"ไอ้บ้าเก่ง! แกจะยืนเซ่อให้กระบองยักษ์นั่นฟาดหัวแบะหรือไง! วิ่งไปที่ถังน้ำนู่น!"
เสียงคำรามของแอรีสที่ตอนนี้อยู่ในสภาพเสื้อยืดตราห่านคู่เปื้อนคราบน้ำมันและกางเกงสแล็คขาดเข่า ดังแทรกผ่านเสียงลมหวีดหวิวของมิติเวทมนตร์ที่แห้งแล้งจนแทบจะกลายเป็นฝุ่นผง ผม—เก่ง พนักงานออฟฟิศที่ชีวิตปกติมีแค่การทำรายงาน Excel วิ่งหน้าตั้งหลบกระบองหนามขนาดมหึมาที่ฟาดลงมาบนพื้นดินจนสั่นสะเทือนไปถึงตับไตไส้พุง
"ผมไม่ได้เซ่อครับ! ผมแค่กำลังประเมินสถานการณ์อยู่! แล้วยักษ์ตัวนี้มันเป็นอะไรครับ! แค่ขอข้อมูลเรื่อง 'ศิลาแห่งความว่างเปล่า' ถึงกับต้องให้เรามารับจ้างเป็นพนักงานการประปาเนี่ยนะ!" ผมตะโกนกลับขณะสไลด์ตัวหลบก้อนหินที่กระเด็นจากการตบของยักษ์เฝ้าประตูนามว่า 'บิ๊กเบิ้ม' ผู้ซึ่งกำลังอารมณ์เสียขั้นสุดเพราะสวนหลังบ้านของเขากลายเป็นทะเลทราย
"มิติเวทมนตร์มันก็งี้แหละ! เวทมนตร์มันไหลเวียนผ่านพืชพรรณ ถ้าต้นไม้เหี่ยว ข้อมูลก็แห้งตายตาม!" แอรีสคว้าถังน้ำเวทมนตร์ขนาดเท่ารถกระบะขึ้นมาด้วยมือเดียว กล้ามแขนเป็นมัดๆ ของเทพสงครามขยายใหญ่จนเสื้อแทบปริ "แกไปเปิดก๊อกน้ำหลังหินผานั่นซะ! ไม่งั้นไอ้เจ้ายักษ์นี่ได้ทุบพวกเราแบนเป็นกระดาษ A4 แน่!"
บรรยากาศรอบตัวเราร้อนระอุจนผมสัมผัสได้ถึงกลิ่นไหม้ของรองเท้าผ้าใบ บิ๊กเบิ้มไม่ได้ฟังคำอธิบายของเราแม้แต่น้อย มันคำรามเสียงต่ำที่สั่นประสาท ก่อนจะก้มลงคว้าก้อนหินยักษ์หมายจะเขวี้ยงใส่เราเหมือนเบสบอล
ผมรีบพุ่งตัวไปที่หลังหินผาตามคำสั่ง ก๊อกน้ำขนาดมหึมาทำจากทองคำสลักลวดลายประหลาดติดอยู่ตรงนั้น แต่มันไม่มีน้ำไหลออกมา มีเพียงเสียงครางหึ่งๆ เหมือนท่อประปาอุดตัน ผมรีบหมุนหัวก๊อกจนสุดแรงเกิด แต่มันกลับล็อกตายตัว
"แอรีส! มันเปิดไม่ได้! เหมือนมีคนเอากาวตราช้างไปหยอดไว้ข้างใน!" ผมตะโกนบอกพลางใช้หลังมือปาดเหงื่อที่ไหลเข้าตา
"กาวตราช้างบ้านแกสิ! นั่นมันคำสาป 'แห้งแล้งนิรันดร์' ของพวกจอมขมังเวทย์ต่างหาก!" แอรีสกระโดดหลบกระบองของยักษ์แล้วหันมาเตะตูดผมเบาๆ เป็นเชิงเร่ง "ใช้ 'ไอเทมจิปาถะในกระเป๋าหัวหน้าทีม' ของแกสิ! อะไรก็ได้ที่มันดูไร้ประโยชน์ที่สุดน่ะ!"
ผมรื้อกระเป๋าเป้คู่ชีพอย่างลนลาน หยิบจับตั้งแต่คลิปหนีบกระดาษ ยางลบที่ใช้จนกุด ไปจนถึงสมุดบันทึกที่จดรหัสผ่าน Wi-Fi ออฟฟิศเก่า จนกระทั่งมือผมไปสัมผัสกับ 'น้ำยาล้างจานสูตรขจัดคราบฝังลึก' ที่ผมแอบหยิบมาจากห้องครัวตอนรีบหนีออกมาจากบริษัท
"น้ำยาล้างจานเนี่ยนะ!?" ผมถามพลางทำหน้าเหยเก แต่มือก็ไวพอกับสมอง ผมบีบน้ำยาลงไปที่รอยต่อของก๊อกทองคำทันที
ปึ้ง!
เกิดเสียงระเบิดเบาๆ ราวกับเครื่องจักรที่ได้รับการหล่อลื่นอย่างสมบูรณ์แบบ ก๊อกน้ำหมุนฟืดออกมาทันที ก่อนที่มวลน้ำมหาศาลพุ่งกระฉูดออกมาดุจน้ำพุกลางสวนเวทมนตร์
ยักษ์บิ๊กเบิ้มชะงักไปทันที แววตาดุร้ายของมันเริ่มอ่อนแสงลง มันรีบก้มลงไปรองน้ำด้วยฝ่ามือมหึมาอย่างทะนุถนอม ราวกับเป็นเด็กน้อยที่เพิ่งได้ขนม ต้นไม้ใบหญ้าที่เหี่ยวเฉารอบตัวเราเริ่มกลับมาเป็นสีเขียวชอุ่มอย่างรวดเร็ว ดอกไม้บานสะพรั่งส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วทั้งมิติ
"เห็นไหมล่ะ!" แอรีสเดินกลับมาพร้อมรอยยิ้มกรุ่มกริ่ม "พลังแห่งมนุษย์เงินเดือนน่ะ มันเหนือชั้นกว่าเทพที่ไหนในสามโลก เพราะเราผ่านงานจุกจิกมาเยอะ!"
ผมหอบหายใจจนตัวโยนทรุดตัวลงนั่งกับพื้นหญ้าที่กลับมานุ่มนิ่ม "ขอให้เป็นครั้งสุดท้ายนะครับ ผมเข็ดแล้วกับงานใช้แรงงานแบบนี้"
บิ๊กเบิ้มเดินตรงมาหาเรา แรงสั่นสะเทือนจากการย่ำเท้าเริ่มหายไปเมื่อมันหยุดอยู่ตรงหน้า มันย่อตัวลงจนหน้าของมันที่มีเคราเฟิ้มอยู่ใกล้กับผมเพียงไม่กี่คืบ เสียงของมันทุ้มต่ำและก้องกังวานราวกับเสียงฟ้าผ่า
"พวกเจ้า... ช่วยชีวิตสวนของข้าไว้" ยักษ์เอ่ยด้วยภาษาโบราณที่ฟังดูเหมือนก้อนหินเสียดสีกัน "เพื่อเป็นการตอบแทน ข้าจะบอกสิ่งที่พวกเจ้าตามหา... 'ศิลาแห่งความว่างเปล่า' ไม่ได้อยู่ที่นี่ แต่มันถูกขโมยไปโดยคนที่พวกเจ้าคุ้นเคยดีที่สุด..."
ผมขมวดคิ้ว "คุ้นเคยดีที่สุด? หมายความว่ายังไงครับ?"
ยักษ์บิ๊กเบิ้มเลิกคิ้วหนาๆ ของมันขึ้นช้าๆ ก่อนจะชี้ปลายนิ้วอันมหึมาไปยังจุดหนึ่งบนท้องฟ้าที่บิดเบี้ยว "ดูนั่น... ผู้ที่ขโมยมันไป คือคนที่กำลังยืนรอพวกเจ้าอยู่ตรงทางออกมิตินี้"
ผมและแอรีสเงยหน้าขึ้นมองตามปลายนิ้วไปที่ปากทางออกมิติเวทมนตร์ เงาร่างหนึ่งยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ร่างที่ผมจำได้แม่นยำตั้งแต่ท่าทางการยืนยันถึงการจัดเนกไทแบบเป๊ะๆ... ท่านประธานบริษัทของผมเอง!
เขายืนถือกระเป๋าเอกสารใบเดิม แต่ในมืออีกข้างกลับมีก้อนหินสีเทาหม่นที่เปล่งประกายความว่างเปล่าออกมาจนบรรยากาศรอบข้างบิดเบี้ยว ท่านประธานฉีกยิ้มให้ผมยิ้มที่ทำให้ผมขนลุกไปถึงสันหลัง
"ไง เก่ง... งานวันนี้คงเหนื่อยหน่อยนะ แต่เสียใจด้วยนะที่ฉันต้องเป็นคนบอกว่า... โปรเจกต์กู้โลกน่ะ มันถูกยกเลิกตั้งแต่นาทีนี้เป็นต้นไป"
หวังว่าทุกท่านจะมีความสุขกับการติดตามชีวิตที่วุ่นวายไม่หยุดหย่อนของผมนะครับ ฮาไม่จำกัดขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้กันเสมอครับ!
บริษัทรับจ้างกู้โลก(ด้วยความกาว): กู้เงินยังยากกว่ากู้สถานการณ์•ตอนที่ 31
ภัยแล้งในมิติเวทมนตร์
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บริษัทรับจ้างกู้โลก(ด้วยความกาว): กู้เงินยังยากกว่ากู้สถานการณ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!