บริษัทรับจ้างกู้โลก(ด้วยความกาว): กู้เงินยังยากกว่ากู้สถานการณ์•ตอนที่ 44

แผนการลับก่อนวันเผชิญหน้า

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
เสียงกลอนประตูกลอนเหล็กหน้าห้องสำนักงาน "บริษัทรับจ้างกู้โลก (จำกัด) มหาชน(ร้าง)" ส่งเสียงกริ๊กเบาๆ แต่ในโสตประสาทของผมและเทพแอรีส มันดังราวกับเสียงฟ้าร้องผ่ากลางกะโหลกศีรษะ สามร้อยปี... ดอกเบี้ยวิญญาณ... และสรรพนามที่เธอใช้เรียกผมว่า "ท่านประธานคนใหม่" มันคือความซวยระดับมหาภัยที่ต่อให้เอาเครื่องคิดเลขคาสิโอรุ่นโบราณมาจิ้มคำนวณ ก็ไม่สามารถหาความน่าจะเป็นที่จะรอดชีวิตได้เลยแม้แต่เปอร์เซ็นต์เดียว แอรีสหน้าซีดเผือดจนเกือบจะโปร่งแสง มือสั่นเทาจนตะเกียบในมือที่เพิ่งคีบเส้นมาม่าค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ เธอค่อยๆ หันขวับมามองผมด้วยสายตาที่พร้อมจะโยนความผิดให้ทุกเมื่อ "นาย... นายไปเซ็นสัญญาอะไรไว้ตอนไหน ยัยนี่ถึงตามมาทวงหนี้ถึงรังลับของเราได้ฮะ ตาเก่ง!" เทพสงครามผู้ยิ่งใหญ่กระซิบเสียงลอดไรฟัน ร่างกายสั่นสะท้านไม่ใช่เพราะความกลัวต่อศัตรู แต่เป็นเพราะกลัวอดกินมาม่าหมูสับมื้อนี้ต่างหาก "ผมจะไปรู้เหรอครับ! ผมเพิ่งมารับตำแหน่งต่อจากตาแก่คนก่อนได้แค่สามเดือนเองนะ! บัญชีบริษัทนี้มีแต่บิลค่าไฟฟ้ากับซองมาม่าเปล่าๆ ไม่เคยเห็นสมุดบัญชีวิญญาณอะไรนั่นเลยสักเล่ม!" ผมเถียงกลับด้วยความคับแค้นใจ เหงื่อกาฬไหลท่วมแผ่นหลังจนเสื้อเชิ้ตสีขาวแนบติดเนื้อ *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* เสียงเคาะประตูดังขึ้นเป็นจังหวะสามครั้ง ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่ความตาย ไม่มีความรุนแรง ไม่มีความเร่งรีบ มีเพียงความเยือกเย็นและมั่นใจในอำนาจเบ็ดเสร็จของฝ่ายตรงข้าม "ท่านประธานคะ... ถ้าท่านยังไม่เปิดประตู ดิฉันเกรงว่าระบบประเมินเครดิตทางวิญญาณของท่านจะถูกลดระดับลงเหลือ 'ติดลบอนันต์' และเมื่อถึงตอนนั้น... วิญญาณของพวกท่านจะถูกแปลงสภาพเป็นปุ๋ยอินทรีย์สำหรับปลูกต้นไม้มงคลหน้าตึกสำนักงานใหญ่ทันทีนะคะ น้ำเสียงหวานหยดสะท้านทรวงลอดผ่านช่องลมใต้ประตูเข้ามาอย่างชัดเจน ผมกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผากอย่างยากลำบาก สมองอันน้อยนิดของมนุษย์เงินเดือนผู้รักความสงบพยายามประมวลผลสถานการณ์ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว หากเราเปิดประตูออกไป มีโอกาสสูงถึงเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ที่จะโดนยึดวิญญาณไปใช้แรงงานขัดดอก แต่ถ้าเราไม่เปิด... ยัยยอดมนุษย์ตรวจสอบบัญชีคนนี้น่าจะพังประตูเข้ามาด้วยนิ้วก้อยข้างเดียว แล้วพวกเราก็จะตายแบบอนาถยิ่งกว่าเดิม "เอาวะ... เป็นไงเป็นกัน!" ผมสูดลมหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด ตัดสินใจก้าวเท้าเข้าไปใกล้บานประตูไม้เก่าๆ ที่ผุพังตามกาลเวลา มือขวาที่สั่นเทาเอื้อมไปจับลูกบิดโลหะขึ้นสนิม "เดี๋ยวก่อน เก่ง!" แอรีสคว้าชายเสื้อผมไว้แน่น ดวงตาสสีแดงฉานฉายแววลังเลเป็นครั้งแรกในรอบหลายร้อยปี "ถ้าเกิดยัยนั่นเป็นพวกสภาเทพสายเหยี่ยวที่ถูกส่งมาเก็บกวาดจริงๆ ฉันจะใช้ท่าไม้ตายก้นกบซัดกระเด็นทะลุกำแพง นายเตรียมวิ่งหนีไปทางหน้าต่างนะ" "หน้าต่างห้องเราอยู่ชั้นสิบเจ็ดนะครับแอรีส ถ้าผมวิ่งไปทางนั้น คงไม่ใช่การหนีตาย แต่เป็นการจองศาลาวัดล่วงหน้ามากกว่า" ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ ปัดมือของเธอออกเบาๆ "หลบไปข้างหลังผมครับ ในฐานะประธานบริษัท ผมต้องรับผิดชอบ... อย่างน้อยก็ในส่วนที่ไม่ต้องจ่ายเงินสด" ผมบิดลูกบิดประตูแล้วดึงมันออกช้าๆ แสงไฟนีออนสีขาวโพลนจากทางเดินสาดส่องเข้ามาจนแสบตา เงาร่างหนึ่งยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้า เธอสวมชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิท ผมยาวสีเงินมัดรวบตึง ใบหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึก แว่นตากรอบทองสะท้อนแสงไฟวับวาว ในมือถือแฟ้มหนังสีดำหนาเตอะที่ดูมีน้ำหนักพอๆ กับชีวิตของผมทั้งชีวิต "สวัสดีค่ะ ท่านประธาน... ดิฉัน 'เซրิส' จากแผนกทวงหนี้... เอ๊ย ตรวจสอบบัญชีค่ะ" เธอยิ้มให้เล็กน้อย แต่รอยยิ้มนั้นทำให้กระดูกสันหลังของผมเย็นวาบไปถึงขั้วหัวใจ "หวังว่าเราคงจะได้คุยกันในเรื่องของ 'ดอกเบี้ยค้างชำระ' สามแสนปีนะ คะ" บรรยากาศในห้องเงียบกริบจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน เซริสไม่รอให้ผมเชิญ เธอเดินก้าวเข้ามาในห้องทำงานคับแคบที่มีโต๊ะทำงานเก่าๆ และลังมาม่ากองโตเป็นฉากหลัง สายตากวาดมองไปรอบห้องด้วยความรังเกียจระคนสมเพช "นี่น่ะเหรอครับ... ฐานบัญชาการกู้โลกยุคใหม่? สภาพดูทรุดโทรมยิ่งกว่าคอกม้าของเทพซูสเสียอีก" เซริสวางแฟ้มลงบนโต๊ะ เสียงดัง *ปึก* จนฝุ่นละอองฟุ้งกระจาย แอรีสแยกเขี้ยวใส่ทันที มือขวาเอื้อมไปจับด้ามดาบไม้ปลอมที่วางอยู่ข้างผนองตามสัญชาตญาณนักรบ "นี่เธอกล้าดียังไงมาดูถูกฐานทัพของเราฮะ ยัยบัญชีเดินได้! อยากลองดีกับเทพสงครามผู้ไร้พ่ายอย่างฉันหน่อยไหม!" เซริสชายตามองแอรีสเพียงนิดเดียว มุมปากยกขึ้นยิ้มเยาะ "อ๋อ... เทพแอรีส ผู้ตกอับที่โดนยศถาบรรดาศักดิ์ปลดเพราะทำหอกเทพหายในร้านเหล้าสินะคะ? น่าประทับใจจริงๆ ที่ยังมีชีวิตรอดมาต้มมาม่ากินประทังชีวิตได้ถึงทุกวันนี้" "หนอย... แกรรรร!" แอรีสพุ่งตัวเข้าใส่ด้วยความเร็วสูง แต่เซริสกลับเพียงแค่ยกนิ้วชี้ขึ้นมาข้างหนึ่งแล้วดีดออกเบาๆ *เป๊าะ!* คลื่นกระแทกไร้รูปร่างซัดร่างของเทพสงครามผู้ยิ่งใหญ่กระเด็นไปติดEับลังมาม่าด้านหลังทันที มาม่าหมูสับกระจายเกลื่อนพื้นราวกับหิมะตกในฤดูร้อน แอรีสเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง อ้าปากค้างพูดไม่ออก ผมนี่แทบทรุดลงไปนั่งคุกเข่ากับพื้นทันที ความต่างชั้นทางพลังมันชัดเจนเสียจนไม่ต้องหาข้อแก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้น ยัยนี่ไม่ใช่แค่พนักงานบัญชีธรรมดาแน่ๆ เธอมันคือปีศาจในคราบมนุษย์เงินเดือนชัดๆ! "เอาล่ะค่ะ ท่านประธานเก่ง" เซริสหันกลับมามองผม รอยยิ้มการค้าถูกประดับไว้บนใบหน้าอย่างสมบูรณ์แบบ "เนื่องจากสถานการณ์ของบริษัทท่านเข้าขั้นวิกฤต และหนี้สินพอกพูนจนเกินเยียวยา ทางเราจึงมีข้อเสนอทางเลือกให้ท่านสองทาง... เลือกเอาเองนะคะว่าจะรับแบบไหน" ผมกลืนน้ำลายฝืดๆ ลงคอ พยายามตั้งสติแล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นที่สุดในรอบปี "ข... ข้อเสนออะไรครับ?" "ข้อแรก... ยื่นเรื่องล้มละลายทันที ส่งมอบวิญญาณของท่านและพนักงานในสังกัดทั้งหมดให้ทางสภาเทพนำไปรีไซเคิลเป็นพลังงานสะอาดสำหรับใช้ในสวรรค์ชั้นเจ็ด" เซริสชูนิ้วขึ้นมาหนึ่งนิ้ว ก่อนจะชูนิ้วที่สองตามมา "ส่วนข้อสอง..." เธอเว้นวรรคไปชั่วครู่ ดวงตาหลังกรอบแว่นหรี่ลงเล็กน้อย ประกายความเจ้าเล่ห์บางอย่างฉายชัดขึ้นมา "ท่านต้องนำพรรคพวกทั้งหมด บุกเข้าไปใน 'ฐานใหญ่ของสมาคมเทพนอกคอก' ที่ตั้งอยู่ใจกลางมิติพิศวง ภายในสามวันข้างหน้า เพื่อทวงคืน 'สมุดบัญชีปฐพี' ที่พวกมันขโมยไปเมื่อสามร้อยปีก่อน ถ้าท่านทำสำเร็จ... หนี้สินทั้งหมดจะถูกยกเลิก และบริษัทของท่านจะได้รับงบประมาณสนับสนุนก้อนใหญ่ในการกู้โลกต่อค่ะ" ผมอ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่าน "ห... หา? บุกฐานใหญ่สมาคมเทพนอกคอกเนี่ยนะ! คุณกำลังล้อผมเล่นใช่ไหมครับ นั่นมันแหล่งรวมอาชญากรระดับจักรวาลเลยนะ ให้ผมเอาคนแค่สองคน... เอ้ย คนกับเทพตกงานเนี่ยนะไปบุก มันต่างอะไรกับการเดินเข้ากรงสิงโตโดยเอาเนื้อสดผูกไว้รอบตัวเล่า!" "ดิฉันไม่ได้ล้อเล่นค่ะ ท่านประธาน" เซริสขยับแว่นตากรอบทองครั้งหนึ่ง แววตาคมกริบมองตรงมาที่ผม "ท่านไม่มีทางเลือกอื่นหรอกนะคะ เพราะถ้าปฏิเสธ... ดิฉันจะเริ่มกระบวนการยึดทรัพย์ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป" พูดจบ เธอก็หยิบนาฬิกาพกโบราณขึ้นมาจากกระเป๋าเสื้อสูท ฝาเปิดออกพร้อมกับเสียงติ๊กต็อกที่ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้อง "ท่านมีเวลาตัดสินใจสามนาทีค่ะ... เริ่มจับเวลา ณ บัดนี้" ผมหันไปมองแอรีสที่ค่อยๆ พยุงตัวเองลุกขึ้นมาจากกองมาม่าด้วยสภาพยับเยิน เธอกัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจและแค้นเคือง ก่อนจะหันมาสบตากับผมโดยมิได้นัดหมาย ในวินาทีนั้นเอง ผมรู้ดีว่าต่อให้กลัวแค่ไหน ทางเลือกเดียวที่จะรอดชีวิตคือการพยักหน้ารับคำท้าอันบ้าคลั่งนี้ แต่ก่อนที่เราจะไปถึงวันเผชิญหน้าในอีกสามวันข้างหน้า เราจำเป็นต้องรวบรวมพรรคพวกที่เหลือ... และที่สำคัญที่สุดคือ เราต้องไปยืมเงินทุนก้อนสุดท้ายจาก 'เจ้าพ่อเงินกู้หน้าเลือดประจำซอย' เสียก่อน ผมสูดหายใจเข้าลึกครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันไปสบตากับเซริสแล้วเอ่ยประโยคที่ทำให้เกมพลิกผันไปตลอดกาล "ตกลงครับ... ผมรับข้อเสนอที่สอง แต่ก่อนจะไปบุกฐานใหญ่ ผมขอเวลาไปทวงหนี้เก่าจากเพื่อนร่วมงานเก่าก่อนสักครึ่งวันนะครับ" เซริสชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเธออย่างมีความหมาย "ตามสบายค่ะ ท่านประธาน... หวังว่าท่านจะไม่วิ่งหนีไปซะก่อนนะคะ เพราะต่อให้หนีไปสุดขอบจักรวาล ดิฉันก็หาตัวเจออยู่ดีค่ะ" ทันทีที่เธอพูดจบ ร่างของเซริสก็สลายกลายเป็นละอองแสงสีทองจางหายไปในอากาศอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและความกดดันมหาศาลที่ยังคงอบอวลอยู่ในห้อง แอรีสเดินมาตบไหล่ผมแรงๆ จนเกือบทรุด "เอาวะไอ้เก่ง! ไหนๆ ก็จะตายอยู่แล้ว ไปลากคอมันมาช่วยสู้ด้วยกันให้หมดเลยดีกว่า!" ผมพยักหน้ารีบคว้าเสื้อแจ็คเก็ตตัวเก่งขึ้นมาสวม เดินนำหน้าเปิดประตูห้องออกไปเผชิญกับภารกิจกู้โลกที่บ้าที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ แต่ทว่า... เมื่อก้าวเท้าพ้นประตูตึกสำนักงานออกไป เสียงแจ้งเตือนจากมือถือในกระเป๋ากางเกงของผมก็ดังขึ้น *ติ๊ง!* ผมหยิบขึ้นมาดูด้วยความสงสัย หน้าจอแสดงข้อความจากบุคคลปริศนาที่ไม่มีชื่อบันทึกไว้ในรายชื่อติดต่อ *“ยินดีด้วยกับการตัดสินใจนะ เก่ง... แต่อย่าลืมมองไปข้างหลังล่ะ เพราะตอนนี้ 'พวกมัน' มายืนรอรับพวกนายที่ลิฟท์แล้ว”* หัวใจของผมกระตุกวูบอย่างแรง ความรู้สึกเสียวสันหลังวาบแผ่ซ่านไปทั่วร่าง รีบหันขวับกลับไปมองที่ประตูลิฟท์เก่าๆ ท้ายทางเดินที่กำลังเลื่อนเปิดออกช้าๆ พร้อมกับเงาดำทมิฬสามร่างที่ก้าวออกมาจากความมืดมิด... --- ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันน่าปวดหัวของพวกเรา และโปรดเอาใจช่วยให้ผมรอดพ้นจากกองทัพเจ้าหนี้ในตอนต่อไปด้วยนะครับ!
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บริษัทรับจ้างกู้โลก(ด้วยความกาว): กู้เงินยังยากกว่ากู้สถานการณ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%