ่ยขึ้นจากใต้หมวกกันน็อก "และผม... คือผู้จัดการสาขาของร้านนี้"
เก่งเบิกตากว้าง อ้าปากค้างจนแมลงวันแทบบินเข้าปาก ขณะที่แอรีสลดดาบหัวเป็ดลงช้าๆ รอยยิ้มมั่นใจเมื่อครู่แข็งค้างอยู่บนใบหน้า ความยิ่งใหญ่ของเทพสงครามพังทลายลงในพริบตาเดียวเมื่อเผชิญหน้ากับอำนาจมืดที่แท้จริงของโลกมนุษย์... 'ฝ่ายบัญชีและทวงถามหนี้'
— ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางปล่อยก๊ากไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ —
บริษัทรับจ้างกู้โลก(ด้วยความกาว): กู้เงินยังยากกว่ากู้สถานการณ์•ตอนที่ 7
อาวุธระดับตำนานที่ทำมาจากพลาสติก
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บริษัทรับจ้างกู้โลก(ด้วยความกาว): กู้เงินยังยากกว่ากู้สถานการณ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!