"ขอโทษทีนะที่มารบกวนมื้อค่ำ... แต่ดูเหมือนพวกเธอจะลืมเชิญแขกคนสำคัญที่สุดไปคนหนึ่งนะ เก่ง"
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังลอดผ่านรอยแยกของมิติที่บิดเบี้ยวราวกับกระจกแตก กลิ่นอายของความตายและซอสพริกยี่ห้อดังลอยคละคลุ้งปะปนกันอย่างประหลาด เก่งกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ มือที่กำด้ามไม้ถูพื้นอเนกประสงค์สั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความกลัว... แต่เป็นเพราะนี่มันคือเวลาพักผ่อนหลังเลิกงานต่างหาก ทำไมพวกตัวร้ายถึงไม่มีมารยาทเอาเสียเลย มากวนใจคนอื่นตอนกำลังจะกินมาม่าต้มยำกุ้งใส่ไข่ลวกเนี่ยนะ!
"แก..." เทพแอรีสในชุดสูทสีดำยับยู่ยี่เนื่องจากซักรีดไม่เป็น ค่อยๆ ขยับแว่นตากันแดดสีชาที่ใส่ทั้งๆ ที่อยู่ในห้องมืดขึ้นสันจnose ดวงตาสคมดุจเหยี่ยวจ้องเขม็งไปยังร่างเงาที่ก้าวออกมาจากความว่างเปล่า "ไอ้เจ้าสารเลว 'มาสเตอร์คิว' แกกล้าดียังไงมาขัดจังหวะตอนที่ข้ากำลังลุ้นว่าไข่ต้มยางมะตูมมันจะสุกพอดีไหม!"
เงาร่างนั้นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีขาวสะอาดตาตัดกับบรรยากาศรอบข้างที่พังพินาศ เขายกมือขึ้นปัดฝุ่นที่ไหล่อย่างใจเย็น ดวงตาสีฟ้าครามพราวระยับด้วยประกายความสนุกสนาน ราวกับเด็กได้ของเล่นชิ้นใหม่
"ใจเย็นๆ สิครับท่านแอรีส อดีตเทพสงครามผู้ยิ่งใหญ่... ตอนนี้ท่านเป็นแค่คนตกงานที่อาศัยโซฟาห้องเช่าแคบๆ ของมนุษย์ซวยคนนี้ซุกหัวนอนไม่ใช่หรือครับ?" มาสเตอร์คิวเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงกระดูกดำ "ส่วนคุณเก่ง... สีหน้าของคุณตอนนี้ดูแย่กว่าตอนที่โดนหัวหน้าเรียกไปคุยเรื่องยอดขายตกเดือนที่แล้วเสียอีกนะ"
เก่งถอนหายใจยาวเหยียด เขาค่อยๆ วางไม้ถูพื้นลงกับพื้นอย่างระมัดระวัง ราวกับกลัวว่ามันจะสะเทือนไปถึงความดันโลหิตที่กำลังพุ่งปรี๊ดของตนเอง
"คุณคิวครับ... พวกเราคุยกันดีๆ ไม่ได้เหรอครับ" เก่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพตามวิสัยทัศน์ของพนักงานออฟฟิศผู้รักสันติ "ผมแค่อยากกู้โลกให้มันจบๆ ไป ผมจะได้กลับไปนอน เกษียณตัวเองไปปลูกผักสวนครัว ทำไมพวกคุณต้องสร้างภาระให้สังคมเพิ่มขึ้นด้วย การเดินทางข้ามมิติเนี่ย ค่าไฟมันแพงมากเลยนะครับรู้ไหม"
มาสเตอร์คิวชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างไปสามวินาทีเต็ม ก่อนที่เขาจะหัวเราะร่าออกมาเสียงดังลั่นจนกำแพงมิติที่ห้าสั่นสะเทือน
"ฮ่าๆๆๆ! คุณนี่มันน่าสนใจจริงๆ เก่ง โลกกำลังจะล่มสลาย มิติกำลังจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน แต่คุณยังมาห่วงเรื่องค่าไฟเนี่ยนะ!" มาสเตอร์คิวหุบยิ้มฉับพลัน แววตากลายเป็นความเย็นชา "น่าเสียดาย... ที่ความตลกของคุณมันช่วยอะไรไม่ได้ใน 'ใจกลางความว่างเปล่า' แห่งนี้"
สิ้นเสียงของมาสเตอร์คิว พื้นเบื้องล่างของพวกเขาก็ยุบตัวลงทันที!
ความรู้สึกเหมือนตกจากตึกสูงร้อยชั้นพุ่งกระแทกเข้าใส่ร่างของเก่งและแอรีส ร่างทั้งสองร่วงหล่นผ่านอุโมงค์แห่งกาลเวลาที่เต็มไปด้วยเศษซากความทรงจำ อดีต ปัจจุบัน และอนาคตที่ปะปนกันมั่วซั่ว ภาพของเก่งตอนอนุบาลที่แย่งขนมเพื่อนกิน วิ่งวนเวียนอยู่กับภาพของแอรีสที่กำลังถือดาบไล่ฟันซอมบี้ในมิติที่สาม ทั้งหมดถูกบีบอัดจนกลายเป็นภาพลวงตาที่ชวนเวียนหัว
*ตุ้บ!*
เก่งร่วงลงมากระแทกกับพื้นผิวที่สัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบและเรียบเนียนราวกับกระจกเงา แต่มันกลับโปร่งใสจนมองเห็นห้วงอวกาศอันมืดมิดที่เต็มไปด้วยดวงดาวนับล้านอยู่เบื้องล่าง
"ที่นี่... ที่ไหนเนี่ย" เก่งพยายามยันตัวเองลุกขึ้นยืน มือขวาลูบสะโพกป้อยๆ ด้วยความเจ็บปวด "กระดูกกระ이จะหักหมดแล้ว โอ๊ย... ประกันสังคมจะเบิกได้ไหมเนี่ย"
"ตั้งสติหน่อยไอ้มนุษย์หน้าโง่!" เทพแอรีสพุ่งเข้ามาคว้าคอเสื้อเก่งแล้วดึงให้ลุกขึ้นยืนพรวดเดียว สายตาสอดส่องระแวดระวังไปรอบทิศทาง "ที่นี่คือ 'เกณฑ์ศูนย์' จุดเชื่อมต่อระหว่างมิติทั้งหมดที่พวกมันใช้เป็นห้องเครื่องควบคุมการรีเซ็ตจักรวาล ถ้าแกเดินพลาดแม้แต่ก้าวเดียว วิญญาณของแกจะถูกบดขยี้กลายเป็นฝุ่นผงที่แม้แต่พระเจ้าก็ประกอบกลับมาไม่ได้!"
บรรยากาศรอบตัวช่างน่าอึดอัด เงียบสงบจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นโครมคราม เบื้องหน้าของพวกเขาคือโครงสร้างขนาดมหึมาที่ลอยเคคว้างอยู่กลางความว่างเปล่า มันคือเครื่องจักรรูปร่างคล้ายนาฬิกาทรายขนาดยักษ์ ที่ภายในบรรจุของเหลวสีทองคำเรืองแสงกำลังไหลวนกลับหัวกลับหางอย่างช้าๆ
และที่ใจกลางเครื่องจักรนั้น... มีร่างของใครบางคนกำลังถูกตรึงไว้ด้วยโซ่ตรวนพลังงานบริสุทธิ์
"นะ... นั่นมัน..." เก่งเบิกตากว้างจนแทบถลนออกมาจากเบ้า เมื่อเพ่งมองผ่านความมืดและแสงสว่างเรืองรอง ร่างที่ไร้เรี่ยวแรงนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือ 'คุณป้าข้างห้อง' ที่มักจะชอบเอาแกงเผ็ดหน่อไม้ดองมาฝากเขาเป็นประจำทุกวันอังคาร!
"ป้าครับ!" เก่งตะโกนสุดเสียงด้วยความตกใจ "ทำไมป้าถึงมาอยู่ในนี้ได้ล่ะครับ! แล้วใครเป็นคนล้างจานชามแกงที่ป้าเอามาให้เมื่อวานนี้ ผมยังไม่ได้คืนเลยนะ!"
ร่างของป้าข้างห้องค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ ริมฝีปากที่ซีดเซียวแย้มยิ้มออกมาเล็กน้อย ดวงตาฝ้าฟางมองตรงมาที่เก่งด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก
"เก่ง... หลานเอ๊ย..." เสียงแหบพร่าดังสะท้อนก้องอยู่ในหัวของเก่ง "ป้าไม่ได้ชื่อป้า... ป้าคือ 'ผู้พิทักษ์ประตูมิติที่หวดล้าง' ต่างหากล่ะ... และตอนนี้ เวลาของหลาน... หมดลงแล้ว"
สิ้นคำพูดนั้น เครื่องจักรรูปนาฬิกาทรายก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ของเหลวสีทองภายในเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดั่งโลหิต มาสเตอร์คิวปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งที่เบื้องหลังของป้าข้างห้อง รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา พร้อมกับยกนิ้วขึ้นดีดเบาๆ
*เป๊าะ!*
พื้นกระจกใต้ฝ่าเท้าของเก่งและแอรีสแตกละเอียดออกเป็นเสี่ยงๆ ร่างทั้งสองร่วงหล่นลงสู่อมตะแห่งความมืดมิดอีกครั้งโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดยั้ง
ในวินาทีสุดท้ายก่อนที่สติจะดับวูบลง เก่งเห็นเงาร่างนับร้อยยืนเรียงรายอยู่ขอบเหวเบื้องล่าง ทุกคนล้วนแต่เป็นคนที่เขาคุ้นเคย ทั้งเจ้านายจอมเคี่ยว เพื่อนร่วมงานที่ชอบแทงข้างหลัง และแม้กระทั่งเจ้าหนี้บัตรเครดิต... ทุกคนต่างส่งยิ้มที่น่ากลัวที่สุดมาให้เขา พร้อมกับเสียงกระซิบที่ดังประสานกันก้องกังวาน
"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... หัวหน้าทีมกู้โลก"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันเสมอมานะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
บริษัทรับจ้างกู้โลก(ด้วยความกาว): กู้เงินยังยากกว่ากู้สถานการณ์•ตอนที่ 46
บุกทะลวงมิติที่ 5
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บริษัทรับจ้างกู้โลก(ด้วยความกาว): กู้เงินยังยากกว่ากู้สถานการณ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!