"ถ้าขืนนายยังจีบสาวด้วยประโยค 'วันนี้กินมาม่ารสอะไรดีครับ' อีก ผมสาบานได้เลยว่า ต่อให้เป็นเทพสงครามอย่างผม ก็ช่วยนายให้พ้นจากความโสดไม่ได้หรอกนะเก่ง!"
แอรีสกระแทกแก้วกระดาษที่มีคราบน้ำซุปหมูสับติดอยู่ลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ ของสำนักงานรับจ้างกู้โลก เขาขยี้ผมสีแดงเพลิงที่ยุ่งเหยิงนั่นอย่างหงุดหงิดพลางถอนหายใจยาวเหยียดราวกับโลกกำลังจะแตกเสียเดี๋ยวนี้
เก่ง นั่งกุมขมับอยู่บนเก้าอี้พลาสติกที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดทุกครั้งที่เขาขยับตัว กระดาษใบยินยอมรับผิดชอบความเสียหายที่เขายังเซ็นไม่เสร็จวางอยู่ตรงหน้า เป็นเครื่องเตือนใจว่าชีวิตเขากำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย แต่ในตอนนี้ ปัญหาเรื่องความรักของเขามันกลับดูจะหนักหนาพอๆ กับการต้องชดใช้ค่าเสียหายระดับพันล้าน
"ก็มันถนัดแบบนี้นี่ครับพี่แอรีส" เก่งพึมพำ สายตาสอดส่ายไปมองหน้าต่างกระจกฝ้าที่มองเห็นเงาร่างของ 'ริน' เลขาสาวสุดเย็นชาที่เป็นเป้าหมายของเขาในครั้งนี้ "จะให้ผมไปพูดอะไรที่มันดูเท่แบบในหนังน่ะเหรอ? ผมมันแค่พนักงานออฟฟิศที่ดวงซวยแถมยังเป็นหนี้บริษัทกู้โลกอยู่เลยนะ"
แอรีสลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พลางตบโต๊ะจนปกาในขวดกระเด็น "นั่นแหละจุดผิดพลาด! นายต้องใช้ความเด็ดขาดแบบเทพสงคราม จำไว้ว่าผู้หญิงน่ะแพ้ความกล้าหาญ ดูผมนะ... ถ้าผมอยากได้อะไร ผมจะประกาศศักดาให้รู้ว่าผมคือใคร แล้วเขาก็จะยอมจำนนเอง"
"วิธีของพี่คือการไปท้าสู้กับเจ้าหนี้หรือข่มขู่พนักงานร้านสะดวกซื้อนะครับ" เก่งแย้งหน้าตาย
"รายละเอียดเล็กน้อยน่ะ! เอาล่ะ ฟังนะ..." แอรีสโน้มตัวลงมา ใบหน้าของเทพสงครามในร่างคนตกงานดูจริงจังราวกับกำลังวางแผนถล่มอาณาจักร "เมื่อเธอเดินผ่านประตูเข้ามา นายต้องไม่มองหน้าเธอตรงๆ แต่ให้มองไปที่หน้าต่าง ทำหน้าให้ดูเศร้าสร้อยดุจวีรบุรุษผู้แบกรับความลับของจักรวาลเอาไว้ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงต่ำๆ ว่า... 'ท่ามกลางสนามรบที่ไร้ทางออก ผมกลับพบว่าสงครามที่ยากที่สุด คือการรักษาจังหวะหัวใจตัวเองเอาไว้เมื่อเห็นคุณ'"
เก่งนิ่งไปครู่หนึ่ง เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ "มันจะไม่ดูเหมือนผมเป็นบ้าเหรอครับ?"
"เชื่่อผม! นี่คือศาสตร์แห่งเทพ!"
ไม่ทันขาดคำ ประตูสำนักงานก็ถูกผลักออก รินก้าวเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารในมือ เธอดูสวยสง่าแต่ทว่าเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก ดวงตาคมกริบมองมาที่เก่งที่กำลังทำหน้าตาแปลกๆ อยู่
เก่งสะดุ้งสุดตัว เขาจำคำสั่งของแอรีสได้แม่นยำ เขารีบหันหน้ามองหน้าต่างทันที ทำหน้าเศร้าโศกเสียยิ่งกว่าคนถูกหวยกินรางวัลที่หนึ่งสามงวดซ้อน แล้วเปล่งเสียงออกมาด้วยโทนต่ำที่ดูไม่เป็นธรรมชาติเอาเสียเลย
"ท่ามกลาง... เอ่อ... สงครามที่ไร้ทางออก... ผมกลับพบว่า... เออ... หัวใจของผมมันเต้นแรงเพราะคุณ... เอ้ย ไม่ใช่!" เก่งตะกุกตะกัก เหงื่อเม็ดเป้งไหลซึมออกมาตามไรผม
รินชะงักฝีเท้า เธอเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาสงสัยเปลี่ยนเป็นความรังเกียจชั่ววูบ "คุณเก่งคะ ถ้าคุณจะล้อเล่นหรือพยายามจะจีบฉันด้วยมุกเสี่ยวๆ แบบนี้ ช่วยกรุณาไปทำที่อื่นค่ะ ที่นี่มีงานต้องทำ"
แอรีสที่แอบอยู่หลังม่านฉากกั้นทำท่าทางกระซิบกระซาบ "ใจเย็นไอ้น้อง! รุกต่อ! บอกไปว่า 'ผมไม่ได้ล้อเล่น แต่ความรักมันคือคำสั่งจากสรวงสวรรค์ที่ผมปฏิเสธไม่ได้'"
เก่งกลืนน้ำลายอึกใหญ่ เขารู้สึกว่าหน้าตัวเองร้อนผ่าว "คือ... ความรัก... มันคือคำสั่งจาก... จากสรวงสวรรค์ที่ผม... ที่ผมปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ครับริน"
เงียบ... ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วห้องจนได้ยินเสียงพัดลมระบายอากาศที่ใกล้จะพังพินาศดังหึ่งๆ รินวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะด้วยแรงที่มากกว่าปกติเล็กน้อย เธอก้าวเข้ามาใกล้เก่งจนเขาได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่ทำให้ใจสั่น
"คุณเก่งคะ" เสียงของรินราบเรียบจนน่ากลัว "เมื่อกี้ฉันเพิ่งเอาเอกสารการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากเหตุการณ์เมื่อวานมาให้คุณ และตอนนี้คุณกำลังบอกว่า... การที่บริษัทเรากำลังจะเจ๊งและฉันกำลังจะตกงาน คือคำสั่งจากสวรรค์งั้นเหรอคะ?"
เก่งหน้าถอดสี "ผมไม่ได้หมายความแบบนั้นครับ!"
"ถ้าคุณไม่มีปัญญาจะรับผิดชอบงานที่ทำพังจนต้องเอาเรื่องพรรค์นี้มากลบเกลื่อน ก็เชิญไปพิจารณาตัวเองที่แผนกบุคคลได้เลยค่ะ" รินหันหลังกลับ เตรียมจะเดินออกจากห้อง
แอรีสขยับตัวออกมาจากหลังม่าน ใบหน้าดูภูมิใจอย่างประหลาด "เห็นไหมเก่ง! เธอเขินจนหนีไปเลย! นี่คือสัญญาณที่ดีนะ!"
เก่งแทบอยากจะมุดแผ่นดินหนี เขาหันไปตะโกนใส่แอรีส "นั่นเขาเรียกว่าไล่ออกครับพี่ ไม่ใช่เขิน!"
ทว่าก่อนที่รินจะเปิดประตูออกไป เธอก็หยุดชะงัก มือที่จับลูกบิดประตูสั่นเล็กน้อย เธอหันกลับมามองเก่งด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่ความโกรธ แต่มันคือความเหนื่อยล้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าเย็นชานั้น
"คุณเก่ง... ฉันรู้ว่าคุณไม่ได้ตั้งใจให้มันพัง" เธอกล่าวเสียงแผ่ว "แต่ถ้าคุณยังเอาเวลามาทำอะไรเพ้อเจ้อแบบนี้ แทนที่จะหาทางแก้ไขปัญหาระดับจักรวาลที่มันจ่อคอหอยพวกเราอยู่... ฉันเกรงว่าต่อให้คุณเป็นเทพลงมาจุติ ก็คงช่วยอะไรไม่ได้"
เธอกดปุ่มบนแฟ้มเอกสาร หน้าจอโฮโลแกรมสว่างวาบขึ้นมากลางห้อง เป็นภาพข่าวที่ไม่มีใครคาดคิด... ดาวเคราะห์ดวงหนึ่งในระบบสุริยะเพิ่งถูกทำลายลงโดยพลังงานปริศนา ซึ่งพิกัดที่เกิดขึ้นนั้น ห่างจากสำนักงานของพวกเขาไปเพียงไม่กี่กิโลเมตรในมิติซ้อนทับ
รินมองเก่งด้วยสายตาที่กดดัน "พวกเราไม่ได้แค่กำลังจะตกงานค่ะคุณเก่ง... พวกเรากำลังจะถูกลบออกจากสารบบของเอกภพภายในสามชั่วโมงนี้... และไอ้ 'โปรเจกต์กู้โลก' ที่คุณว่านั่นแหละ คือสิ่งเดียวที่ไอ้พวกคนเบื้องบนมันกำลังตามล่า!"
เก่งตัวเย็นเฉียบ เขามองไปที่หน้าจอโฮโลแกรม ภาพของชายสวมหน้ากากเหล็กที่เขาคุ้นเคยดีกำลังยืนอยู่เหนือซากปรักหักพังนั้น... คนเดียวกับที่เขาเพิ่งเซ็นใบยินยอมรับผิดชอบความเสียหายไปเมื่อวาน!
ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามการผจญภัยสุดกาวของนายเก่งและเทพแอรีสนะครับ!
บริษัทรับจ้างกู้โลก(ด้วยความกาว): กู้เงินยังยากกว่ากู้สถานการณ์•ตอนที่ 12
เทพสงครามสอนจีบสาว
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บริษัทรับจ้างกู้โลก(ด้วยความกาว): กู้เงินยังยากกว่ากู้สถานการณ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!