“นี่คุณกำลังจะบอกผมว่า ไอ้สัญญาแผ่นนี้... มันไม่ใช่สัญญาจ้างงาน แต่มันคือสัญญา ‘กำจัดขยะ’ งั้นหรือครับ?”
ผมถามพลางจ้องหน้าไอ้เจ้าของร่างเงาสลัวที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานหินอ่อนราคาแพงระยับ มือของผมสั่นจนแทบทำปากกาหมึกซึมด้ามหรูที่มันเพิ่งยื่นให้ร่วงลงพื้น หัวใจของผมเต้นระรัวราวกับกลองรบในสมรภูมิที่ผมไม่เคยอยากเอาตัวเข้าไปเกี่ยว
ชายปริศนาผู้นั้นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะของเขามันแห้งแล้งราวกับใบไม้ร่วงที่ถูกเหยียบจนแตกละเอียด เขาเลื่อนเอกสารฉบับหนึ่งมาตรงหน้าผม ในนั้นไม่มีถ้อยคำสวยหรูเรื่องการกู้โลกอย่างที่ผมเคยเข้าใจ มีเพียงข้อความสั้นๆ ที่เขียนด้วยตัวอักษรสีแดงฉานว่า *‘ชำระล้างโลกเพื่อเริ่มต้นยุคใหม่’*
“เก่งครับ... โลกนี้น่ะมันเน่าเฟะเกินกว่าจะเยียวยาด้วยการแปะพลาสเตอร์ยาแบบที่พวกฮีโร่ในนิยายทำกัน” ร่างนั้นเอนหลังพิงเก้าอี้ ดวงตาภายใต้เงามืดคู่นั้นวาวโรจน์เหมือนสัตว์นักล่าที่กำลังจ้องเหยื่อ “เราไม่ได้จะกู้โลก เรากำลังจะทำลายมันทิ้งต่างหาก เพื่อที่พวกเรา... ผู้ถูกเลือก จะได้สร้างมันขึ้นมาใหม่บนกองซากปรักหักพังที่สะอาดสะอ้านกว่าเดิม”
“คุณพูดอะไรออกมานะ!” ผมกระแทกเสียงพลางลุกขึ้นยืนจนเก้าอี้ล้ม “คุณหลอกผมมาตั้งแต่ต้น! ไอ้ที่บอกว่าบริษัทเราชื่อ ‘บริษัทรับจ้างกู้โลก’ มันก็แค่ฉากบังหน้าเพื่อดึงดูดคนโง่ๆ แบบผมให้มาเซ็นสัญญาขายวิญญาณสินะ!”
เทพแอรีสที่นั่งเคี้ยวมาม่าคัพรสหมูสับอยู่มุมห้องถึงกับชะงักตะเกียบ เขาถอนหายใจยาวเหยียดก่อนจะวางถ้วยมาม่าลงบนโต๊ะด้วยความรำคาญ “โอ๊ย... จะตะโกนทำไมวะเก่ง ปวดหัวชะมัด ถ้าจะบ่นก็นั่งลงก่อน กลิ่นมาม่านี่มันเสียรสหมด”
“คุณยังกินลงได้อีกเหรอแอรีส!” ผมหันไปตวาดใส่เทพตกอับผู้ที่ดูเหมือนจะรู้อยู่เต็มอก “คุณเป็นเทพสงครามนะ! หน้าที่ของคุณคือปกป้องไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงยอมปล่อยให้เรื่องบ้าๆ แบบนี้เกิดขึ้น?”
แอรีสเช็ดปากด้วยหลังมือ ก่อนจะมองมาที่ผมด้วยสายตาที่เย็นชาจนผมต้องหนาวเยือก “ปกป้องเหรอ? โลกที่เต็มไปด้วยมนุษย์เห็นแก่ตัวและระบบที่คอยกดขี่คนแบบนายน่ะเหรอที่ฉันควรปกป้อง? นายลองดูในกระจกสิเก่ง พนักงานออฟฟิศที่ทำงานงกๆ จนเป็นนิ่ว แต่งานที่ทำกลับทำให้เศรษฐีรวยขึ้นไปอีกขั้น... นายยังอยากจะกู้โลกที่บิดเบี้ยวแบบนี้ให้มันดำเนินต่อไปงั้นเหรอ?”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานจนได้ยินเสียงแอร์ทำงานหึ่งๆ ในหัวของผมมันตื้อไปหมด ความทรงจำนับตั้งแต่ก้าวเข้ามาทำงานที่นี่ ทั้งการต้องไปเจรจาหนี้สินกับปีศาจกินตับ หรือการต้องไปทำอาหารพิสูจน์รสชาติกับแม่มดพันปี ทั้งหมดนั้น... มันไม่ใช่การช่วยเหลือผู้คน แต่มันคือการ ‘เคลียร์ทาง’ ให้กับแผนการทำลายล้างที่ใหญ่กว่านั้น
ผมทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้อีกครั้ง ความหวังที่ผมเคยมีว่าอย่างน้อยการกู้โลกจะทำให้ผมรู้สึกเป็นคนมีความหมาย มันพังทลายลงในพริบตา ผมหยิบสัญญานั้นขึ้นมาอ่านซ้ำอีกครั้ง ตัวอักษรสัญญาที่เคยดูเหมือนกฎบริษัททั่วไป กลับบิดเบี้ยวกลายเป็นตารางการทำลายล้างสถานสำคัญทั่วโลก หากผมไม่ทำตามสัญญา ผมไม่ใช่แค่ตกงาน แต่วิญญาณของผมจะต้องถูกจองจำในขุมนรกที่ไม่มีแม้แต่มาม่าให้กิน
“ผมไม่ทำ” ผมเอ่ยเสียงเรียบ แต่เด็ดขาด
ชายปริศนาผู้นั้นไม่ได้โกรธ เขากลับยิ้มกว้างเสียจนเห็นฟันขาวสะอาด “คุณไม่มีทางเลือกหรอกครับเก่ง เพราะเมื่อตอนที่คุณจรดปากกาเซ็นชื่อลงไปในสัญญาหน้าแรกเมื่อเดือนก่อน... คุณไม่ใช่แค่พนักงานบริษัทกู้โลกธรรมดาแล้ว”
เขาดีดนิ้วหนึ่งครั้ง แสงสว่างจ้าจากกลางห้องทำงานพุ่งเข้าปะทะหน้าอกของผม ผมก้มลงมองหน้าอกตัวเองที่ค่อยๆ ปรากฏรอยสักสีดำสนิทเป็นรูปเฟืองที่กำลังหมุนวน มันเป็นสัญลักษณ์ของ ‘ผู้กวาดล้าง’ ตำแหน่งที่แม้แต่เทพแอรีสยังต้องก้มหัวให้
“คุณคือคนเดียวที่ถือครองกุญแจสู่การรีเซ็ตระบบโลกใบนี้” เสียงของเขากระซิบข้างหูผมราวกับปีศาจกระซิบ “ตอนนี้โลกทั้งใบอยู่ในกำมือคุณแล้วเก่ง จะพังมันทิ้งด้วยน้ำมือตัวเอง หรือจะรอดูมันพังไปพร้อมกับคนที่คุณรัก... เลือกเอาสิครับ”
แอรีสเดินเข้ามาใกล้ผม เขาตบไหล่ผมเบาๆ พลางแสยะยิ้ม “เอาน่าไอ้เก่ง พรุ่งนี้งานแรกเริ่มแล้ว เตรียมตัวให้พร้อมล่ะ เราต้องไป ‘กู้’ ฐานข้อมูลธนาคารโลกที่กำลังจะระเบิดทิ้ง... อ้อ ลืมบอกไป ที่นั่นน่ะมีคนทำงานอยู่สามพันคนนะ”
เขาวางแฟ้มงานลงตรงหน้าผม แล้วเดินออกไปจากห้องโดยไม่หันกลับมามอง ทิ้งให้ผมนั่งอยู่กับความมืดมิดและสัญญาที่ไม่มีวันยกเลิกได้
ในจังหวะนั้นเอง ประตูห้องทำงานถูกผลักออกอย่างแรง ร่างของหญิงสาวในชุดเครื่องแบบพนักงานทำความสะอาดเดินเข้ามา เธอถือไม้ถูพื้นในมือ แต่สายตาที่เธอมองมาที่ผมนั่นกลับคมกริบราวกับใบมีดโกน เธอเดินตรงมาหาผมก่อนจะโน้มตัวลงกระซิบเสียงต่ำจนผมต้องใจหายวาบ
“อย่าเพิ่งเชื่อไอ้ที่มันพล่ามให้ฟัง... สัญญานั่นน่ะ ของปลอม” เธอเว้นจังหวะก่อนจะกดเสียงต่ำลงอีก “ที่จริงแล้วคนที่จะโดนทำลาย... คือคุณต่างหากล่ะ เก่ง”
หวังว่าตอนนี้น่าจะพอช่วยให้ท่านผู้อ่านคลายเครียดไปได้บ้างนะครับ ฮาไม่จำกัดขอบคุณทุกท่านที่ติดตามครับ
บริษัทรับจ้างกู้โลก(ด้วยความกาว): กู้เงินยังยากกว่ากู้สถานการณ์•ตอนที่ 15
ความจริงเกี่ยวกับสัญญาจ้าง
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บริษัทรับจ้างกู้โลก(ด้วยความกาว): กู้เงินยังยากกว่ากู้สถานการณ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!