"วิ่ง! อย่าหันกลับไปมองเด็ดขาด ถ้าไม่อยากถูกส่งตัวไปปรับทัศนคติในคุกนรกแบบ Open-Air!"
เสียงของแอรีสที่ปกติจะดุดันดั่งเสียงคำรามของสิงโต กลับเปลี่ยนเป็นเสียงแปดหลอดเหมือนคนกำลังถูกหวยรางวัลที่หนึ่งแต่ทำสลากหาย เทพสงครามที่เคยถือหอกสายฟ้าตอนนี้กำลังกอดลังมาม่าต้มยำกุ้งแน่นแล้วพุ่งตัวผ่านตรอกแคบๆ ในย่านสลัมของจักรวาลคู่ขนานราวกับหนูติดจั่น
เก่งหอบหายใจจนปอดแทบฉีก วิ่งตามติดแอรีสไปพลางเหลียวมองข้างหลัง "พี่! ฝ่ายบุคคลสภาจักรวาลมันน่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอ แค่มาทวงใบเสร็จค่าอุปกรณ์กู้โลกที่พี่ทำพังไม่ใช่หรือไง!"
"แกไม่เข้าใจ!" แอรีสตะคอกพลางกระโดดข้ามกองขยะอวกาศที่ส่งกลิ่นเหมือนถุงเท้าเน่าของเอเลี่ยนสิบปี "พวกนั้นไม่ใช่แค่คนตรวจบัญชี! พวกมันคือ 'หน่วยทวงคืนภาษีวิญญาณ' ถ้าพวกมันจับตัวเราได้ สิ่งที่พวกมันจะยึดไม่ใช่แค่เงิน แต่มันคือ 'ค่าประสบการณ์ชีวิต' แกอยากกลับไปเป็นทารกที่พูดไม่ได้แล้วต้องนอนฉี่ใส่ผ้าอ้อมตลอดกาลหรือไง!"
เก่งสะดุดขาตัวเองเกือบหน้าคว่ำ แต่ความกลัวตายกระตุ้นให้เขาลุกขึ้นมาสปริงตัววิ่งต่อแบบไม่คิดชีวิต "ทำไมกฎหมายสภาจักรวาลมันถึงได้เฮงซวยขนาดนี้! นี่มันยิ่งกว่าโดนสรรพากรตามล่าตอนสิ้นเดือนอีกนะ!"
ทันใดนั้น แสงสีฟ้าจัดจ้าก็พุ่งผ่านหัวพวกเขาไป กระแทกถังขยะเหล็กข้างหน้าจนระเบิดกลายเป็นผุยผง กลิ่นโอโซนไหม้เกรียมอบอวลไปทั่วอากาศ ร่างเงาสามร่างที่สวมชุดสูทสีเทาเนี้ยบกริบ ผิวหนังซีดเผือดเหมือนกระดาษเอกสาร และไม่มีใบหน้า มีเพียงจอภาพ LED ที่ฉายกราฟแท่งแสดงยอดหนี้ค้างชำระลอยเด่นอยู่ตรงกลางศีรษะ พวกเขากำลังก้าวเดินอย่างเชื่องช้า แต่ทุกย่างก้าวกลับสั่นสะเทือนไปถึงดวงดาว
"ตรวจสอบพบ: ผู้หลีกเลี่ยงภาระหนี้สินระดับจักรวาล นายเก่งและอดีตเทพแอรีส" เสียงสังเคราะห์ที่เย็นเยียบดังออกมาจากเครื่องขยายเสียงที่ติดตั้งไว้บนไหล่ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคล "กรุณาหยุดอยู่กับที่เพื่อทำการยึดทรัพย์สินทางชีวภาพและรีไซเคิลจิตวิญญาณเข้าสู่ระบบส่วนกลาง"
"รีไซเคิลบ้านแกสิ!" แอรีสขว้างถ้วยมาม่าที่กินหมดแล้วใส่หน้าพวกมันด้วยความแค้น แต่ถ้วยพลาสติกกลับถูกกระสุนแสงของเจ้าหน้าที่ยิงจนสลายกลายเป็นละอองดาวไปในพริบตา
"พี่แอรีส! ผมว่าเราไม่รอดแน่ ถ้าขืนวิ่งแบบไร้จุดหมายแบบนี้" เก่งหันไปตะโกนถามขณะพยายามมุดเข้าไปใต้ท่อระบายน้ำข้ามมิติ
"งั้นก็ใช้ไอ้นั่น! ไอ้สกิล 'กู้สถานการณ์' ที่แกชอบใช้มั่วๆ น่ะ!" แอรีสกัดฟันกรอด ขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลเริ่มกางตาข่ายพลังงานสีดำทมิฬออกมา ล้อมรอบตรอกทั้งสองด้านจนทางออกปิดตาย
เก่งหยุดกะทันหัน หัวใจเต้นแรงจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอก เขาหลับตาแน่น พยายามเรียกใช้พลังที่เขาไม่เคยเข้าใจมันจริงๆ สักที—พลังของการเป็นพนักงานออฟฟิศผู้ไร้ทางสู้แต่ดันมีภาระค้ำคอ
"ถ้าจะเก็บภาษี... ก็มาเอาไปเลย!" เก่งหยิบแฟ้มเอกสารเก่าๆ ในกระเป๋าสะพายที่เก็บมาจากที่ทำงานเดิมออกมา มันเป็นแฟ้มคำร้องขอลาออกที่ไม่เคยได้รับอนุมัติ
เขาฉีกกระดาษในแฟ้มทิ้งแล้วตะโกน "ผมขอทำเรื่องยื่นประท้วงการหักภาษีซ้ำซ้อน!"
ทันใดนั้น พื้นที่รอบตัวพวกเขาก็บิดเบี้ยว เอกสารที่ฉีกขาดกลายเป็นพายุหมุนของกระดาษนับล้านใบพุ่งเข้าจู่โจมเจ้าหน้าที่ทั้งสามร่างเหมือนพายุทอร์นาโด กระดาษทุกแผ่นมีข้อความตอกย้ำถึงความเหนื่อยล้าของมนุษย์เงินเดือนและภาระหนี้สินที่ไม่มีวันหมดสิ้น
เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลชะงัก จอภาพบนหน้าเริ่มรวน "ข้อผิดพลาดร้ายแรง: พลังงานลบเกินขีดจำกัด... นี่คือความเครียดจากการทำงานระดับ 9,000?"
"ไปเลยพี่!" เก่งตะโกนสุดเสียง
แอรีสไม่รอช้า เขาคว้าคอเสื้อเก่งแล้วกระโดดทะลุผ่านม่านพายุเอกสาร เข้าสู่ประตูมิติที่เปิดออกอย่างกะทันหัน ความมืดมิดกลืนกินพวกเขาเข้าไปในชั่วพริบตา
เมื่อทิ้งระยะห่างออกมาได้ไกลพอจนแสงสีเทาของพวกฝ่ายบุคคลหายไปจากสายตา ทั้งคู่ก็นอนหอบแฮ่กอยู่บนหลังคาของสถานีอวกาศร้างที่ลอยเคว้งคว้างกลางอวกาศ เก่งเหงื่อท่วมตัวราวกับเพิ่งไปอาบน้ำมาทั้งชุด
"เรา... เราหนีรอดแล้วใช่ไหมพี่?" เก่งถามเสียงสั่น
แอรีสนั่งลงพิงถังออกซิเจนเก่าๆ ใบหนึ่ง เขาขยี้ผมจนยุ่งเหยิง "รอดแค่คราวนี้แหละ แต่การที่แกเรียกใช้ 'พลังแห่งการประท้วง' แบบนั้น... มันจะดึงดูดพวกที่ใหญ่กว่านั้นมา"
เก่งขมวดคิ้ว "ใคร? ใหญ่กว่าฝ่ายบุคคลอีกเหรอ?"
แอรีสเงยหน้ามองไปยังความว่างเปล่าของอวกาศ ดวงตาที่เคยดุร้ายตอนนี้กลับดูหม่นแสงลงอย่างประหลาด เขาหยิบเศษกระดาษแผ่นหนึ่งที่ติดมาจากการจู่โจมเมื่อครู่ มันไม่ใช่เอกสารของเก่ง แต่มันคือตราประทับสีแดงฉานที่มีสัญลักษณ์รูปดวงตาที่สาม
"พวกสภาสูงสุด... พวกที่สั่งการฝ่ายบุคคลอีกที" แอรีสพูดพลางขยำกระดาษนั้นทิ้ง "เพราะการประท้วงของแกเมื่อกี้ มันไปเปิดรอยแยกมิติที่ปิดตายมานานนับพันปีเข้าให้แล้ว"
ยังไม่ทันที่เก่งจะถามต่อ รอยแยกบนท้องฟ้าเหนือหัวพวกเขาก็ฉีกออกอย่างช้าๆ เสียงดนตรีคลาสสิกที่แสนเยือกเย็นและน่าสยดสยองดังแว่วมาจากความว่างเปล่านั้น เงาสีดำขนาดมหึมาเริ่มเคลื่อนตัวออกมาจากรอยแยก
และที่น่ากลัวที่สุด... คือเสียงที่ดังผ่านโทรจิตเข้ามาในหัวของเก่งโดยตรง: *“ในที่สุด... พนักงานที่ทำเอกสารหายไป ก็ได้กลับมาพบกับผู้จัดการสาขาเสียที”*
เก่งตัวแข็งทื่อเมื่อเห็นบุคคลที่ก้าวออกมาจากรอยแยกนั้น ชายสวมแว่นตากรอบทองที่เขารู้จักดีที่สุดในโลก... อดีตหัวหน้าแผนกของเขาที่เพิ่งตายไปเมื่อสามเดือนก่อน!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับภารกิจกู้โลกที่สุ่มเสี่ยงต่อชีวิตพนักงานออฟฟิศครับ! - ฮาไม่จำกัด
บริษัทรับจ้างกู้โลก(ด้วยความกาว): กู้เงินยังยากกว่ากู้สถานการณ์•ตอนที่ 10
โดนไล่ล่าด้วยภาษีสังคม
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บริษัทรับจ้างกู้โลก(ด้วยความกาว): กู้เงินยังยากกว่ากู้สถานการณ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!