ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด...
เสียงสัญญาณเตือนความถี่สูงดังก้องอยู่ในห้องควบคุมใต้ดินที่เต็มไปด้วยฝุ่นผงและเศษซากอิฐจากการต่อสู้ ตัวเลขดิจิทัลสีแดงฉานบนหน้าจอขนาดใหญ่กระพริบถี่รัว—9... 8... 7...—มันคือวินาทีแห่งความเป็นความตายที่ไม่ได้มีแค่ชีวิตของพวกเราเป็นเดิมพัน แต่มันคือการดำรงอยู่ของสรรพสิ่งในจักรวาลนี้
เก่งยืนตัวแข็งทื่อ มือทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความเย็นเฉียบของเหงื่อกาฬไหลย้อยลงตามกรอบหน้า ขาของเขาสั่นเทาจนแทบจะพยุงร่างตัวเองไว้ไม่ไหว ดวงตาเบิกโพลงมองชายชุดดำผู้ลึกลับที่เพิ่งจะกดปุ่มทำลายล้างโลกไปหมาดๆ
นี่คือจุดสิ้นสุดแล้วอย่างนั้นหรือ? หลังจากที่พวกเขาต้องเหน็ดเหนื่อยกับการเคลียร์เอกสารภาษีของเหล่าทวยเทพ วิ่งหนีเจ้าหนี้ข้ามกาแล็กซี่ และกินมาม่ารสหมูสับประทังชีวิตมานับครั้งไม่ถ้วน ทุกอย่างกำลังจะจบลงด้วยการกดปุ่มเพียงครั้งเดียวของตาบ้านี่เนี่ยนะ
"คุณ... คุณทำบ้าอะไรลงไปเนี่ย!" เก่งหลุดตะโกนออกมาด้วยเสียงที่แหบพร่าและสั่นเครือ ความโกรธเกรี้ยวและความสิ้นหวังตีรวนกันอยู่ในอกจนหายใจไม่ออก "ไหนบอกว่าเรายังมีเวลาคุยกันไงวะครับ!"
ชายชุดดำคนเดิมแย้มยิ้ม มุมปากหยักลึกขึ้นอย่างน่ากลัว เขาสลัดเสื้อสูทราคาแพงที่ขาดวิ่นออก เผยให้เห็นรอยสักรูปบาร์โค้ดลึกลับที่ต้นคอ ดวงตาคมกริบภายใต้แว่นตากรอบทองมองตรงมาที่เก่งด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก มันมีความสมเพช ความโล่งใจ และความเย้ยหยันปะปนกันอยู่ในนั้น
"คุยเหรอครับ คุณเก่ง? โลกใบนี้มันเกินกว่าจะเยียวยาด้วยการเจรจาไปนานแล้ว" เสียงของชายชุดดำราบเรียบ เย็นชา และทรงอำนาจจนเก่งรู้สึกเหมือนถูกตรึงไว้กับที่ "คุณคิดจริงๆ เหรอครับว่าบริษัทรับจ้างกู้โลกกระจอกๆ ของคุณ จะแบกรับภาระความเน่าเฟะของจักรวาลไหว? รีโมทเครื่องนั้นไม่ได้ทำลายโลก... แต่มันกำลังรีเซ็ตระบบต่างหาก"
ตัวเลขบนหน้าจอนับถอยหลังมาถึง—3... 2... 1...
เก่งหลับตาปี๋ เตรียมใจรับความเจ็บปวดและความว่างเปล่าที่จะเกิดขึ้น ร่างกายของเขารู้สึกเบาโหวง ราวกับว่าโมเลกุลในร่างกายกำลังจะแตกสลายออกจากกัน เสียงลมหายใจของตัวเองดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท เขานึกถึงหน้าแม่ นึกถึงยอดเงินในบัญชีที่ยังไม่ได้ถอนมาใช้ และนึกถึงกองงานค้างเติ่งบนโต๊ะออฟฟิศที่คงไม่มีวันได้สะสาง
...ทว่า ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของเครื่องปรับอากาศที่ยังคงทำงานอย่างขยันขันแข็ง เก่งค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างหวาดระแวง หน้าจอสีแดงที่เคยนับถอยหลัง ตอนนี้เปลี่ยนเป็นสีฟ้าสดใส พร้อมกับข้อความตัวอักษรขนาดใหญ่ที่ปรากฏขึ้นกลางจอ:
[ SYSTEM REBOOTING: PLEASE INSERT A VALID COIN ]
(กำลังรีเซ็ตระบบ: กรุณาหยอดเหรียญที่ใช้งานได้)
เก่งกะพริบตาปริบๆ สมองอันน้อยนิดของพนักงานออฟฟิศประมวลผลไม่ทัน "ฮะ? หยอดเหรียญ? นี่มันระบบทำลายล้างระดับจักรวาล หรือตู้เกมหยอดเหรียญหน้าเซเว่นแถวบ้านผมกันแน่ครับเนี่ย?"
"ฮ่าๆๆๆๆ!"
เสียงหัวeเราะลั่นห้องดังขึ้น เทพแอรีสที่นอนแผ่หลาหมดสภาพอยู่มุมห้องจากการโดนลูกหลงเมื่อครู่ ค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นมาด้วยใบหน้าเปื้อนฝุ่นและซอสมาม่า เทพสงครามผู้ยิ่งใหญ่ปาดคราบซอสออกจากปาก ก่อนจะหัวเราะร่าออกมาอย่างไร้กาลเทศะ
"เจ้าโง่เอ๊ย!" แอรีสชี้หน้าชายชุดดำแล้วหัวเราะเยาะ "แกคิดว่าเทคโนโลยีเกรดเอของสภาเทพจะเจ๊งง่ายๆ เพราะรีโมทก๊องแก๊งอันนั้นเหรอวะไอ้หนู! นั่นมันรีโมทแอร์คอนดิชันเนอร์ห้องประชุมใหญ่ต่างหากเล่า!"
ชายชุดดำชะงัก รอยยิ้มมั่นใจบนใบหน้าแข็งค้างไปชั่วขณะ เขาก้มมองรีโมทในมือตัวเอง สลับกับมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ตอนนี้ขึ้นสถานะ 'Error 404: Coin Not Found' สีหน้าของเขาเริ่มซีดเผือด เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นตามไรผม
"เป็นไปไม่ได้..." ชายชุดดำพึมพำเสียงสั่น "ฉันขโมยรหัสผ่านมาจากห้องบัญชาการหลักของพระเจ้าเลยนะ... ทำไมมันถึงกลายเป็นรีโมทแอร์ไปได้ล่ะ!"
"ก็เพราะว่าพระเจ้าเขาร้อนไงล่ะครับ!" เก่งที่เริ่มตั้งสติได้ สูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกความกล้า (และความหัวเสีย) กลับคืนมา เขาเดินเข้าไปใกล้ชายชุดดำทีละก้าว แววตาที่เคยหวาดกลัวตอนนี้แปรเปลี่ยนเป็นความหงุดหงิดของมนุษย์เงินเดือนที่งานเข้าไม่เว้นแต่ละวัน "คุณรู้ไหมครับว่าผมต้องเคลียร์คิวงานหัวหมุนแค่ไหนเพื่อให้มาเคลียร์เรื่องบ้าๆ นี้? แล้วคุณยังมาเล่นมุกรีโมทแอร์หลอกเด็กอีกเหรอ!"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง ความลับที่ถูกปิดตายกำลังจะถูกเปิดเผย ชายชุดดำถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนกับผนังห้อง ดวงตาฉายแววหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นเก่งเดินเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารหนาเตอะในมือ—ซึ่งในโลกนี้ ไม่มีอาวุธไหนน่ากลัวเท่ากับแฟ้มสรุปยอดค่าใช้จ่ายประจำเดือนอีกแล้ว
"อย่าเข้ามานะ..." ชายชุดดำละล่ำละลัก "ถ้าแกเข้ามา... ฉันจะบอกความจริงเรื่องที่ว่าทำไมพวกแกถึงต้องมาทำงานที่บริษัทนี้!"
เก่งชะงักฝีเท้าลงทันที ข้อมูลนี้คือสิ่งที่เขาและแอรีสตามหามาตลอดตั้งแต่ก้าวแรกที่หลงเข้ามาทำงานในบริษัทรับจ้างกู้โลกแห่งนี้ ทำไมต้องเป็นเขา? ทำไมต้องเป็นเทพตกงานอย่างแอรีส? และทำไมจักรวาลนี้ถึงดูเหมือนถูกสร้างขึ้นมาจากความกาวล้วนๆ แบบนี้?
"ว่ามาสิครับ" เก่งกดเสียงต่ำ สายตาจ้องเขม็งไปยังชายชุดดำ "ความจริงที่ว่ามันคืออะไร ทำไมพวกผมถึงต้องมารับกรรมแทนพวกเบื้องบนด้วย"
ชายชุดดำสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกความมั่นคงให้,ริมฝีปากสั่นระริกขณะที่เขาเอ่ยประโยคที่เปลี่ยนทิศทางของทุกสิ่งไปตลอดกาล
"ความจริงก็คือ... บริษัทที่พวกนายทำอยู่เนี่ย..." ชายชุดดำกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ "มันไม่ได้ตั้งขึ้นมาเพื่อกู้โลกหรอก... แต่มันตั้งขึ้นมาเพื่อ 'ฟอกเงิน' ให้กับพวกเทวดาที่ติดการพนันบอลต่างหากล่ะ!"
เก่งอ้าปากค้าง สมองของเขาเหมือนถูกค้อนปอนด์ทุบเข้าอย่างจัง แอรีสที่ยืนฟังอยู่ถึงกับทำถ้วยมาม่าหลุดมือตกลงพื้นน้ำซุปกระเด็นเลอะรองเท้า
ทว่า ในวินาทีที่ความลับอันน่าตกตะลึงนั้นถูกเปิดเผย เสียงฝีเท้าหนักแน่นนับร้อยคู่ก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก ประตูเหล็กกล้าหน้าห้องควบคุมถูกระเบิดด้วยแรงดันมหาศาล ควันสีขาวพวยพุ่งกระจายไปทั่วบริเวณ
ร่างเงาสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิทนับสิบคนก้าวเข้ามาพร้อมกับอาวุธครบมือ และคนที่เดินนำหน้าสุด... คือประธานบริษัทผู้ไม่เคยปรากฏตัวที่ไหนมาก่อนเลยตลอดสามปีที่ผ่านมา
และเมื่อร่างนั้นก้าวพ้นกลุ่มควันออกมา เก่งก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบหยุดหายใจ เพราะใบหน้าของประธานบริษัทผู้ทรงอำนาจคนนั้น... มันช่างละม้ายคล้ายคลึงกับตัวเขาเองในวัยห้าสิบปีไม่มีผิดเพี้ยน!
"ยินดีต้อนรับสู่ความจริงนะตัวฉัน..." ชายวัยกลางคนผู้มีใบหน้าเหมือนเก่งทุกประการเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบ "ตอนนี้... ได้เวลาเริ่มงานกะดึกที่แท้จริงเสียที"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมหัวเราะไปด้วยกันเสมอนะครับ
บริษัทรับจ้างกู้โลก(ด้วยความกาว): กู้เงินยังยากกว่ากู้สถานการณ์•ตอนที่ 49
วิกฤตความเชื่อมั่น
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บริษัทรับจ้างกู้โลก(ด้วยความกาว): กู้เงินยังยากกว่ากู้สถานการณ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!