"หัวหน้าครับ... ถ้าหัวหน้าจะกรุณาช่วยเอาดาบเลเซอร์นั่นออกจากคอผม แล้วบอกเหตุผลที่หัวหน้ายังไม่ไปเกิดใหม่สักที ผมจะขอบพระคุณอย่างสูงเลยครับ"
ผมเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามไม่ให้ก้อนสะอื้นแห่งความกลัวหลุดออกมา ขณะที่ปลายคมดาบสีฟ้าเรืองรองของชายในชุดสูทเนี้ยบกริบตรงหน้าจี้อยู่ที่ลูกกระเดือกผมพอดีเป๊ะ คุณพงษ์—อดีตหัวหน้าแผนกผู้ล่วงลับที่น่าจะกำลังดื่มด่ำกับวิมานชั้นฟ้า—กลับยืนยิ้มแย้มอยู่บนชายหาดหัวหิน พลางจัดเนกไทให้เข้าที่ด้วยท่าทางที่ดูเป็นมนุษย์เสียยิ่งกว่าตอนที่เขายังหายใจอยู่เสียอีก
"เก่ง... นายยังทำงานช้าเหมือนเดิมนะ" คุณพงษ์เอ่ยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแฝงความเย็นเยียบจนผมขนลุกชัน "งานที่มอบหมายให้ทำเมื่อสามเดือนก่อนน่ะ ทำเสร็จหรือยัง? รายงานสรุปผลประกอบการไตรมาสสุดท้ายที่นายแอบแก้ไขตัวเลขจนพังนั่นน่ะ ผมรอตรวจอยู่นะ"
"เดี๋ยวสิครับ! นั่นมันเรื่องงานเก่า แล้วนี่มันคนละภพคนละภูมิแล้วนะครับ!" ผมโพล่งขึ้น
"เก่ง! หยุดพล่ามเรื่องตัวเลขได้แล้ว ไอ้หมอนี่ไม่ใช่หัวหน้าแกหรอก แต่มันคือ 'ตัวตลกแห่งห้วงมิติ' ที่ปลอมตัวมาเพื่อหลอกล่อแกไปเชือดต่างหาก!" เทพแอรีสที่บัดนี้อยู่ในชุดกางเกงช้างลายดอกไม้หลากสี แผดเสียงดังลั่นพร้อมกับกระชากกระป๋องมาม่าดิบในมือแตกละเอียดผงฟุ้งกระจายไปทั่วหาดทราย
ท่านเทพกระโดดข้ามเก้าอี้ผ้าใบไม้ไผ่ที่ผมนั่งอยู่เมื่อครู่ แล้วเหวี่ยงหมัดขวาตรงเข้าใส่ใบหน้าของคุณพงษ์ทันที แต่ทว่า... หมัดของเทพสงครามกลับทะลุผ่านร่างนั้นไปเหมือนต่อยอากาศ คุณพงษ์แค่หัวเราะหึๆ ก่อนจะสะบัดมือเบาๆ ส่งกระแสพลังงานสีดำสนิทเข้าใส่ร่างของเทพแอรีสจนกระเด็นไปตกในดงห่วงยางเป็ดเหลืองที่วางขายอยู่ริมหาด
ทันใดนั้นเอง พื้นทรายที่พวกเราเหยียบอยู่ก็เริ่มสั่นสะเทือน เสียงหัวเราะของคุณพงษ์ค่อยๆ บิดเบี้ยวกลายเป็นเสียงแหลมสูงที่เสียดแทงแก้วหู น้ำทะเลที่เคยเป็นสีฟ้าครามบัดนี้เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดุจเลือดสดๆ และจากผืนน้ำที่ไร้ความเคลื่อนไหว กรงเล็บขนาดมหึมาเหมือนปูยักษ์ที่ทำจากเหล็กกล้าและเนื้อเยื่อเน่าเปื่อยก็ตะกุยขึ้นมาบนฝั่ง
มันคือ 'สัตว์ประหลาดกินคน' ที่ดูเหมือนฝันร้ายของวิศวกรผู้คลั่งไคล้การดัดแปลงพันธุกรรม ร่างกายของมันสูงตระหง่านเทียบเท่าตึกสามชั้น ดวงตานับร้อยดวงบนกระดองกระพริบถี่ๆ อย่างหิวโหย
"นี่คือบทลงโทษสำหรับพนักงานที่ลาออกโดยไม่ยื่นใบลาล่วงหน้าสามสิบวัน" คุณพงษ์พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบก่อนจะเลือนหายไปในอากาศทิ้งไว้เพียงรอยแยกมิติที่ค่อยๆ ปิดตัวลง
"เอาจริงดิ! ลาออกแล้วต้องเจอสัตว์ประหลาดด้วยเหรอครับ!" ผมตะโกนไล่หลัง ขณะที่เจ้าสัตว์ประหลาดนั่นพ่นน้ำกรดสีเขียวออกมาจากปาก กัดเซาะร่มชายหาดของร้านป้าข้างๆ จนละลายหายไปในพริบตา
เทพแอรีสลุกขึ้นจากกองห่วงยางเป็ด เขาปัดเศษผงมาม่าออกจากชุดกางเกงช้างด้วยใบหน้าที่เปลี่ยนจากความขี้เกียจเป็นความกระหายเลือดทันที "เก่ง! เลิกทำหน้าเหมือนคนกำลังจะถูกเลิกจ้างแล้วหยิบดาบศักดิ์สิทธิ์ที่แกเก็บไว้ในกระเป๋าเป้ข้างเก้าอี้นั่นออกมาซะ นี่ไม่ใช่เวลามาดราม่าเรื่องหัวหน้าเก่า แต่มันคือเวลาของงานกู้โลกที่โคตรจะไม่เป็นทางการ!"
ผมควานหาดาบในเป้สะพายหลัง มือสั่นเทาจนแทบทำหลุดจากมือ ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของนักท่องเที่ยวที่วิ่งหนีตายกันอลหม่าน ผมเหลือบไปเห็นเจ้าสัตว์ประหลาดนั่นกำลังยกก้ามขนาดมหึมาขึ้นสูง เตรียมจะฟาดลงมาที่จุดที่ผมยืนอยู่พอดี
ผมหลับตาปี๋ สวดมนต์ทุกบทที่เคยจำได้ตั้งแต่อนุบาล พร้อมกับชักดาบออกมาจากฝักด้วยความหวังอันน้อยนิดว่ามันจะทำงาน... แต่ทว่าเสียงที่ดังขึ้นไม่ใช่เสียงคมดาบปะทะกับเปลือกแข็งของสัตว์ประหลาด แต่มันคือเสียง 'ตื๊ด' ของแบตเตอรี่ที่แจ้งเตือนว่าพลังงานหมดเกลี้ยง
ดาบศักดิ์สิทธิ์ที่ผมได้รับมอบหมายให้ถือครองเพื่อกู้โลก... ดันลืมชาร์จแบตเตอรี่!
"เฮ้ย! เก่ง! ดาบแกทำไมมันเงียบกริบแบบนั้นวะ!" เทพแอรีสตะโกนถามขณะที่เขากระโดดหลบก้ามสัตว์ประหลาดแบบเฉียดฉิว
ผมมองหน้าจอดาบที่ขึ้นตัวหนังสือสีแดงแป๊ดว่า 'Low Battery: Please charge before saving the world' แล้วหันไปมองก้ามมหึมาที่กำลังร่วงลงมาเหมือนค้อนยักษ์ ผมทำได้เพียงหัวเราะแห้งๆ ในลำคอ
เพราะในขณะที่ความตายกำลังจะมาถึง ดันมีเสียงแจ้งเตือนไลน์ดังขึ้นจากโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงของผม เป็นข้อความจากหัวหน้าคนใหม่ที่ส่งมาว่า... 'เก่ง ถ้าวันนี้ไม่ได้ส่งรีพอร์ต จะถือว่าขาดงานนะ'
ก้ามเหล็กยักษ์กระแทกพื้นทรายจนดินแยกแตกกระจาย แรงปะทะทำให้ผมลอยละลิ่วไปกลางอากาศ และในเสี้ยววินาทีที่ความมืดมิดของก้ามมันปกคลุมร่างผมไว้ ผมก็ได้เห็นบางอย่างที่อยู่ใต้กระดองของเจ้าสัตว์ประหลาดตัวนั้น...
มันไม่ใช่เครื่องจักร แต่มันคือเลขพนักงานของผมที่สลักไว้บนเนื้อหนังของสัตว์ร้ายอย่างเด่นชัด พร้อมกับร่างของ 'คุณพงษ์' ที่กลับมาปรากฏตัวอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาไม่ได้ถือดาบเลเซอร์ แต่ถือแฟ้มเอกสารชุดเดิมที่ผมส่งไม่ทันเมื่อสามเดือนก่อน แล้วยื่นปากกามาตรงหน้าผม พร้อมรอยยิ้มที่น่าขนลุกที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา
"เซ็นชื่อในใบยินยอมรับผิดชอบความเสียหายทั้งหมดสิเก่ง... แล้วผมจะปล่อยนายไป... หรือไม่ ก็เชิญตายพร้อมกับโปรเจกต์กู้โลกเน่าๆ ของนายที่นี่ได้เลย"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเอาใจช่วยพนักงานออฟฟิศดวงกุดคนนี้ด้วยนะครับ!
บริษัทรับจ้างกู้โลก(ด้วยความกาว): กู้เงินยังยากกว่ากู้สถานการณ์•ตอนที่ 11
วันหยุดพักร้อนที่ไม่ได้พัก
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บริษัทรับจ้างกู้โลก(ด้วยความกาว): กู้เงินยังยากกว่ากู้สถานการณ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!